วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลกเริ่มขยับล้อมไทย

“คุณคิดว่าเขาจะฟังผมเหรอ”

“ตัวผมเองก็โดนเหมือนกัน”

“ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพิ่งตอบคำถามนักข่าวในระหว่างพิธีรดน้ำสงกรานต์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงกรณีบางฝ่ายเสนอให้เป็นคนกลางเรียกนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.มาพูดคุยกัน เพื่อเคลียร์ปัญหาขัดแย้ง
ในอารมณ์ที่ออกตัวกันล้อฟรีขนาดนี้

มันก็เป็นอะไรที่น่าจะประเมินคำตอบได้ กับกระบวนการเคลื่อนไหวของ “คณะรัฐบุคคล” ที่นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อ.เทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์ อดีตรอง ผบ.ทอ.นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์นิด้า นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ
ร่วมกันแถลงข้อเสนอทางออกประเทศไทยในการพึ่งพระบารมีแก้วิกฤติประเทศ

โยนทุ่นให้ “ป๋าเปรม” พูดคุยกับองค์กรต่างๆ ทั้งตุลาการ ทหาร ผู้นำทางสังคม เพื่อร่างพระบรมราชโองการขึ้นทูลเกล้าฯ และทำหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งเชื่อว่า เมื่อทรงมีพระบรมราชโองการออกมาแล้ว สังคมไทยจะยอมรับเหมือนเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

โดยดำเนินการได้เลย ไม่ต้องรอให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง

เรื่องของเรื่อง มันก็เป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทยหน้าเดิมๆที่เดินหมากเดินเกมกันในสถานการณ์เข้าใกล้จุดสุญญากาศ
ตามจังหวะที่ศาลรัฐธรรมนูญจ่อวินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯยิ่งลักษณ์ จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ส่อโดนล้มกระดานทั้ง ครม.

และตามท้องเรื่องที่โยงต่อเนื่องกัน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้ส่งหนังสือขอตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญกลับมาที่วุฒิสภาแล้ว

โดยไม่สามารถเปิดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 18 เมษายนนี้ เพื่อเริ่มกระบวนการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่งได้ เนื่องจากยังมีความเห็นต่างกัน โดยทางวุฒิสภาจะมีการนัดบุคคลที่เกี่ยวข้องมาประชุม วันที่ 17 เมษายนนี้อีกครั้ง

สรุปว่า ยังไม่เป็นไปตามพิมพ์เขียวเกมล้างอำนาจ ยุทธศาสตร์การโยกนายนิคมออกจากเก้าอี้ประธานวุฒิสภา เพื่อเปิดทางให้นายสุรชัยขึ้นทำหน้าที่รักษาการยังไม่สามารถดำเนินการได้

นั่นก็กระทบไปถึงกระบวนการตั้งนายกฯมาตรา 7 ยังสะดุด

ที่น่าสนใจก็คือท่าทีล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปูทางนำร่อง ให้นายกฯยิ่งลักษณ์กับนายสุเทพเปิดเวทีคุยเพื่อหาทางออกก่อนสถานการณ์ไหลไปถึงจุดสุญญากาศ

โดยให้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมรับรู้ข้อตกลง

หากจะรอให้เรื่องเกิดขึ้นแล้วมาแก้ปัญหาคงยาก เพราะจะตีความกันคนละทาง แล้วถ้าทำโดยต่างคนต่างคิดโดยอีกฝ่ายไม่ยอมรับ ความขัดแย้งก็เกิดขึ้น

“อภิสิทธิ์” เริ่มแสดงตนเป็นตัวช่วยหาทางออก ชิ่งตัวเองจากความเป็นคู่ขัดแย้ง

ในสถานการณ์ที่แรงกดดันจากนอกประเทศเริ่มชัดขึ้นตามลำดับ กับปรากฏการณ์ที่พรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี) ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลของเยอรมนี ได้ส่งสารถึงรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ แสดงความกังวลสถานการณ์ทางการเมืองไทยในขณะนี้

ขอให้จัดเลือกตั้ง 1 สิทธิ์ 1 เสียงโดยเร็ว

โดยให้ทุกฝ่ายต้องเจรจาหาทางออกร่วมกัน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง เพราะเชื่อว่าวิถีทางประชาธิปไตยจะเป็นทางออกที่ดี

ต่อเนื่องจากการที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบนายกฯยิ่งลักษณ์ช่วงก่อนสงกรานต์ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองในไทย

อยากให้ทุกฝ่ายควรร่วมกันเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยและกฎหมาย และคาดหวังว่าประเทศไทยจะมี

การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ตามรูปการณ์ “โลกล้อมประเทศไทย”

ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างของฝ่าย “ทักษิณ”.

ทีมข่าวการเมือง

16 เม.ย. 2557 02:27 16 เม.ย. 2557 03:36 ไทยรัฐ