วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หาทางออกก่อนเผชิญหน้า

โดย สายล่อฟ้า

เป็นข้อเสนอใหม่สดๆร้อนๆเพื่อผ่าทางตันการเมืองด้วย

“คณะรัฐบุคคล” ที่นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคณะ ด้วยข้อเสนอ “ทางออกประเทศไทยเมื่อยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมในการปกครองประเทศทั้งด้านนิตินัยและพฤตินัย”

แนวคิดที่ว่านั้นก็คือ ยกเอาเหตุการณ์ตั้งแต่ 14 ตุลาคม พฤษภาทมิฬ ที่ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติมาได้ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นวิกฤติการเมืองในครั้งนี้ก็เห็นว่าพระบารมีจะทำให้ประเทศไทยผ่านไปได้

โครงสร้างของประเทศไทยยังมีตำแหน่งรัฐบุรุษอยู่ ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งที่มีเกียรติศักดิ์ศรีเท่านั้น

แต่มีหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการอีกด้วย

ปัจจุบัน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คือรัฐบุรุษ จึงเสนอให้ทำหน้าที่พูดคุยกับองค์กรต่างๆที่เป็นหลักของบ้านเมือง ทั้งตุลาการ ทหารและผู้นำทางสังคม เพื่อร่างพระบรมราชโองการทูลเกล้าฯถวายเพื่อเสนอให้ทรงลงพระปรมาภิไธยแก้วิกฤติเหมือนในอดีต

ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเสนอใช้พระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ม.7 โดยเชื่อว่าเมื่อมีพระบรมราชโองการออกมาแล้วสังคมไทยจะยอมรับเหมือนกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จะทำหนังสือถึง “ป๋าเปรม” เพื่อให้ดำเนินการ

นั่นก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่เป็นแนวคิด ซึ่งหวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศในห้วงที่เกิด “สุญญากาศ” ทางการเมือง หากนายกฯต้องพ้นจากตำแหน่ง

ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.เปรม เคยบอกกับนักข่าวว่า “ผมก็โดนเหมือนกัน” เมื่อมีการถามว่าจะยอมเป็น “คนกลาง” เพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งหรือไม่ “ใครจะฟังผม”

คงเป็นคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ทำหน้าที่เป็นคนกลางเพราะตัวเองยังโดนและจะมีใครรับฟัง

แต่ข้อเสนอของ “คณะรัฐบุคคล” นั้นเป็นประเด็นที่ต่างออกไปคือ ไม่ได้เป็นคนกลางเพื่อเจรจากับคู่ขัดแย้งแต่อย่างใดเพราะเป็นการพูดคุยกับองค์กรที่เป็นหลักของบ้านเมืองและหวังพึ่งพระบารมีของ “ในหลวง” เพื่อหาทางออกให้ประเทศ

ซึ่งก็อยู่ที่ “ป๋าเปรม” จะยอมเปลืองตัวหรือไม่

แน่นอนว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายฝ่ายพยายามเสนอแนวคิดเพื่อหาทางออก แต่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับแม้แต่ขอให้มีการเจรจาเพราะต่างฝ่ายต่างมีเงื่อนไขเป็นข้อต่อรองที่รับกันไม่ได้

ในคู่ความขัดแย้งเองนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เคยบอกว่าจะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เพื่อเสนอชื่อนายกฯ คนกลางและจะรับสนองพระบรมราชโอการเองเท่านั้น ถูกอีกฝ่ายรุมกระหน่ำหรือแม้กระทั่งฝ่ายเดียวกันยังคลางแคลงใจ

จนนายสุเทพต้องออกตัวว่านั่นเป็นแค่ “การสมมติ” แต่อีกนั่นแหละหากเกิดสุญญากาศทางการเมืองขึ้นมาจริงจะทำยังไงก็ยังให้คำตอบไม่ได้

เช่นกันว่ารัฐบาลโดยนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรียุติธรรมและนายโภคิน พลกุล มือกฎหมายรัฐบาล ได้เสนอให้ใช้ ม.7 ด้วยการถวายเรื่องให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องสถานภาพของนายกฯ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าต้องพ้นจาก ตำแหน่ง

ไม่รู้ว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะรับลูกหรือไม่เพราะมีเสียงลูกพรรคบางคนบอกว่าไม่เอาวิธีนี้แต่ต้องการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ว่าที่จริงแล้วน่าจะเป็นเกมต่อรองกับแนวคิดของ กปปส.มากกว่า ทำนองว่า กปปส.ทำได้รัฐบาลก็ทำได้เช่นกันเป็นการ “ตีกัน” ล่วงหน้า

พูดง่ายๆว่างัดวิชาออกมาสู้กันทุกรูปแบบ.

 

“สายล่อฟ้า”

16 เม.ย. 2557 09:55 16 เม.ย. 2557 09:55 ไทยรัฐ