วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวัสดีปีใหม่

สมัยรัชกาลที่ 5 วันที่ 1 เดือนเมษายน เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ จนถึงปี พ.ศ.2484 ท่านผู้นำ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อยากให้เหมือนบ้านเมืองอื่นๆก็เปลี่ยนเป็นวันที่ 1 มกราคม

เหตุผลที่ผู้รู้สมัยนั้นทุ่มเถียงกัน ปีใหม่เดือนเมษาฯ เป็นเรื่องโบราณ ปีใหม่เดือนมกรา...เป็นสากล

กาญจนาคพันธุ์เขียนไว้ใน คอคิดขอเขียน (สำนักพิมพ์บำรุงสาส์น 2514) ว่าในอินเดีย วันที่ถูกเรียกว่า มกรสงกรานต์ เริ่มวันที่ 12-13 มกราคม

วันแรก คนฮินดูจะเอางามาบดทาตัว เอางากวนกับน้ำตาล ทำขนม บูชาไฟ เซ่นบรรพบุรุษแล้ว ก็แจกจ่ายญาติพี่น้องมิตรสหาย เสร็จแล้วก็เอาหม้อ น้ำตาล งา เปรียง เสื้อผ้า ฯลฯ ช้างม้าวัวควาย ไปให้แก่พราหมณ์

วันที่สอง ผู้หญิงตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หวีผมแต่งตัว แจกหมากพลู เครื่องเทศ แก่ญาติผู้หญิง และหญิงอื่น (ยกเว้นหญิงม่าย) เคี้ยวอ้อย ชำระฟัน แล้วกินหมาก ผู้ชาย ตื่นเช้าไปไหว้พระอาทิตย์ บ่ายไปเยี่ยมญาติ มีงากับน้ำตาลเป็นของขวัญ

ขณะยื่นของให้ จะกล่าวว่า “ขอได้รับงากับน้ำตาลนี้ไว้ แล้วปราศรัยคำอ่อนหวานแก่เราเถิด”

กล่าวจบ ถ้าเป็นคนเสมอกัน ก็ต้องกอดกัน ถ้าแก่กว่าหรืออ่อนกว่าก็คำนับกัน

ในสองวันสงกรานต์นี้ ห้ามกล่าวคำหยาบ...ห้ามตัดหญ้า เด็ดใบไม้ รีดนมแพะ แกะ

สงกรานต์เดือนมกราคม ที่ว่านี้ มีนิยายประกอบ คือนางสงกรานต์หรือเทพธิดาทั้ง 7 แบบไทย แม้ระบุรายละเอียดพิธีกรรมไว้ แต่ไม่ระบุชัดว่า เป็นวันปีใหม่

กาญจนาคพันธุ์ ค้นหนังสือเล่มต่อไป จนเจอพิธีขึ้นปีใหม่ เรียกว่า วรรษปรตปทา ทำกันในเดือนมีนาคม-เมษายน

วันนี้คนฮินดูจะชักธงทำด้วยไหมติดแถบทองขึ้นบนเสาสูง ยอดเสามีปุ่มเป็นเงินหรือทองเหลืองรูปดอกบัวตูม ห้อยพวงมาลัย มีการบวงสรวงสังเวยธง เด็กไปไหว้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่อวยพรเด็ก ทุกคนพูดจากันด้วยถ้อยคำไพเราะ

จากนั้นก็มีการกินเลี้ยง สิ่งสำคัญในงาน ทุกคนต้องกินใบนิ่ม ซึ่งก็คือใบสะเดาอ่อน 2-3 ใบ

เชื่อกันว่า จะกันโรคภัยไข้เจ็บได้ตลอดปี

สะเดามีชื่อภาษาฮินดู และชื่อภาษาละติน แปลว่า ต้นไม้สมุนไพรชนิดหนึ่ง ใช้น้ำมันรักษาโรคเรื้อน และโรคผิวหนังต่างๆได้ชะงัด

อานุภาพของสะเดา มีเรื่องเล่าประกอบว่า ผู้หญิงฮินดูคนหนึ่ง ไม่อยากให้สามีไปต่างเมืองนานๆจึงไปปรึกษาหมอ

หมอแนะ ต้องพูดจูงใจ ขาไป ให้สามีนอนใต้ต้นมะขาม ทุกคืน ส่วนขากลับ ก็ให้นอนใต้ต้นสะเดาทุกคืน

ผัวพาซื่อ เชื่อเมีย นอนใต้ต้นมะขามได้ไม่กี่คืน เจอพิษต้นมะขามก็ล้มเจ็บ จนต้องตัดสินใจเดินทางกลับ ระหว่างทางก็นอนใต้ต้นสะเดา ซึ่งถอนพิษมะขามได้ พอถึงบ้าน ก็หายพอดี

แต่ต้นเรื่อง วันต้นศักราช หรือวันขึ้นปีใหม่ กาญจนาคพันธุ์ ท่านว่า มาจากอำนาจทางการเมือง ระหว่างกษัตริย์อินเดียเหนือ และอินเดียใต้

พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ผู้ครองแคว้นมาลวะข้างเหนือ ที่คนไทยรู้จักกันในนิทานเวตาล เป็นผู้ตั้ง วิกรมสังวัต หรือมาลวะสังวัต เริ่มต้นเดือนตุลาคม นัยว่า มีเค้ามาจากพระราม ทำพิธีราชาภิเษก เมื่อพระอาทิตย์สถิตราศีตุล คือเดือนตุลาคม

ชาวฮินดูนับถือเดือนตุลาคม เป็นเดือนมงคล

พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ทำพิธีราชาภิเษกเดือนตุลาคม และตั้งศักราชขึ้นใช้ ในปีนั้น

ต่อมาพระเจ้าวิกรมาทิตย์ ทำสงครามแพ้พระเจ้าศาลิวาหนะ กษัตริย์ทางใต้ ตายในที่รบ พระเจ้าศาลิวาหนะ ไม่ยอมใช้ศักราชของกษัตริย์ผู้แพ้ ใช้ศักราชของตัวเอง ที่เรียกว่า ศักราชสังวัต

ศักราชนี้เริ่มในเดือนเมษายน...ไทยเราก็เอามาใช้ เรียกว่ามหาศักราช

ที่จริง อาจารย์กาญจนาคพันธุ์ ท่านพูดถึงความสอดคล้อง ทั้งเรื่องดวงดาว ดินฟ้าอากาศ เป็นเหตุเป็นผลประกอบ เรื่องวันขึ้นปีใหม่มากมาย แต่ลงท้าย ของการใช้ ก็อยู่ที่อำนาจการเมือง

สำหรับผู้ชนะ จะประกาศใช้อะไรก็ได้ ถูกผิดมากน้อยแค่ไหน ไม่ต้องพูดกันแล้ว.

 

กิเลน ประลองเชิง

13 เม.ย. 2557 09:15 ไทยรัฐ