วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีถวิลผิดอย่างไร (2)

โดย ซี.12

เรื่องราวการย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาแล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการของ ศาลรัฐธรรมนูญ นั้นมีประเด็นที่อ้างอิง ได้จากสำนวนคำพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุด ตอนหนึ่งที่ระบุว่า

สำหรับประเด็นที่สองที่ว่า ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่30 กันยายน 2554 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น

ผู้ฟ้องคดีอ้างเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายของการโอนผู้ฟ้องคดีไว้ 3 ประการ คือ

ประการที่หนึ่ง ขั้นตอนการโอนผู้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระบวนการโอน ผู้ฟ้องคดีมีการเร่งรัดดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเท่ากับว่า ผู้ฟ้องคดีโต้แย้งการกระทำพิพาทว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกระทำไปโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้นตามนัยมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ประการที่สอง การโอนผู้ฟ้องคดีจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มิได้เป็นการพิจารณาอย่างรอบด้าน ซึ่งเท่ากับว่าผู้ฟ้องคดีโต้แย้งการกระทำพิพาทว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบตามนัยมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

ประการที่สาม การมีคำสั่งดังกล่าวมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแท้จริง เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยมิได้มีข้อบกพร่องและไม่ได้มีความผิดใดๆ

เหตุผลในการโอนย้ายผู้ฟ้องคดีที่แท้จริง ก็เพื่อต้องการให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และแต่งตั้ง พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้นมาดำรงตำแหน่งแทน ผู้ฟ้องคดีเพื่อให้ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่างลง และสามารถแต่งตั้ง พลตำรวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อันเป็นการโต้แย้งการกระทำพิพาทว่าเป็นการใช้อำนาจโดยบิดเบือนอำนาจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างอื่นนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่กฎหมายให้อำนาจไว้

ซึ่งเท่ากับว่าผู้ฟ้องคดีโต้แย้งการกระทำพิพาทว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกระทำโดยไม่สุจริตตามนัยมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองชั้นต้น เห็นว่าประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีพิพาทมีเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายในสองประการแรก ซึ่งเพียงพอที่จะให้ศาลเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าวได้แล้ว ศาลปกครองชั้นต้นจึงมิได้วินิจฉัยเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายในประการที่สาม

จึงเป็นเรื่องที่ชอบที่ควรให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยการการกระทำของรัฐบาลว่าเป็นการใช้อำนาจโดยบิดเบือนอำนาจหรือไม่และขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่.

 

“ซี.12”

15 เม.ย. 2557 10:25 15 เม.ย. 2557 10:25 ไทยรัฐ