วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปสช.ดัน'ช่องทางด่วนรักษาหลอดเลือดสมอง'ลดเสียชีวิตต่อเนื่อง

สปสช.หนุนพัฒนาโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการสุขภาพ จัดระบบ Stroke Fast Track ช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเข้าถึงการรักษา 7 ปี ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากร้อยละ 16.90 ต่อแสนประชากรในปี 2548 เหลือร้อยละ 14.29 ในปี 2555 ได้...

นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตติดอันดับต้นๆ ของโรคที่มีอัตราการตายสูงสุดในประเทศไทย จากข้อมูลการรายงานสถิติสาธารณสุขในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จัดทำโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขพบว่า อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 18.2 ต่อแสนประชากรในปี 2544 เป็น 27.5 ต่อแสนประชากรในปี 2553 ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้จากข้อมูลการรายงานเสียชีวิต 10 อันดับแรกของคนไทย จัดทำโดยสำนักพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศยังระบุด้วยว่า ปี 2552 โรคหลอดเลือดสมองได้ขยับขึ้นเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประชากรไทยทั้งชายและหญิง จึงนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องเร่งแก้ไข

ด้านการรักษาพยาบาล สปสช.ในฐานะหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มองว่าในจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนหนึ่งสามารถช่วยให้รอดจากเสียชีวิตและพ้นจากความพิการภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตได้ หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ในปี 2551 สปสช.จึงได้มุ่งพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการและเครือข่ายให้มีความพร้อมและสามารถรับดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างครบวงจร โดยสนับสนุนให้มีการจัดทำช่องทางด่วนรักษาพยาบาล (Stroke Fast Track) ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวินิจฉัยโรค การทำหัตถการ และการผ่าตัดรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเท่าที่จะทำได้

การวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที เป็นหัวใจสำคัญของการช่วยผู้ป่วยกลุ่มนี้ ที่ผ่านมา สปสช.จึงสนับสนุนโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการพัฒนาช่องทาง Stroke Fast Track เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า หลังพบอาการบ่งชี้ว่าเป็นภาวะโรคหลอดเลือดในสมอง อาทิ เกิดภาวะอ่อนแรงของร่างกายครึ่งซีก ชาครึ่งซีก เวียนศีรษะ ร่วมกับเดินเซ ตามัว หรือมองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ปวดศีรษะ อาเจียน ซึม และไม่รู้สึกตัว เป็นต้น หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการรับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 3 ชั่วโมง จะลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการของผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้ลงได้

ปัจจุบันมีหน่วยบริการที่เข้าร่วมเครือข่ายบริการเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพื่อให้ได้รับการรักษาโดยเร็วครอบคลุมทั้ง 13 เขต โดยมีหน่วยบริการที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 861 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 769 แห่ง ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นหน่วยบริการแม่ข่าย 35 แห่ง หน่วยบริการลูกข่ายที่สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ 140 แห่ง หน่วยบริการลูกข่ายที่ไม่สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ แต่สามารถวินิจฉัยอาการได้ 686 แห่ง ซึ่งผลลัพธ์การดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-2555 พบว่าอัตราการช่วยผู้ป่วยได้ทันเวลามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 

สำหรับข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าพบว่า สามารถช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่องในปี 2555 และการผ่าตัดสมองกรณีโรคหลอดเลือดสมองแตก มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 3,009 รายต่อปี โดยข้อมูลการรับรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองนี้ สอดคล้องกับอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงจากร้อยละ 16.90 ต่อแสนประชากรในปี 2548 เหลือร้อยละ 14.29 ต่อแสนประชากรในปี 2555

“โรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในโรคค่าใช้จ่ายสูงที่ สปสช.สามารถบริหารจัดการ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมา แม้ว่าจะช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเข้าถึงการรักษาได้ในช่วงชั่วโมงวิกฤติ แต่ยังคงต้องเดินหน้าพัฒนาเชิงรุกต่อไป เน้นการให้ข้อมูลโรค เพาะหากผู้ป่วยรู้ตัว ได้รับการวินิจฉัยและรักษาเร็ว จะช่วยผู้ป่วยได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” เลขาธิการสปสช.กล่าว.

สปสช.หนุนพัฒนาโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการสุขภาพ จัดระบบช่องทางด่วนรักษาหลอดเลือด ช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเข้าถึงการรักษา 7 ปี ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากร้อยละ 16.90 ต่อแสนประชากรในปี 2548 เหลือร้อยละ 14.29 ในปี 2555ได้... 16 เม.ย. 2557 11:52 ไทยรัฐ