วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สะท้อนภาพ

สะท้อนภาพ

โดย เบี้ยหงาย
14 เม.ย. 2557 05:00 น.
  • Share:

เป็นความห่วงใยออกมาจากประธานคณะกรรมการโอลิมปิก แห่งประเทศไทย “บิ๊กอ๊อด” พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา กับการสรรหาผู้ว่าการ กกท. คนใหม่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ต่อจาก กนก-พันธุ์ จุลเกษม ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้

โดยความห่วงใยนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับความถูกต้องโปร่งใสหรือไม่ หรือจะได้ตัวผู้ว่าการ กกท. ที่ไม่มีความรู้ความสามารถแต่อย่างไร แต่เป็นข้อกังวลกับระเบียบ ข้อกฎหมาย โดยอ้างถึงมาตรา 181 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ในสถานการณ์ปัจจุบัน การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน แล้วต้องขอความเห็นชอบไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

ซึ่งประธานโอลิมปิกที่อดีตเคยเป็นประธานสรรหาผู้ว่าการ กกท.ในครั้งที่แล้ว ระบุว่า หาก กกต. ไม่ให้ความเห็นชอบก็ต้องมีการสรรหากันใหม่ หรือ กกต.อาจสั่งให้มีการดำเนินการต่างๆให้เป็นไปอย่างถูกต้อง หรือมีผู้หนึ่งผู้ใดทำหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้ทบทวนและวินิจฉัย การสรรหาผู้ว่าการ กกท.ในครั้งนี้ก็จะสะดุดทันที!

นี่จึงเป็นความไม่แน่นอนที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเป็นไปในลักษณะไหน

นอกจากนี้ ยังไม่แน่ว่า จะมีการฟ้องร้องจากแคนดิเดตคนใดคนหนึ่ง ที่ไม่พอใจในผลการสรรหาที่ออกมา ก็มีช่องทางที่จะกระทำได้เช่นกัน

หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างในกระบวนการ หรือขั้นตอน หรือจะเรียกเป็นระเบียบปฏิบัติ ข้อกฎหมาย อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันก็ชี้ให้เห็นว่า ระบบในบ้านเรานั้น มีข้อบังคับ เงื่อนไขมากมาย ที่จะคัดกรอง เอื้อให้เกิดความเป็นธรรมจะดูว่าดีที่เปิดโอกาส และให้โอกาส ในอันที่จะแสวงหาความถูกต้อง ชอบธรรม เป็นธรรม ก็เป็นสิ่งที่ชอบ

หรือจะมีใครมองว่าระเบียบที่มีมาก หลายซับ หลายซ้อนในลักษณะอย่างนี้ บางมุมจะกลายเป็นตัวขัดขวางการบริหารจัดการ และก่อให้เกิดผลเสียต่อราชการ ซึ่งในที่สุดก็จะส่งผลต่อผู้รับบริการก็คือประชาชนทั่วไปก็มีสิทธิเช่นกัน

ยิ่งในขณะนี้ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เห็นตรงกันอยู่เรื่องเดียว คือการปฏิรูป แต่ต่างวิธี และยังไร้ซึ่งความไว้วางใจ และซ้ำร้ายบวกความหวาด
ระแวง เกลียดชังเข้าไปด้วย

การปฏิรูปจะเป็นไปในทางใดก็ตาม ดูแล้วต่างก็อยากจะเพิ่มดีกรีความเข้มข้นในการ “คัดกรอง” จะมีธงในใจ หรือไม่ว่าการ “คัดกรอง” นั้น จะซ่อนรูปเพื่อเป็นการ “สกัดกั้น” ก็สุดแล้วแต่จะวาดหวังเพื่อดีไซน์กันออกมา

แต่สิ่งที่จะเกิดตามมาในอนาคตนั้น ก็ไม่พ้นต้องมีการแก้ไข จะเป็นรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ก็ส่อไปในทางว่าจะต้องมีความเข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งไม่แน่ใจว่าเมื่อต้องการให้เข้มข้นมากกว่านั้น จะยิ่งต้องมีความซับซ้อนของระเบียบ ช่องทาง หรือวิธีการที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดความใสสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่องมากกว่าเก่า

ไม่รู้ว่าจะหนักกว่าปัจจุบันขนาดไหน

การมีระเบียบ ข้อบังคับ ที่มากมาย มันสะท้อนให้เห็นถึงภาพใหญ่ที่ไม่ไว้วางใจต่อคน ไม่เชื่อในคน อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ของชาตินั้นๆ

และมันก็สะท้อนถึงชาติและเผ่าพันธุ์นั้นๆ เช่นกัน

คนหรือระเบียบ อะไรเป็นตัวขับเคลื่อนสังคม อะไรคือจุดพอดี!

ออกแบบประเทศไทยในอนาคต ขอจงตระหนักกันให้ดี...

“เบี้ยหงาย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้