วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สร้างมหาวิทยาลัยชั้นยอดของไทย

วันนี้เป็น “วันมหาสงกรานต์” วันหยุดปีใหม่ไทย ผมขอนำเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองมาเล่าสู่กันฟัง เป็นเรื่องของ “การคิดดีเพื่อชาติบ้านเมือง” ที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ “สมควรยกย่อง” ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมไทย โดยเฉพาะท่านเศรษฐีมหาเศรษฐีไทยใจบุญทั้งหลาย จะได้ช่วยกันสร้างชาติบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในอนาคต

เรื่องนี้เป็นข่าวเล็กๆที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ปตท. ส่งมาถึงผมปลายสัปดาห์ก่อนโน้น

เนื้อข่าวบอกว่า ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ในฐานะ ประธานมูลนิธิสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยอง และ มูลนิธิโรงเรียนวิทยาศาสตร์ระยอง ได้ลงนามว่าจ้างบริษัทฤทธาเพื่อก่อสร้าง สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงระยอง Rayong Advanced Institute of Science and Technology (RAIST) และ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ระยอง Rayong Science Academy (RASA) บนเนื้อที่ 900 ไร่ ที่ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง วงเงิน 1,900 ล้านบาท จากงบประมาณเฟสแรก 2,700 ล้านบาท กำหนดเปิดภาคการศึกษาแรกในปี 2558 อีก 14 เดือนข้างหน้า

กลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย บริษัท ปตท. บริษัท ปตท.สผ. บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล บริษัท ไทยออยล์ และ บริษัทไออาร์พีซี ได้จัดตั้ง มูลนิธิสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยอง และ มูลนิธิโรงเรียนวิทยาศาสตร์ระยอง ขึ้นเมื่อต้นปี 2556 โดยสนับสนุนงบประมาณ 5,240 ล้านบาท จัดตั้ง RAIST และ RASA ให้เป็น สถาบันการศึกษาที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการ เพิ่มศักยภาพคนไทย ให้ทัดเทียมนานาชาติ

กลุ่ม ปตท.ได้ตั้งเป้าหมายว่า RAIST จะต้องเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับประเทศภายใน 5 ปีข้างหน้า และก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า และเป็น 1 ใน 50 มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำระดับโลกภายในปี 2578 อีก 20 ปีข้างหน้า

ฟังดูเหมือนโอ้อวด แต่ผมเชื่อว่าด้วยพลังเงินและพลังคนในเครือ ปตท. คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่นอน ขอเพียงมีความตั้งใจจริงที่จะทำเท่านั้น

จาก ตัวอย่าง ปตท. ในครั้งนี้ ผมเห็นว่า ถึงเวลาแล้ว ที่ “ภาคเอกชนไทย” จะต้องลุกขึ้นมา “พัฒนาการศึกษาของชาติ” แทนที่ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำให้การศึกษาไทยล้มเหลวในทุกระดับ ด้วยนโยบายงี่เง่าจากนักการเมือง ที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ทางวัตถุ แต่บ่อนทำลายอนาคตการศึกษาของชาติมากกว่าการพัฒนา

ความจริงเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศที่เจริญทั้งหลายทำมาหลายร้อยปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ สหรัฐฯ อย่างในสหรัฐฯ มหาวิทยาลัยชั้นนำที่ติดอันดับท็อปเทนของโลก ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนทั้งสิ้น เช่น Harvard MIT RIT เป็นมหาวิทยาลัยที่ภาคเอกชนร่วมกันก่อตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการวิจัย เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ แต่ประเทศไทยกลับขาดแคลนมหาวิทยาลัยแบบนี้ ผมจึงยกย่องผู้บริหาร ปตท.ที่ร่วมกันคิดและจัดตั้งมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแรก

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮิตเลอร์ ก็ใช้วิธีปฏิรูปมหาวิทยาลัยโดยใช้ มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน เป็นต้นแบบ สร้างนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจนเป็นมหาอำนาจคุกคามไปทั่วยุโรปจนเกิดสงครามโลก อังกฤษ ก็ใช้ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เป็นต้นแบบในการสร้างนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด

นอกจาก กลุ่ม ปตท. ผมเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของไทย เช่น กลุ่มซีพี กลุ่มไทยเบฟ ที่ติดอันดับมหาเศรษฐีโลก หรือ กลุ่มซีเมนต์ไทย ฯลฯ ก็มีศักยภาพที่จะสร้างมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาประเทศได้เช่นกัน ลุกขึ้นมาช่วยชาติกันเถอะครับ อย่าปล่อยให้การศึกษาของชาติต้องตกต่ำไปกว่านี้ภายใต้มือนักการเมืองไทยเลย.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

13 เม.ย. 2557 09:52 ไทยรัฐ