วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ผวาหนัก กลัวศาลรธน.

หาเรื่องด่าทุกเม็ด!ปชป.ซัดยื้ออำนาจ

เพื่อไทยประเมินศาล รธน.จ่อทุบเปรี้ยง “ยิ่งลักษณ์-ครม.” หยุดปฏิบัติหน้าที่ หัวชนฝายังไม่ถึงทางตัน ยึดเดินตาม รธน.ปิดประตูตายมาตรา 7 “อ๋อย” เตือนตุลาการศาล รธน.จุดไฟรุนแรง ถึงวันนั้นรัฐประหารก็เอาไม่อยู่ “นพดล” สับคณะรัฐบุคคลล้ำเส้น ชงนายกฯพระราชทาน ผูกปมขัดแย้งไม่รู้จบ “ชัยเกษม” ป้อง “ปู” ไม่รับลูกชิงลาออก ผวาถูกร้องซ้ำ ม.157 “อภิสิทธิ์”สำทับยังไม่มีสุญญากาศการเมือง ใช้ ม.7 ไม่ได้ ชี้ทาง “ทักษิณ” กลับบ้านยอมรับโทษก่อน เลิกคิดได้คืน 4.6 หมื่นล้าน วุฒิสภาเปิดประชุมวิสามัญไม่ทัน 18 เม.ย. “สุรชัย” นัดถกฝ่ายกฎหมายคลำ หาช่องกดดันรัฐบาล

ใกล้วันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีรับ

คำร้องวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. โดยพรรคเพื่อไทยประเมินแนวโน้มว่านายกฯ รวมไปถึง ครม.ทั้งคณะจะถูกตัดสินให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ข้อเสนอการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 จากฝ่ายต่างๆในการหาทางออกให้ประเทศยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง

“ชัยเกษม” อ้าง “ปู” ไม่ออกผวา ม.157

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางยุติปัญหาความขัดแย้ง ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลาออก ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินสถานภาพการเป็นรัฐมนตรี กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ถ้าอยากให้ทุกอย่างจบ กปปส.ก็ยุติการชุมนุมกลับบ้านไป มีใครทำไหม ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์คงปฏิบัติตามได้ยาก เพราะไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมายบอกให้นายกฯ และ ครม.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ถ้านายกฯไปเผลอลาออกตามข้อเสนอนายอภิสิทธิ์จะมีคนอีกกลุ่มไปแจ้งดำเนินคดีมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ จริงๆแล้วถ้าเลือกตั้งจบให้เร็วที่สุดตามรัฐธรรมนูญก็เดินไปได้ การปฏิรูปค่อยว่ากันไป

คนที่จะตัดสินใครผิดใครถูกคือประชาชน ถ้าต้องทำตามคนนั้นคนนี้ก็ไม่เป็นประชาธิปไตย คงต้องเปลี่ยนประเทศไปอีกระบอบหนึ่งแล้ว

จวกข้อเสนอนอกรีตไร้ ก.ม.รองรับ

นายชัยเกษมกล่าวว่า อยากให้ไปถามนายอภิสิทธิ์ ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ครม.ลาออกจริง รัฐธรรมนูญกำหนดทางออกไว้หรือไม่ มีทางออกอย่างไร ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีวุฒิสภา ปัญหาตามมาอีกเยอะ นายกฯลาออกมันคงไม่จบง่ายๆ ถ้า กปปส.ยังอยู่ ถึงได้บอกหากเดินไปตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ก็ไปฉีกรัฐธรรมนูญ อยากฉีกก็ฉีกไป จะได้กลับมานอนบ้าน ส่วนข้อเสนอตนตามแนวทางมาตรา 7 ไม่ทราบว่านายอภิสิทธิ์ได้อ่านครบถ้วนหรือไม่ เพราะไม่ได้ทำเพื่ออยู่รักษาอำนาจ แค่อยู่เป็นรัฐบาลรักษาการแทบทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว อยู่ไปก็เท่านั้น ประเทศชาติไปไม่ได้การเลือกตั้งก็ไม่จบ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สิ่งที่ตนเสนอให้ทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายกฯพ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี เป็นการเสนอทางแก้ในสิ่งที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเอาไว้ คือศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจเกินกว่าที่บัญญัติไว้ ถ้าใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญแล้วมาบอกต้องฟังเขาก็รับไม่ได้

“อ๋อย” ย้ำถึง ปว.ปัญหาก็ไม่จบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุคนรัฐบาลข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญจะเกิดเหตุความรุนแรง กรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.เป็นเพราะหวงอำนาจว่า ไม่ได้ข่มขู่ แต่ที่ออกมาพูดเพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ทำผิดรัฐธรรมนูญไม่เกรงใจใคร ทำให้บ้านเมืองถึงจุดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้ายังฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอีก แล้วมีความรุนแรง เกิดรัฐประหารก็ไม่จบ ทั้งหมดเพราะขัดขวางการเลือกตั้ง และใช้ตุลาการภิวัฒน์โดยศาลรัฐธรรมนูญขัดขวางระบอบประชาธิปไตย

พท.นัดฟังความเห็น รมว.ยธ.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 17 เม.ย. พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย คงจะมีการคุยกันถึงแนวคิดของนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ที่เสนอแนวคิดขอให้ใช้วิธีทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 แต่เท่าที่หารือการเสนอขอใช้มาตรา 7 ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด หรือเสนอโดยใคร ถือว่าไม่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย และไม่ใช่ทางออกของประเทศ หากเสนอไปก็มีคนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรับอยู่ดี พรรคเพื่อไทยมองว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกที่จะแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งขณะนี้ การที่นายชัยเกษมเสนอแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เพราะรัฐบาลถึงทางตัน แต่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวที่อยากช่วยแก้ปัญหาสุญญากาศทางการเมือง พรรคเพื่อไทยเป็นประชาธิปไตย ใครก็มีสิทธิเสนอความเห็นได้

จวกคณะรัฐบุคคลจ้องโค่น รบ.

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีคณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เสนอร่างพระบรมราชโองการ ขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อหาทางออกให้ประเทศ เป็นการใช้ช่องทางลัด ร่วมมือกับกลุ่มอำนาจเก่า น่าจะมีนัยล้มรัฐบาล ให้มีรัฐบาลใหม่โดยไม่ฟังเสียงประชาชน อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ กลุ่มนี้ไม่ต่างอะไรจากกลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. อยากถามว่ามีรัฐธรรมนูญรองรับหรือไม่ พล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรี อยู่เหนือการเมือง ไปดึงลงมาทำไม เชื่อว่า พล.อ.เปรมคงไม่รับข้อเสนอดังกล่าว องคมนตรีต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

ตอกหน้าพวกล้ำเส้นนอก รธน.

ขณะที่นายนพดล ปัทมะ คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีที่คณะรัฐบุคคลเสนอให้ขอพระราชทานนายกฯมาตรา 7 โดยให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้ทูลเกล้าฯ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการว่า ก็มีสิทธิคิดได้ แต่อยู่นอกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและไม่มีสุญญากาศทางการเมืองใดๆ ที่จะใช้มาตรา 7 เวลานี้กลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมืองต้องไม่ทำตัวเป็นเงื่อนไข ยืนขวางทางออกของประเทศ ความพยายามเสนอวิธีการใดๆเพื่อให้ฝ่ายตนชนะ โดยไม่คำนึงถึงระบบและกติกาตลอดจนความรู้สึกของประชาชน 65 ล้านคน จะเป็นการฉีกสัญญาประชาคมในการอยู่ร่วมกัน และนำไปสู่ความขัดแย้งไม่รู้จบ พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ในกระบวนการประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง เราพร้อมเคารพการตัดสินใจของประชาชนและทำหน้าที่ตามที่ประชาชนกำหนด เพราะพรรคตระหนักว่าชัยชนะของคนไทยมาก่อนชัยชนะของฝ่ายใดๆ

ยันส่งแกนนำร่วมหารือ กกต.

นายนพดลกล่าวว่า ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเชิญพรรคการเมืองหารือเรื่องการเลือกตั้งในวันที่ 22 เม.ย.พรรคเพื่อไทยจะส่งคนที่มีอำนาจไปร่วมหารือแน่นอน และจะไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องส่งตัวแทนเข้าร่วม หรือต้องถ่ายทอดสด เพราะเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดของประเทศคือการให้ประชาชนเลือกอนาคตและกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง ด้วยการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม ซึ่งจะคลี่คลายความขัดแย้ง ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าไปได้ และการเลือกตั้งจะเดินหน้าไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีออกมาอย่างไรก็ตาม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องแต่จะให้พรรคเพื่อไทยส่งระดับหัวหน้าพรรคเข้าประชุมกับ กกต. แสดงให้เห็นถึงการเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ให้คนอื่น พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตเลือกตั้ง

กอดกติกาเข้าคูหาคือทางออก

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอของคณะรัฐบุคคลไม่ทราบมีนัยทางการเมืองหรือไม่ เชื่อว่าทุกคนรักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นการเสนอเพื่อขอนายกฯมาตรา 7 ถือว่าไม่ใช่ทางออกประเทศ ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเผด็จการซ่อนรูป ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าสิ่งที่จะให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ร่างพระบรมราชโองการขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยเพื่อหาทางออกประเทศมีแนวทางอย่างไร แต่ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ คือ การเลือกตั้งไปตามระบอบประชาธิปไตย จะได้รู้ว่าสิ่งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.อ้างเป็นมวลมหาประชาชนจริงหรือไม่

นายสามารถ แก้วมีชัย คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะไล่คนที่สิ้นสภาพแล้วให้ไปไหนอีก แต่ก็ยังพยายามสร้างสุญญากาศทางการเมือง นำไปสู่นายกฯ ตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย น่าแปลกที่คนที่เขียนรัฐธรรมนูญปี 50 มากับมือกลับจะพาเดินเข้ารกเข้าพง

อัดศาล รธน.รัฏฐาธิปัตย์โละทิ้ง ครม.

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม เนื่องจากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.โดยมิชอบ ในวันที่ 18 เม.ย. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่เกินคำขอไว้วินิจฉัยผิดสังเกตตั้งแต่ต้น จึงเห็นแนวโน้มว่านายกฯรวมไปถึง ครม.ทั้งคณะจะถูกตัดสินให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่เรื่องนี้ทำไม่ง่ายแน่ ต้องรอดูว่าถ้าศาลตัดสินอย่างนั้นจริงจะเขียนคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร จะคลุมเครือเหมือนการตัดสินการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไม่ให้ ครม.ปฏิบัติหน้าที่แล้วจะต้องทำอย่างไร จะเป็นสุญญากาศหรือไม่ ช่วงหลังศาลรัฐธรรมนูญพลาดมาหลายรอบแล้ว ถ้าพลาดอีกต้องบอกว่าเป็นศาลรัฏฐาธิปัตย์แล้ว แต่ยังเชื่อว่าเรื่องนี้ทำไม่ได้ ทุกอย่างมีอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว อย่าไปทำให้ผิดเพี้ยนหรือว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเลียนแบบนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่บอกว่างานใหญ่ต้องเอียง

ยึด รธน.ไม่ต้องพึ่งพามาตรา 7

นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอให้ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ตนไม่เห็นด้วยเลย ทั้งฝั่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. รวมทั้งนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เพราะเป็นเรื่องไม่บังควรทั้งสิ้น ข้อเสนอของนายชัยเกษมเหมือนออกมาตีกับศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาอ้างก่อนการตัดสินไม่ได้ แม้ว่าที่ผ่านมาหลายคนจะรู้สึกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ ตัดสินค้านสายตา แต่หากเสนอความเห็นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นนั้น ถ้าเราทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ยึดตามรัฐธรรมนูญ ไม่ทำอะไรที่ผิดเพี้ยน

“ปู” ทำบุญปิดปากแจงศาล รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังคงพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่ จ.เชียงใหม่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายกฯพร้อมนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปก์) บุตรชาย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย และนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าฯ จ.เชียงใหม่ เดินทางไปที่วัดเจดีย์หลวง ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงใหม่ ร่วมทำบุญตานขันข้าว อุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่เสียชีวิตร่วมกับชาวเชียงใหม่ และสักการะเจดีย์หลวงกับประชาชน จ.เชียงใหม่ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาทำบุญให้ความสนใจขอถ่ายรูปและจับมือนายกฯ จากนั้นนายกฯและคณะเดินทางไปรับประทานก๋วยเตี๋ยว ที่ร้านแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ โดยขอผู้สื่อข่าวไม่ให้ติดตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯถึงการเดินทางไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 18 เม.ย. กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. นายกฯปฏิเสธไม่ตอบคำถาม

“มาร์ค” ชี้ไม่ถึงทางตันใช้ ม.7 ไม่ได้

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางบลูสกาย แชนแนล ถึงการเสนอให้ใช้มาตรา 7 เพื่อเป็นทางออกของปัญหาวิกฤติการเมืองว่า ยืนยันว่าการจะดำเนินการตามมาตรา 7 จะไม่สามารถทำได้ หากไม่มีเงื่อนไขสุญญากาศทางการเมือง คือ นายกฯ และ ครม.ไม่อยู่ ในตำแหน่งทั้งคณะ ข้อเสนอใดที่พยายามทำก่อนเกิดสุญญากาศ ไม่สามารถไปอ้างอิงกับมาตรา 7 ได้ ขณะนี้เรื่องยังไม่เกิด ไม่ว่าจะใช้คำว่าอะไร ทั้งรัฏฐาธิปัตย์ สุญญากาศมาตรา 7 หรือประชาธิปไตย ทุกหลักต้องกลับไปสู่ข้อตกลงของปวงชนชาวไทยด้วยกันเอง การให้ความเข้าใจประชาชนว่ามีเงื่อนไข ข้อเรียกร้องหรือข้อกฎหมายใดที่ถกเถียงกันเป็นเรื่องสำคัญ ฝ่ายการเมืองและผู้เกี่ยวข้องต้องคุยกันก่อนจะทำอย่างไรให้ราบรื่น ถ้านายกฯจะคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก็ควรถ่ายทอดทีวี หรือ กกต.จะประชุมร่วมกับพรรคการเมืองก็ควรถ่ายทอดให้ประชาชนรู้

แนะ “แม้ว” รับโทษเลิกทวง 4.6 หมื่นล้าน

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สไกป์มาที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย จ.เชียงใหม่ เนื่องในวันสงกรานต์โดยระบุว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ถูกโจมตีทุกรูปแบบ มีการแทรกแซงจากกลไกต่างๆ ทำให้การบริหารไม่ราบรื่น ไม่ต่างจากที่ตนโดนในปี 2549 ว่า เหตุการณ์ 2 ครั้งเหมือนกันคือการมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่ทรยศประชาชน ปี 2549 คือ ขายหุ้นไม่เสียภาษี ปัจจุบัน คือ กรณีพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิด ถ้าคนที่ก่อเหตุไม่ยอมรับรู้ตรงนี้ คิดว่ามีกระบวนการฟอกตัวสร้างความชอบธรรม ไม่เผชิญกับสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ในที่สุดบ้านเมืองจะวุ่นวาย ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณลองย้อนกลับไปดูว่ามีข้อเสนอจากหลายฝ่ายที่จะรักษาประชาธิปไตยมากี่ครั้ง แต่ก็ไม่ยอมรับ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า ปีหน้าอาจจะมาอวยพรในประเทศไทย ฟันธงได้เลยว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังมีแนวคิดเรื่องนิรโทษกรรมอยู่ ปัญหาจึงยังแก้ไม่ได้ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณเชื่อเรื่องการให้อภัย ให้สารภาพสำนึกผิดกลับมารับโทษก่อน แล้วถึงจะได้รับการให้อภัย ตนรู้ว่าคงไม่ยอมรับหลักนี้ เพราะไม่ได้เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืน

ปชป.ตั้งแง่ถกตัวจริง–ถ่ายทอดสด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมการหารือในวันที่ 22 เม.ย.หาทางออกการเลือกตั้งว่า พรรคยินดีให้ความร่วมมือหาทางออกร่วมกัน แต่ควรเป็นการหารือของบุคคลที่มีอำนาจตัดสินอย่างแท้จริง และขอให้มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับรู้แนวคิด เพื่อร่วมตัดสินใจหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม เพราะการจัดประชุมของ กกต.ร่วมกับพรรคการเมืองที่ผ่านมา มักมีธงในการเข้าร่วมประชุม ไม่ได้ส่งคนมีอำนาจตัดสินใจ หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่เห็นประโยชน์ของการหารือ ซึ่งครั้งนี้ต้องเป็นการหารือให้การเลือกตั้งเดินหน้าได้ ไม่ใช่การมาบอกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันใด หากกำหนดวันเลือกตั้ง แต่ยังมีการข่มขู่ คุกคามก็ไร้ประโยชน์ ถ้าจริงใจและทำได้จริง เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองจะดีขึ้นหลังวันที่ 22 เม.ย. แต่หากเป็นเพียงพิธีกรรมก็ไม่มีประโยชน์จะพูดคุย

ยันไม่รับอานิสงส์นอกระบบ

นายชวนนท์กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่เบื้องหลังวิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง พยายามทักท้วงตั้งแต่ตอนที่รัฐบาลพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขอยืนยันว่าไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร พรรคยืนยันไม่ขอเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนอกระบบ จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลหรือร่วมอำนาจที่มาจากนอกระบบ ดังนั้นเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องหาทางออกเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก่อขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ต้องหาทางออกอย่างจริงจัง หากแสดง ออกอย่างจริงจังในการพูดคุย เชื่อว่าจะทำให้อารมณ์มวลชนแต่ละฝ่ายลดลงและเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น ส่วนรัฐบาลอย่าใช้มวลชนคนเสื้อแดงมาเป็นตัวประกันและเป็นเครื่องมือข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ฉะ “ทักษิณ” ดันต่อนิรโทษฯ

นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สไกป์มาถึงนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวและญาติๆระบุว่า อยากให้บ้านเมืองสงบว่า พ.ต.ท.ทักษิณทำได้ทันทีโดยการเคารพกฎหมายประเทศไทย และให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคารพกฎหมายบ้านเมืองจึงจะสงบ การระบุว่าจะมาไทยให้ประชาชนรดน้ำ แสดงว่ายังต้องการให้มีการนิรโทษกรรมอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าหากพรรคเพื่อไทยมีอำนาจจะกลับมาผลักดันเรื่องนี้อีก ปัญหาทั้งหมดจึงเกิดจากคนคนหนึ่งที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมจนบ้านเมืองวุ่นวาย

“จุรินทร์” อัดรัฐดิ้นยื้ออำนาจ

วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ Aoodda” ถึงสถานการณ์การเมืองหลังเทศกาลสงกรานต์ว่า รัฐบาลคงไม่ยอมเปลี่ยนจุดยืนไปลาออกตามวิถีทางประชาธิปไตยง่ายๆ แต่จะยังยืนยันทำสิ่งตรงข้าม คือ 1. เดินหน้ายื้อเวลาอยู่ในอำนาจต่อไปให้นานที่สุด 2. กดดันให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะเชื่อว่าจะได้กลับมาครองอำนาจอีก 3.ใช้กลไกอำนาจรัฐจัดการฝ่ายตรงข้ามทุกรูปแบบ 4.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ครม. และพรรคเพื่อไทย (พท.) รวมถึงกลุ่ม นปช.จะเร่งเครื่องข่มขู่ คุกคาม ลดความน่าเชื่อถือของศาล องค์กรอิสระ และฝ่ายตรงข้ามหนักขึ้น 5.เตรียมใช้วุฒิสภาชุดใหม่เป็นเครื่องมือปกป้องการกระทำผิด ทั้งการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตประธานสภาและประธานวุฒิสภา เพื่อให้เสียงถอดถอนไม่ถึง 3 ใน 5 หลังจากการชี้มูลคดีรับจำนำข้าว และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี หากผลเป็นลบกับรัฐบาล ยังจะมีความพยายามยื้ออยู่ในอำนาจต่อไปอีกหลายรูปแบบ โดยใช้กลไกอำนาจรัฐ วุฒิสภา ข้อกฎหมายและกองกำลังที่จัดตั้งไว้เป็นเครื่องมือต่อไป

คนสนิทเผย “ป๋า” รับทราบความหวังดี

ขณะที่ พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ และนายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด และคณะรัฐบุคคล เสนอให้ พล.อ.เปรม พูดคุยกับองค์กรหลักของบ้านเมือง ร่างพระบรม ราชโองการหาทางออกประเทศทูลเกล้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า พล.อ.เปรมได้รับทราบแล้วจากสื่อมวลชน แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ถือว่าเป็นความปรารถนาดีที่จะเสนอทางออกและเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศ ที่ผ่านมามีหลายคนและหลายกลุ่มพยายามเสนอทางออกให้ประเทศไทย จะนำพาประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุข ส่วนตัวไม่สามารถตอบแทน พล.อ.เปรมได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ พล.อ.สายหยุด หรือแนวทางของใคร ขณะเดียวกัน พล.อ.เปรมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าแนวคิดของ พล.อ.สายหยุดนั้นบังควรหรือไม่บังควร ต้องไปคิดกันเอาเอง

วุฒิฯเปิดสมัยวิสามัญไม่ทัน 18 เม.ย.

อีกเรื่องหนึ่ง นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการตรา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ว่ายังอยู่ในขั้นตอนการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ได้ความเห็นตรงกันในข้อกฎหมาย เชื่อว่าไม่ทันวันที่ 18 เม.ย.แน่นอน ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ส่งความเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญไปยัง สลค.แล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแต่งตั้ง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.คนใหม่ ยังอยู่ในกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนกระบวนการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา แม้รัฐธรรมนูญจะบอกว่าต้องทำโดยเร็ว แต่ก็ไม่มีบทบังคับอะไร ดังนั้นเชื่อว่าหลังวันหยุดยาวสงกรานต์ขั้นตอนดำเนินการดังกล่าวจะมีความคืบหน้า

“สุรชัย” เรียกฝ่าย ก.ม.สรุปความเห็น

ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การเปิดประชุมสมัยวิสามัญคงไม่ทันวันที่ 18 เม.ย.ในวันที่ 17 เม.ย.ได้เรียกประชุมสำนักกฎหมาย สำนัก ประชุมของสำนักเลขาธิการวุฒิสภาเข้าหารือเพื่อสรุปความเห็นอีกครั้ง และคงต้องรอหารือกับทางรัฐบาลอีกที ยังไม่แน่ใจว่าจะเปิดได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้สำนักเลขาธิการวุฒิสภา ได้ส่งความเห็นเพิ่มเติมไปยังสำนักเลขาธิการ ครม.แล้ว

รัฐบาลส่อโบ้ยศาล รธน.ชี้ขาด

นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง การเสนอเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญว่า เรื่องนี้มีประเด็นที่ต้องถกเถียงกัน คงต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อนเบื้องต้น และต้องดูด้วยมีเหตุผลหรือไม่ เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเองหรือไม่ ถ้าเขียนเพิ่มเติมเองเหมือนที่ผ่านมาก็ยากจะยอมรับ ซึ่งอำนาจในการออก พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญเพื่อถอดถอนต้องผ่านประธานรัฐสภา ตอนนี้ไม่มีแล้วจะเดินอย่างไร อาจเป็นข้อบกพร่องของกฎหมายที่ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น คงตอบไม่ได้ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร แต่ถ้าจะบอกว่ารัฐบาลเตะถ่วงต้องถามกลับไปว่าจะเตะถ่วงเพื่ออยู่ในอำนาจเพื่ออะไร ทุกวันนี้รัฐบาลไม่มีอำนาจ ทำอะไรก็ไม่ได้

“อ๋อย” ฉะ 40 ส.ว.ล็อบบี้เร่งเกมสอย

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตือนรัฐบาลระวังขัดรัฐธรรมนูญ หากไม่ยอมเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญว่า ถ้าเปิดเพื่อถอดถอน นายกฯและรัฐบาลไม่มีอำนาจ และประธานวุฒิสภาถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ถูกพักปฏิบัติหน้าที่ ต้องมาทบทวนว่าผู้ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานรัฐสภา เมื่อถูกชี้มูลยังต้องพักปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลต้องมาตายน้ำตื้นอะไร ส่วนที่นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุมีขบวนการล็อบบี้เลือกประธานวุฒิสภา เท่าที่ทราบกลุ่ม 40 ส.ว.ล็อบบี้อยู่แล้ว ฝ่ายต้องการถอดถอนคนนั้นคนนี้พยายามเต็มที่ ปัญหาอยู่ที่ว่าการถอดถอนควรดำเนินการโดยวุฒิสภาชุดไหน เพราะว่าชุดเดิมอยู่ครบวาระแล้ว หลายคนก็ไม่ได้ทำหน้าที่ต่อ

ซัด “นิคม” ตีกันดิ้นหนีถอดถอน

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ออกมาให้ความเห็นว่า ไม่สามารถเปิดประชุมวุฒิสภา เพื่อดำเนินการถอดถอนได้ว่า นายนิคมไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็นได้ เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหมดความน่าเชื่อถือจากพฤติกรรมการละเมิดรัฐธรรมนูญ ชาติที่เจริญแล้วนักการเมืองจะรับผิดชอบต่อสังคมกว่านี้ ขณะนี้เกิดสุญญากาศไม่มีทั้งประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา เพราะถูกชี้มูลความผิดให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นรองประธานวุฒิสภาจึงสามารถทำหน้าที่แทนได้ การอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ว่าไม่มีประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภาทำอะไรไม่ได้ เป็นแค่คำกล่าวอ้างที่หวังว่าหากมีสภาใหม่ตัวเองอาจหลุดคดีพร้อมนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและอาจพ่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่กำลังถูก ป.ป.ช.ไต่สวนคดีทุจริตจำนำข้าวไปด้วย

16 เม.ย. 2557 08:16 16 เม.ย. 2557 08:39 ไทยรัฐ