วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่งอัลฟาเจ็ต..ยิงพลุป่วนเมฆ สกัดลูกเห็บ..ถล่มพืชผลเกษตร

ส่งอัลฟาเจ็ต..ยิงพลุป่วนเมฆ สกัดลูกเห็บ..ถล่มพืชผลเกษตร

  • Share:

เป็นความสำเร็จอีกขั้นของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกับกองทัพอากาศ สามารถปฏิบัติการสลายพายุลูกเห็บให้กลายเป็นฝน ก่อนจะตกลงมาสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร

“โครงการปฏิบัติการฝนหลวงยับยั้งลูกเห็บ เป็นโครงการตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ตอนยังเป็นสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร แต่ในช่วงแรกนั้นยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณเบิกจ่ายมีไม่พอ การขึ้นบินแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 120,000 บาท จนได้ยกระดับมาเป็นกรมฝนหลวงฯ จึงทำให้มีการประสานงานกับกองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่ไอพ่นแบบอัลฟาเจ็ต ที่มีความเร็วสูงและมีเพดานบินสูงกว่าเครื่องบินเกษตรขึ้นไปยิงพลุก่อนที่เมฆจะลอยตัวขึ้นไปกระทบความเย็นแล้วกลายเป็นลูกเห็บตกลงมา”

ส่งอัลฟาเจ็ต..ยิงพลุป่วนเมฆ สกัดลูกเห็บ..ถล่มพืชผลเกษตร

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เผยอีกว่า ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เครื่องบินอัลฟาเจ็ตสามารถบินขึ้นไปยิงพลุสกัดเมฆก่อนที่จะกลายเป็นลูกเห็บได้ทั้ง 3 เที่ยวบิน ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรก ที่เราทำให้พายุลูกเห็บกลายเป็นฝนได้ ส่งผลให้เกิดความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่า ทั้งยังช่วยลดปัญหาหมอกควัน แต่ที่ยังมีข่าวว่าลูกเห็บถล่มลงมาบ้าง นั่นเป็นพายุลูกเห็บที่เกิดในเวลากลางคืน เพราะการยิงพลุสลายลูกเห็บ เนื่องจากขีดความสามารถของเราสามารถทำได้เฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น กลางคืนทำไม่ได้ นักบินไม่สามารถมองเห็นพายุลูกเห็บได้

ส่งอัลฟาเจ็ต..ยิงพลุป่วนเมฆ สกัดลูกเห็บ..ถล่มพืชผลเกษตร

ด้าน น.อ.ฐานันดร์ ทิพย์เวช รองผู้บังคับการกองบิน 41 อธิบายว่า เมฆที่จะเกิดพายุลูกเห็บได้คือ เมฆคิวมูลัส เป็นเมฆที่ทำให้เกิดฟ้าร้องหรือฟ้าผ่า แล้วลอยขึ้นสูงพัฒนาเป็น เมฆคิโมลนิมบัส ก่อนที่จะกลายเป็นลูกเห็บ

“ฉะนั้นในการปฏิบัติการณ์จริง เมื่อเห็นเมฆคิวมูลัสกำลังจะยกตัวเป็นเมฆคิโมลนิมบัส เราจะมีเวลาแค่ 5-6 นาทีเท่านั้น ที่จะขับเครื่องบินขึ้นไปให้ทะลุเมฆตัวนี้ เพื่อไปอยู่บนยอดเมฆแล้วถึงจะยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าสู่ยอดเมฆที่ระดับสองหมื่นฟุต เพื่อให้เม็ดน้ำเย็นยิ่งยวดแตกตัวเล็กลง และกลายเป็นฝนตกลงมาแทนลูกเห็บ ซึ่งเป็นหลักการที่ในหลวงพระราชทานไว้ให้ปฏิบัติมานานมากแล้ว แต่ที่ผ่านมาทำกันไม่ได้ เพราะกรมฝนหลวงฯ ไม่มีเครื่องบินที่บินได้สูงและเร็วอย่างที่กองทัพอากาศมี นอกจากนั้น การสลายลูกเห็บให้กลายเป็นฝน ต้องใช้สารเคมีมากกว่าทำฝนเทียม 3 เท่าตัว ลูกเห็บถึงจะกลายเป็นฝนได้”.

 

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้