วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วราเทพ' ซัด'มาร์ค'พูดเพื่อประโยชน์ตนเองป้อง'ปู'ปัดเล่นเตะถ่วงเปิดสภาฯ

"วราเทพ" ซัด "มาร์ค" เลิกอคติให้ร้ายนายกฯกล่าวหาโจมตีศาลรธน. ป้องนายกฯไม่ได้เล่นแง่เตะถ่วงออก พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาวิสามัญ อ้างอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ชี้รวบรัดบีบเวลา 24 เม.ย. ไม่ควรทำ

วันที่ 13 เม.ย. นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหรกรณ์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใส่ร้ายศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้เป็นธรรม รับคำร้องกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ว่า รัฐบาลและนายกฯยังยึดกรอบการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องการเห็นความเป็นธรรมและความเสมอภาค เป็นการใช้สิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีและในฐานะผู้นำ

ดังนั้น การที่นายกฯแสดงความเห็นถือเป็นสิทธิโดยชอบที่จะอธิบายให้สาธารณชนได้รับทราบ ส่วนมุมมองของคนอื่นๆ เป็นสิทธิที่จะมุมมองแตกต่างออกไปได้ และเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นมุมมองของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่เป็นปฏิปักษ์กัน ดังนั้นจะมาแสดงความเห็นที่สอดคล้องย่อมเป็นไปไม่ได้ และเมื่อแสดงความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ก็เชื่อว่าสังคมจะให้ความเชื่อถือน้อยกว่าแน่นอน ดีที่สุดนายอภิสิทธิ์ควรเคารพสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ให้เรื่องของคดีเป็นเรื่องของฝ่ายผู้ถูกร้องได้แสดงความเห็น มากกว่าที่ตัวเองจะมาแสดงความคิดเห็น

เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่ได้มาเป็นผู้ที่ตัดสินชี้ขาด และประเด็นนี้นายกฯ มีหน้าที่ในฐานบริหารงานบุคคลอย่างแน่นอน เพราะกรณีนี้นายอภิสิทธิ์ผ่านมาแล้วก็น่าจะรู้ว่า มีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก็ต้องมีความเหมาะสม คำว่าความเหมาะสมอยู่ที่นโยบาย มองผู้ปฏิบัติงานอย่างไร การเลือกใช้คนให้ถูกกับงาน ถูกช่วงเวลา เป็นเรื่องที่จะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ไม่ได้ ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ก็เคยเปลี่ยนแปลง แม้แต่ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. อดีตปลัดกระทรวงก็เปลี่ยน ดังนั้นต้องถามว่า แล้วตอนนั้นถามว่าอะไรคือความเหมาะสมไม่เหมาะสมในการพิจารณา นายวราเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ยืนยันว่านายกฯตัดสินใจในงานบริหารงานบุคคลใช้หลักกฎหมาย เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที้ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงใดๆ เชื่อว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นคุณ

เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ยังไม่ได้ลงไปเนื้อหารายละเอียด เพียงแต่พิจารณาว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นร้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อมีสิทธิยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญก็รับไว้พิจารณา เชื่อว่าศาลจะใช้หลักการทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่การที่นายกฯแสดงความเห็นท่านก็ใช้สิทธิของท่านในฐานะผู้เกี่ยวข้องในคดี แต่กรณีของนายอภิสิทธิ์ต้องถือว่า แม้จะเป็นฝ่ายการเมืองที่ออกมาแสดงความคิดเห็นได้ แต่เชื่อว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นที่มีอคติอย่างแน่นอน ไม่เหมือนการใช้สิทธิด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะเป็นผู้ขัดแย้ง

นายวราเทพ กล่าวว่า ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เล่นแง่ไม่ยอมออก พ.ร.ฎ.เปิดสมัยประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ สกัดกั้นการทำงานวุฒิสภานั้น ไม่ใช่นายกฯไม่ยอมออก แต่ขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาโดยความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งเรื่องให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

เมื่อเห็นประเด็นได้ขอคำแนะนำส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกา ซึ่งมีประเด็นที่ชัดเจนโดยทางกฤษฎีกาอ้างว่า ร่างบันทึกขอให้มีการออก พ.ร.ฎ.ให้มีการเปิดประชุมวุฒิสภาของเลขาธิการวุฒิสภามีความไม่ชัดเจน มีความแตกต่างจากกรณีเมื่อปี 49 ก็ส่งความเห็นกลับมายังเลขาธิการ ครม. และก็ได้ส่งเรื่องกลับไปยังเลขาธิการวุฒิสภาให้มีการทบทวน

โดยเฉพาะการกำหนดเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญวันที่ 24 เม.ย.ก็ต้องพึงระวังเรื่องของกระบวนการที่จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่จะเกี่ยวข้องให้ทรงมีพระบรมราชโองการวินิจฉัย เพราะการที่จะนำเรื่องกราบบังคมทูลเพื่อรับสนองพระบรมราชโองการ ท่านนายกฯต้องระมัดระวังความถูกต้องในข้อกฎหมายเป็นเรื่องที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง นายวราเทพ กล่าวว่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่นายกฯ จะประวิงเวลา

การที่นายอภิสิทธิ์พูดอย่างนี้เป็นการพูดเอาแต่ได้ กรณีที่นายกฯพิจารณาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็บอกว่าทำไม่ได้ ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่าเพราะเป็นนายกฯรักษาการก็บอกว่าทำไม่ได้ แต่กับเรื่องที่เห็นด้วยเป็นประโยชน์กับฝ่ายค้านก็จะเรียกร้องให้รีบทำ นี้คือความเห็นที่ชัดเจนว่าคุณอภิสิทธิ์ใช้ในเหตุผลที่ฝ่ายตนเอง หรือฝ่ายตรงข้ามได้ประโยชน์เท่านั้น การออก พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ กำหนดไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นนายกฯ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือประวิงเวลาได้

เพราะฉะนั้นเป็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และอยู่ในระหว่างขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาด้วยหลักความถูกต้องและเหมาะสม เพื่อที่จะต้องดำเนินการ คำว่าเหมาะสมไม่ได้เหมาะสมสำหรับรัฐบาล แต่เหมาะสมสำหรับการตีตรา พ.ร.ฎ.ซึ่งความเห็นนี้เลขาธิการ ครม.ได้แจ้งให้เลขาธิการวุฒิสภารับทราบไปแล้ว คือการพยายามไปรวบรัดบีบเวลาไม่ควรกระทำ

ส่วนที่จะนำเรื่องนี้ไปเป็นฟ้องร้องนายกฯนั้น คงเป็นเรื่องของคำขู่ทำให้สังคมมองนายกฯใช้โอกาสนำไปสู่ประโยชน์ฝ่ายรัฐบาลเอง จริงๆ แล้วยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นายกฯใช้มาตรฐานเดียวคือทำตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามวิธีปฏิบัติระเบียบราชการ

"วราเทพ" ซัด "มาร์ค" เลิกอคติให้ร้ายนายกฯกล่าวหาโจมตีศาลรธน. ป้องนายกฯไม่ได้เล่นแง่เตะถ่วงออก พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาวิสามัญ อ้างอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ชี้รวบรัดบีบเวลา 24 เม.ย.ไม่ควรทำ 13 เม.ย. 2557 10:26 ไทยรัฐ