วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความยุติธรรมมาก่อนกฎหมาย

วันพรุ่งนี้จะครบกำหนดที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งเอกสารชี้แจงข้อกล่าวหา กรณีโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยมิชอบ ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินซึ่งคาดกันว่าจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้

นายกฯยิ่งลักษณ์ ยอมรับว่า มีความกังวล และ เรียกร้องให้ศาลให้ความยุติธรรมแก่ตนเองอย่างเสมอภาค เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนอื่นๆในอดีต

วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ “กฎหมายกับความยุติธรรม” มาเล่าสู่กันฟัง เป็นบทความของ คุณธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 ปัจจุบันเป็น องคมนตรี เขียนลงในหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับองคมนตรี” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 สมัยเป็นผู้พิพากษา คุณธานินทร์ ได้ชื่อว่าตรงเป็นไม้บรรทัด ผมขอนำตอนที่สำคัญมาให้อ่านกันครับ

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงเป็นนักกฎหมายโดยวิชาชีพ แต่ทรงเข้าถึงแก่นแท้และจิตวิญญาณของกฎหมายอย่างแท้จริง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ผมอยู่เสมอ จากพระบรมราชวินิจฉัยฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษในคดีต่างๆ หรือจากพระราชกระแสเกี่ยวกับปัญหาทางด้านกฎหมาย ที่พระราชทานให้คณะองคมนตรีพิจารณา...

พระอัจฉริยภาพทางกฎหมายเรื่องหนึ่ง ที่ประทับอยู่ในดวงใจของผมตลอดมาคือ พระราชดำริในเรื่องความยุติธรรม อันความยุติธรรมนี้ นักกฎหมายทุกคนทราบดีว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นสุดยอดแห่งความยากที่จะวินิจฉัยว่า สิ่งใดยุติธรรม สิ่งใดไม่ยุติธรรม ในหมู่นักกฎหมายด้วยกันเองยังมีข้อถกเถียงกันอย่างไม่จบสิ้น

อุปสรรคหนึ่งที่สำคัญในระบบกฎหมายไทย ตั้งแต่ได้มีการปฏิรูประบบกฎหมายในครั้ง รัชกาลที่ 5 มาจนถึงปัจจุบัน คือ เราถือตามหลักระบบกฎหมายอังกฤษที่ว่า “ตัวกฎหมายนั่นแหละคือความยุติธรรม” ดังนั้น แม้จะเห็นกันทั่วไปว่า กฎหมายบทนั้นบทนี้ไม่ยุติธรรม ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่ยุติธรรมนั้น จนกว่าจะได้แก้ไขกฎหมายนั้นเสียก่อน

แต่สำหรับในเรื่องนี้ มีพระบรมราโชวาทองค์หนึ่ง เกี่ยวกับความยุติธรรมกับกฎหมายซึ่งให้แง่คิดที่ควรใคร่ครวญและศึกษาอย่างลึกซึ้งคือ

“...กฎหมายทั้งปวง เราบัญญัติขึ้นเพื่อใช้เป็นปัจจัยสำหรับรักษาความยุติธรรม กล่าวโดยสรุปคือใช้เป็นแบบแผนแห่งความประพฤติปฏิบัติของมหาชนสถานหนึ่ง กับใช้เป็นแม่บทในการพิจารณาตัดสินความประพฤติปฏิบัตินั้นๆให้เป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงตรงอีกสถานหนึ่ง

โดยที่ กฎหมายเป็นแค่เครื่องมือในการรักษาความยุติธรรม ดังกล่าว จึงไม่ควรจะถือว่ามีความสำคัญยิ่งไปกว่าความยุติธรรม หากควรจะต้องถือว่า ความยุติธรรมมาก่อนกฎหมายและอยู่เหนือกฎหมาย การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีใดๆโดยคำนึงถึงแต่ความถูกผิดตามกฎหมายเท่านั้น ดูจะไม่เป็นการเพียงพอ จำต้องคำนึงถึงความยุติธรรมซึ่งเป็นจุดประสงค์ด้วยเสมอ การใช้กฎหมายจึงจะมีความหมาย และได้ผลที่ควรจะได้...”

...ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า แนวพระราชดำริดังกล่าวได้รับการน้อมนำมาบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มาตรา 197 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาลซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไป โดยยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์”

นับเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มคำว่า “โดยยุติธรรม” เข้ามาในรัฐธรรมนูญซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน และ วางไว้เป็นลำดับแรก ก่อนคำว่า “ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย” น่าคิดได้ว่าผู้ร่างมีเจตนารมณ์ให้ความสำคัญกับความยุติธรรมเป็นลำดับแรก อันสอดคล้องกับพระบรมราโชวาทดังกล่าวข้างต้น...”

เมื่อเป็นเช่นนี้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง “ความยุติธรรม” แต่สิ่งสำคัญก็คือ ผู้นำประเทศไม่ว่าใคร ไม่สมควรทำเรื่องผิดกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายบ่อยๆ สุดท้ายก็ต้อง “สะดุดความยุติธรรม” ล้มไปเองแน่นอน.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

16 เม.ย. 2557 09:51 ไทยรัฐ