วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยยกเครื่อง อคส.ล้างทุจริต!

เปิดอก “ชนุตร์ปกรณ์” ผู้อำนวยการ อคส.คนใหม่

ผอ.อคส.เดินหน้าล้างภาพทุจริตในองค์กร เตรียมสับเปลี่ยนพนักงานในต่างจังหวัดเพิ่มอีก หลังหมุนเวียนแล้ว 12 จังหวัด หวังล้างอิทธิพลให้สิ้นซาก ยันมีคนไม่พอใจ และย้ายออกจากหน้าที่แล้ว พร้อมเดินหน้าทำธุรกิจเต็มสูบ หวังพึ่งตนเอง ไม่พึ่งโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐ ลั่นมีกำไรไม่ต่ำ 300 ล้านบาทในปี 59

นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) ซึ่งผ่านการคัดสรรให้รับตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่ได้เพียง 6 เดือน เปิดเผยถึงการปรับปรุงภาพลักษณ์ และแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรว่า คนภายนอกมักจะเห็นว่า อคส.มีแต่ข่าวทุจริต เพราะเกี่ยวข้องกับโครงการรับสินค้าเกษตรของรัฐบาล จึงต้องการเข้ามา “กวาดบ้าน” เพื่อทำให้ อคส.มีภาพลักษณ์ดีขึ้น และจะควบคุม “คนนอกคอก” ให้ทำงานได้ตามกรอบที่เหมาะสม

“พนักงานของ อคส.มีทั้งดีและไม่ดี การทำงานของผมไม่ใช่กวาดล้างคนไม่ดี หรือเอาคนไม่ดีออกให้หมด เพราะคนไม่ดี ทำงานเก่งก็มีมาก แต่ต้องทำให้คนดีและคนไม่ดีทำงานร่วมกันได้ พยายามควบคุมให้เขาทำงานได้ตามกรอบที่เหมาะสม”

แต่สำหรับพวกที่มีพฤติกรรมทุจริตได้โยกย้ายออกจากพื้นที่แล้วใน 12 จังหวัด เพราะไม่ต้องการให้สร้างอิทธิพล แต่ไม่ใช่ทั้ง 12 จังหวัดมีพฤติกรรมทุจริต แต่ต้องการเอาคนที่มีประสบการณ์ในภาคสนามมาสอนงานคนในองค์กร เพื่อให้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับคนที่ทุจริตจริงๆ มีเพียง 2 รายคือ ที่ จ.อุดรธานี ที่มีข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่ฝากเก็บในคลังเอกชนหายไป และที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ขนย้ายข้าวออกจากคลังโดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และล่าสุดได้ส่งเรื่องต่อไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สอบสวนต่อแล้ว หากยังได้รับเบาะแสการทุจริตอีก จะสั่งหมุนเวียนตำแหน่งเพิ่มขึ้น ส่วนการพักงานรองผู้อำนวยการ อคส. เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในหลายๆเรื่องที่กำลังตรวจสอบอยู่ เช่น การทุจริตในโครงการข้าวถุง คาดจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

นายชนุตร์ปกรณ์กล่าวว่า การ “กวาดบ้าน” โดยการสับเปลี่ยนกำลังพล การตรวจสอบงานภายในขององค์กรในทุกช่องทางอย่างเข้มข้น การปรับเปลี่ยนนำระบบไอทีมาใช้ในการรับจำนำข้าวและออกใบประทวน เพื่อป้องปรามการทุจริตนั้น ทำให้พนักงานบางคนไม่พอใจ และไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน จึงได้สั่งโยกย้ายตำแหน่งแล้ว และทำให้การทำงานของ อคส.มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 56/57 ที่สิ้นสุดโครงการไปแล้วเมื่อสิ้นเดือน ก.พ.57

“การทำงานในโครงการรับจำนำข้าวของ อคส.มีทั้งการตรวจสอบและคุมเข้ม โดยการตรวจสอบจะตรวจสอบคุณภาพและปริมาณข้าว ที่มีหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ อย่างกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศจะตรวจสอบเป็นระยะๆ และมีเซอร์ไพรส์เช็กตลอด, จังหวัดจะตรวจสอบ
ทุกเดือน, อคส.จะตรวจสอบใหญ่ปีละ 2 ครั้ง ทำให้ข้าวมีคุณภาพดีและปริมาณไม่ขาดหาย อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดติดที่โกดังทุกแห่งป้องกันการทุจริตอีก”

ส่วนการคุมเข้มนั้น ในแต่ละโกดังจะมีผู้ถือกุญแจประตูเข้าโกดังเพียง 3 คน คือ คนของจังหวัด เจ้าหน้าที่ อคส. และเจ้าของคลัง หากข้าวหายไปจากคลัง แสดงว่าทั้ง 3 คนรู้เห็นเป็นใจกัน ที่ผ่านมา ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว นอกจากนี้ หากข้าวหาย หรือคุณภาพไม่ดี หรือเสียหายจากภัยพิบัติ ยังมีบริษัทประกันภัยที่จะรับผิดชอบ รวมถึงเจ้าของคลังสินค้า และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (บริษัทเซอร์เวย์) จากโครงการก่อนๆ ที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ เพราะใช้ระบบเช่าคลัง ทำให้เจ้าของคลังไม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ อคส.มีรายได้จากการบริหารจัดการมากขึ้น จากในช่วงที่ไม่มีโครงการ หรือประมาณปี 53- 54 สถานะของ อคส.ติดลบ หรือขาดทุนเข้าขั้นวิกฤติ ขณะนี้ อคส.กลับมามีกำไรมากขึ้น แต่ตนได้วางแผนธุรกิจให้ อคส. เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพารัฐบาล แต่ยังต้องทำงานตามนโยบายของรัฐบาล

สำหรับแผนธุรกิจของ อคส.นั้นตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำด้านคลังสินค้าและโลจิสติกส์ในภูมิภาค โดยขณะนี้กำลังทำโมเดลทำคลังเก็บสินค้าแบบปรับอุณหภูมิได้ (ไซโล) ที่ จ.สระบุรี ซึ่งจะช่วยยืดอายุการจัดเก็บ สินค้าเกษตรให้ได้ยาวนานขึ้น โดยหลังจากก่อสร้างไซโลเสร็จแล้ว มีแผนจะจัดซื้อสินค้าเกษตรมาเก็บไว้ในช่วงผลผลิตมีมาก ราคาต่ำ แล้วเก็บไว้ขายในช่วงที่ผลผลิตขาดแคลน อย่างมะนาว หรืออาจจะเป็นสินค้าเกษตรอื่นๆ ขณะเดียวกัน ยังมีแผนที่จะลงทุนสร้างไซโลร่วมกับต่างประเทศ เช่น จีน

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะทำธุรกิจร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดย อคส.จะเป็นผู้ขาย หรือทำตลาดสินค้าเกษตรอื่น และข้าวของประเทศเพื่อนบ้านให้ประเทศอื่นๆ เช่น จีน แอฟริกา ยุโรป สหรัฐฯ เป็นต้น โดยอาจจะเป็นโบรกเกอร์ รวมถึงอาจจะทำแบรนด์สินค้าข้าวไทยระดับพรีเมียมขายเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า อย่างไรก็ตาม จากปัญหาการเมืองในประเทศที่ยืดเยื้อยาวนาน ทำให้หลายประเทศที่สนใจจะทำธุรกิจกับ อคส.ชะลอการลงทุนไปก่อน แต่ อคส.ได้พยายามสร้างความมั่นใจอย่างต่อเนื่องว่า อคส.ยังสามารถทำธุรกิจได้เหมือนเดิม

“แผนธุรกิจของ อคส.น่าจะทำให้ อคส.มีกำไรได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทภายในปี 59 ส่วนแผนการปรับปรุงการทำงานของ อคส.ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ อคส.เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีภาพลักษณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ติดอันดับรัฐวิสาหกิจดีเด่นก็ตาม”.

ผอ.อคส.เดินหน้าล้างภาพทุจริตในองค์กร เตรียมสับเปลี่ยนพนักงานในต่างจังหวัดเพิ่มอีก หลังหมุนเวียนแล้ว 12 จังหวัด หวังล้างอิทธิพลให้สิ้นซาก ยันมีคนไม่พอใจ และย้ายออกจากหน้าที่แล้ว พร้อมเดินหน้าทำธุรกิจเต็มสูบ 16 เม.ย. 2557 04:52 16 เม.ย. 2557 04:53 ไทยรัฐ