วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาตรฐานยุติธรรม มีแค่ “ถูก” กับ “ผิด”

โดย

ฐิตวัชร อุดรพิมพ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี

ศาลจังหวัดชลบุรีเปิดโครงการ “การอำนวยความยุติธรรมที่เข้าถึงเพื่อคนพิการ” ไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม ผ่านมาถึงวันนี้มีความคืบหน้าหลายเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง

ฐิตวัชร อุดรพิมพ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี บอกว่า เดิมทีการจัดอาคารสถานที่ของศาลไม่ได้ถูกออกแบบให้ผู้พิการดำเนินการต่างๆได้ด้วยตนเอง สมมติว่า...นั่งรถเข็นวีลแชร์เข้าที่ศาลก็เข้าไม่ได้ ต้องพึ่งคนอื่นช่วยยก คนพิการส่วนใหญ่ก็อยากจะช่วยเหลือตัวเอง เพราะนี่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

“การที่จะไปพึ่งคนอื่นหมดก็จะทำให้ยิ่งรู้สึกด้อยค่าลงไป...บางคนแม้ร่างกายจะพิการแต่ทำมาหากินประกอบสัมมาอาชีพได้ดีกว่าคนปกติด้วยซ้ำไป”

เพื่อให้คนพิการยืนได้ด้วยตัวเอง ก็เลยปรับปรุงสถานที่ เริ่มตั้งแต่ทำทางเข้า ให้เข็นรถขึ้นมาในอาคารศาลจังหวัดชลบุรีได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังจัดบัลลังก์ศาล...ให้เข้าถึงได้สะดวก ก็คือจะใช้บัลลังก์ห้องพิจารณาคดีชั้นล่างสำหรับคนพิการ

รวมถึงคนสูงอายุที่ขึ้นบันไดลำบาก ก็สามารถแจ้งความจำนงขอใช้ได้ รวมไปถึงห้องน้ำสำหรับคนพิการที่จัดให้ไว้อยู่ใกล้ๆ เพื่อให้คนพิการบริหารจัดการชีวิตได้เหมือนคนปกติ

นี่คือสิ่งที่ช่วยให้เข้าถึงความยุติธรรม ซึ่งผู้พิการที่มาใช้บริการมักจะมีคดีความเกี่ยวกับคดีแพ่งในทุกๆเรื่อง แทบจะทุกๆส่วนของคดีความ ทั้งโดนโกง และอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้เสียหาย แล้วก็เป็นพวกคดีมรดก

แม้จะมีความพิการ แต่เมื่อเข้ามาเดินเรื่องเองก็จะเข้าสู่กระบวนการเหมือนคนปกติ คนพิการจะเป็นเหมือนหน่วยหนึ่งของผู้ที่มาติดต่อ การเข้าใช้บริการของศาลก็เหมือนกัน แต่ว่าโดยความพิการทำให้ไม่สะดวก ปกติหากติดต่อนัดคดีก็จะกระจายออกไปตามบัลลังก์ต่างๆทั้ง 11 บัลลังก์ จะเลือกไม่ได้ กระจายกันไปทั้งชั้นบนชั้นล่าง

ลักษณะการดำเนินงานโดยทั่วไปจึงไม่ได้คำนึงถึงความพิการ... จะเลือกผู้พิพากษาไม่ได้ แต่ในโครงการนี้เราจะขอผู้พิพากษาเป็นพิเศษว่า ถ้ามีผู้พิการเข้ามาสมัครขอเข้าใช้บริการในโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มแรก แจ้งไว้ก่อนที่มาติดต่อศาล...

แล้วพอถึงวันนัดจะขอให้ท่านผู้พิพากษามีความไม่สะดวกในการใช้บัลลังก์อื่น จะใช้ชั้นล่างเพื่อความสะดวกของผู้พิการ แล้วกระบวนการก็ดำเนินการไปปกติ

เกือบลืมไปว่า โครงการนี้ยังจัดที่จอดรถสำหรับคนพิการ ให้อยู่ใกล้ๆกับทางขึ้นอาคาร เพื่อความสะดวกสำหรับคนพิการ จะยิ่งได้รับความสะดวกมากขึ้น

ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว...ถามถึงผลที่ได้รับถือว่าอำนวยความสะดวกได้ดี

ฐิตวัชร บอกว่า อย่างที่ศาลชลบุรีมีทนายความพิการอยู่คนหนึ่งต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ ปกติทำงานก็จะต้องไปทุกบัลลังก์ ขึ้นชั้นสองก็ต้องให้ลูกน้องยกขึ้นไป ภาพที่เห็นในวิชาชีพอาจจะดูไม่สง่างาม แต่ถ้าเข้าไปเลย ขึ้นไปเลยด้วยตัวเองเหมือนคนปกติ ทุกอย่างก็จะรู้สึกดี

“ข่าวแบบนี้อาจเป็นข่าวดี ไม่ค่อยน่าสนใจ แต่ในมุมมองส่วนตัวอยากจะเห็นข่าวดีๆปรากฏขึ้นมาในสังคมนี้บ้าง บ้านเรามีแต่ข่าวร้ายๆ... ดูแล้วก็เกิดคำถาม ประเทศไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่หรือเปล่า” ฐิตวัชร ว่า

โครงการ “การอำนวยความยุติธรรมที่เข้าถึงเพื่อคนพิการ” ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย ร่วมกันกับฝ่ายกฎหมาย ธ.ก.ส. เท่าที่รู้มาการที่จะทำให้กับผู้พิการครบวงจรอย่างนี้ยังไม่มีที่ไหน เราทำเป็นที่แรก

ตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ.2557-2560 ยุทธศาสตร์ที่ 1...เสริมสร้างการอำนวยความยุติธรรม ให้มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม และให้ประชาชนเข้าถึงศาลยุติธรรมได้โดยง่าย

และ ยุทธศาสตร์ที่ 5...ยกระดับระบบงานธุรการศาล ระบบงานส่งเสริมงานตุลาการ การให้บริการประชาชนให้มีมาตรฐานและสมรรถนะสูง พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

สนับสนุนการอำนวยความยุติธรรมให้ดำเนินไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งมีระบบการให้บริการ ต้อนรับประชาชนที่มีคุณภาพสูงสุด สอดคล้องกับนโยบายประธานศาลฎีกา ในการอำนวยความยุติธรรมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล...

โดยมีหน่วยงานศาลยุติธรรมซึ่งมีหน้าที่เสริมสร้างการอำนวยความยุติธรรมให้มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมและให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยง่าย

“การอำนวยความยุติธรรมที่เข้าถึงเพื่อคนพิการ” เป็นหนึ่งในข่ายงานที่ช่วยให้ประชาชนทุกคนที่มาติดต่อราชการศาล...มีสิทธิที่จะได้รับการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ได้รับการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเท่าเทียมกัน และมีโอกาสเข้าถึงการขอรับบริการด้านอื่นๆตามกฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีร่างกายปกติ หรือคนพิการ...ล้วนมีสิทธิที่จะได้รับความยุติธรรม ตามหลักมาตรฐานสากล

“ความเป็นมนุษย์” เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสำคัญ...กับปัญหาความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำในสังคมเราทุกวันนี้ก็เป็นเรื่องที่พูดกันแยกย่อยออกมาหลากหลายประเด็น...มุมคิด

ฐิตวัชร อุดรพิมพ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี เปิดมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ...ใครจะมองว่าเหลื่อมล้ำ หรือไม่ยุติธรรม หรือเลือกข้างเลือกฝ่ายอย่างไร ความเป็นจริง...ความยุติธรรมมีอยู่มาตรฐานเดียว ก็คือ “ผิดกฎหมาย” กับ “ไม่ผิดกฎหมาย”

หมายความว่า ควรจะต้องมองข้อเท็จจริงตรงนี้ก่อนเป็นอันดับแรกด้วยใจเป็นกลาง แล้วเมื่อมองเห็นแล้วทุกเรื่องก็จะจบ สามารถเอาไปใส่แว่นปรับใช้มองได้ทุกสถานการณ์...

“ศาลเราทำอย่างอื่นๆไม่ได้ ต้องมองอย่างนี้เป็นเบื้องแรก ไม่อย่างนั้นสังคมที่ปกครองโดยกฎหมายก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ มากกว่านี้...น้อยกว่านี้ก็ไม่ได้”

ฐิตวัชร ย้ำว่า แล้ว...ที่พูดกันไปต่างๆนานา ไม่ว่าเรื่องสองมาตรฐาน...ลงโทษแต่สีหนึ่ง...อีกสีหนึ่งไม่เห็นเป็นอะไร...ใครจะพูดอย่างไร คิดอย่างไรก็ตามแต่ ต้องดูที่ต้นทางว่า ผู้ที่ได้รับโทษตัดสินกระทำผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้าไม่ทำผิด...ก็คงไม่มีใครตัดสินให้ผิดได้แน่นอน

การลงโทษ กระบวนการพิสูจน์ความผิด...ไม่ได้อยู่ที่ว่าเสื้อสีไหนแล้วผิด หรือแม้แค่คิดแตกต่างก็ไม่ได้มีความผิด เพราะเป็นแค่กระบวนการความคิด ถ้าไม่มีปัญหา ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายก็ไม่ผิด

สรุปแล้ว...สังคมเราก็มีอยู่มาตรฐานเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายก็ไม่ได้มีอะไร ขึ้นอยู่กับการกระทำ ประเด็นความเหลื่อมล้ำจะเหลื่อมล้ำกันไม่ได้

กระบวนการยุติธรรม...ชี้ “ถูก”...“ผิด” จึงเป็นไปตามเหตุตามผลที่ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่ฟันธง “ผิด”...“ถูก” เพราะคำพูดหรือคิดตามอารมณ์.

15 เม.ย. 2557 08:20 ไทยรัฐ