วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สั่งด่านตม.สกัด'โกตี๋'

สั่งด่านตม.สกัด'โกตี๋'

โดย ทีมข่าวหน้า1
13 เม.ย. 2557 07:05 น.
  • Share:

คาดยังฝงตัวชายแดน พท.ถล่ม‘เทือก’ผิด112

เลขาฯ สมช. แจ้งด่าน ตม.ทุกแห่งสกัด “โกตี๋” มุดชายแดนเผ่นนอกประเทศครวญพวกมากหาตัวยาก ปัดไม่รู้ข่าวหนีซบพม่า ด้านกองปราบฯ ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ประกบแหล่งกบดาน แต่ควานหาไม่พบ ระบุการข่าว สตม.ยันยังฝังตัวอยู่แนวชายแดน “ถาวร” จี้ตำรวจฟื้นคดีผังล้มเจ้าปี 2553 ส่วนพรรคเพื่อไทย แจ้งจับ “สุเทพ” ตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ผิดมาตรา 112 หมิ่นเบื้องสูง ขณะที่ กปปส. พักรบปรับโหมดจัดงานสงกรานต์ ผวามือมืดแฝงตัวสาดน้ำกรด สั่งการ์ด รปภ.เข้มรอบสวนลุมฯ

หลังจากศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่ม กวป. ตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ล่าสุด พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. ประสานงานทุกด่านชายแดน ขณะที่กองปราบปรามส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนลงพื้นที่ที่คาดว่าเป็นแหล่งกบดานแต่ยังไม่พบตัว

“ปู” ฉลองสงกรานต์เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ยังใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ พักผ่อนกับครอบครัวที่หมู่บ้านกรีนวัลเลย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยช่วงเช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับฟังรายงานสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองจากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ

สั่งเกาะติด “สุเทพ” กล่อม ขรก.

ทั้งนี้คนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้ทีมงานดูการเคลื่อนไหวกลุ่ม กปปส. กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนไปชุมนุมที่กระทรวงต่างๆ เพื่อดูว่ามีการพูดคุยตกลงรับปากอะไรกันหรือไม่ และสิ่งใดที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีเรื่องตั้งรัฏฐาธิปัตย์ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เห็นว่าเป็นประเด็นล่อแหลมผิดกฎหมาย เห็นว่านายสุเทพเดินสายเพื่อให้ข้าราชการมาเป็นพวก ให้รอดพ้นจากข้อหาล้มล้างการปกครองที่ถูกโจมตี และข้าราชการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่นายสุเทพพยายามชี้แจงกับปลัดกระทรวงต่างๆ ว่าเป็นเรื่องสมมติเท่านั้น โดย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ชี้แจงนายกฯ ถึงการเปิดให้นายสุเทพเข้าพูดคุยว่า เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง เมื่อมาพบก็ไม่ปิดกั้น และรับฟังอย่างเดียว ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร ส่วนนายกิตติพงษ์ กฤตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พูดคุยกับนายกฯก่อนให้นายสุเทพพบแล้วว่า ขอเดินสายกลาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเดินคนละสายกับรัฐบาล เพราะเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก

สมช.ประสาน ตม. ไล่ล่า “โกตี๋”

วันเดียวกัน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการจับกุมนายวุฒิพงษ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณแกนนำ กวป. ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่ม กวป. ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ยังไม่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่านายวุฒิพงษ์หนีข้ามไปประเทศพม่าจริงตามข่าวหรือไม่ แต่แจ้งไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทุกด่านและส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทหารจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ติดตามตัวแล้ว

ปัดนายพล อุ้มชี้ข้อหาหนัก

พล.ท.ภราดรกล่าวต่อว่าปัญหาการติดตามตัวคือนายวุฒิพงษ์มีพรรคพวกมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนที่มีข่าวว่ามีตำรวจระดับ พล.ต.ท.ให้การช่วยเหลือหลบหนี เชื่อว่าข้อหาที่นายวุฒิพงษ์โดน คงไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหนยุ่งเกี่ยว ส่วนกองทัพมีการสั่งเฝ้าตรวจและติดตามบริเวณชายแดน พร้อมประสานผู้ช่วยทูตทหารประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยติดตามข่าวนายวุฒิพงษ์ด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการชี้ชัดว่าอยู่ที่ไหน ยืนยัน ศอ.รส.ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เร่งรัดเจ้าหน้าที่จับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ป.ส่งทีมสืบควานหาตัวยังไม่พบ

พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. กล่าวถึงกรณีที่นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่ม กวป. ที่ถูกศาลออกหมายจับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ขณะนี้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ที่คาดว่านายวุฒิพงศ์จะใช้กบดานแต่ก็ยังไม่พบ และจากการตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พบว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวของนายวุฒิพงศ์ที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ เชื่อว่ายังอยู่ภายในประเทศหรือตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตามฝากถึงประชาชนหากพบเห็นนายวุฒิพงศ์ให้แจ้งตำรวจในพื้นที่จับกุมทันที

“ถาวร” จี้ ตร.รื้อคดีผังล้มเจ้า

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ศาลอาญาออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่ม กวป.ว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปดูผังล้มเจ้าเมื่อปี 2553 ที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง และนายวุฒิพงศ์เป็นหนึ่งในผัง จึงขอให้ฟื้นคดีนี้ใหม่ เชื่อว่าขณะนี้นายวุฒิพงศ์ยังไม่หนีออกนอกประเทศ ถ้าหากหนีไปแล้วก็แสดงว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรู้เห็นเป็นใจเอาผิดได้ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นดำเนินคดีเอาผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่เสนอตั้งรัฏฐาธิปัตย์ ในความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น เห็นว่าไม่เกี่ยวกันเป็นคนละเรื่อง นายสุเทพไม่ได้ทำผิดและหมิ่นสถาบัน ถือเป็นการสร้างเงื่อนไขต่อรองกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยเอาคดีอาญามายัดเยียด ยืนยันว่านายสุเทพเคารพเทิดทูนสถาบัน 1,000%

นปช.สงสัยคลิปตัดต่อหรือจริง

ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า การที่นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกวป. ระบุว่าคลิปภาพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นคลิปตัดต่อจนทำให้ถูกออกหมายจับนั้น นายวุฒิพงศ์ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นคลิปจริงหรือคลิปตัดต่อ สังคมอยากรู้ข้อเท็จจริง ถ้าตัดต่อจริงก็แสดงว่าพุ่งเป้าทำลายนายวุฒิพงศ์ เพราะเคลื่อนไหวย้อนศรกับกปปส. และอยากเชื่อมโยง นปช. ซึ่งนายวุฒิพงศ์ เป็นเสื้อแดงอิสระเคลื่อนไหวโดยไม่หารือกับ นปช. จึงอาจจะทำให้โยงได้ยาก แต่ตนไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นคลิปจริง เพราะคนที่จะมานำชาวบ้านต้องมีวุฒิภาวะระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นอาจถูกฝ่ายตรงข้ามจ้องเล่นงานได้ ทั้งนี้ หากเป็นการป้ายสีทางการเมืองก็เป็นเรื่องที่รุนแรงมากและเป็นการฆ่านายวุฒิพงศ์ ทางการเมือง และถ้าตัดต่อจริงก็เชื่อว่ามีเป้าหมายอะไรหลายอย่าง

คนพัทยาแจ้งจับเพิ่มอีกแห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ประชาชน กลุ่มคนพัทยารักในหลวง ประมาณ 20 คน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อัศวิน จันโท พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ให้ดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่ม กวป. ในข้อหาหมิ่นสถาบัน ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนายตฤณ คิวเจริญ อายุ 52 ปี แกนนำกลุ่มดังกล่าว เปิดเผยว่า การแจ้งความดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ เพราะไม่พอใจที่พูดจาดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน ไม่ใช่ทำแบบลับๆล่อๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารจะได้เป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้เรียกร้องให้ พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เร่งรัด ให้ทุกฝ่ายดำเนินการสืบสวนหาข่าว เพราะเท่าที่รู้ นายวุฒิพงศ์เคยมาพักที่เมืองพัทยาหลายครั้งแล้ว

พท.เอาคืนร้อง “สุเทพ” ผิด ม.112

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กองปราบปราม นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ให้จับกุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มาดำเนินคดีในความผิดหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนายสิงห์ทองกล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายสุเทพกล่าวปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินี ประกาศตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ยึดอำนาจประชาชน และเสนอทูลเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี โดยนายสุเทพจะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเอง การปราศรัยของนายสุเทพมีเจตนาชัดเจนที่ต้องการละเมิดอำนาจบีบบังคับ สถาบันพระมหากษัตริย์ ให้มีพระบรมราชวินิจฉัย แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง เห็นว่าเป็นเรื่องมิบังควรและผิดกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า มอบหมายให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายสิงห์ทองเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนตั้งคณะกรรมการ กลางดำเนินการตามกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จ่อชง ป.ป.ช.ฟันปลัด สธ.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มอบนกหวีดทองคำให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเดินสายไปพบข้าราชการที่กระทรวงสาธารณสุขว่า แม้นายสุเทพจะบอกว่า มอบนกหวีดทองคำแก่ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขทุกคน แต่ฟังไม่ขึ้น นพ.ณรงค์เป็นปลัดกระทรวงต้องคิดให้ดี อย่าให้มายาภาพของนายสุเทพที่สร้างขึ้นเพียง 4-5 เดือนมาบิดเบือน ต้องมององค์รวมและกำพืดนายสุเทพ ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เขาหลอกให้ไปช่วย ถ้าทำสำเร็จจะให้เป็นรัฐมนตรีก็แห่กันไป พรรคเพื่อไทยจะไปยื่นเรื่องร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 ให้เอาผิด นพ.ณรงค์ เพราะนกหวีดทองคำมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว

ประชาคม สธ. ยันนกหวีดไม่ถึง 3 พัน

ด้าน พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ในฐานะตัวแทนประชาคมสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการกับ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่รับมอบนกหวีดทองคำจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ต้องเสียเวลา เนื่องจากนายสุเทพไม่ได้มอบนกหวีดทองคำให้ นพ.ณรงค์ เพียงคนเดียว แต่มอบให้คนทั้งกระทรวง โดยมี นพ.ณรงค์ เป็นผู้แทนรับมอบเท่านั้น ทั้งนี้หากนกหวีดทองคำมีราคาประมาณ 2 หมื่นบาท คนทั้งกระทรวงมีประมาณ 2 แสนคน หารเฉลี่ยแล้วเพียงคนละไม่ถึง 1 บาท หรือหากคิดเฉพาะคนกระทรวงสาธารณสุขที่ต้อนรับ กปปส. วันดังกล่าวประมาณ 1,000 คน หารเฉลี่ยไม่เกินคนละ 3,000 บาทอย่างแน่นอน ซึ่งนกหวีดทองคำถือเป็นของคนกระทรวงสาธารณสุขทุกคน และจะนำไปใส่กรอบเก็บไว้เป็นของที่ระลึกที่กระทรวง ไม่ได้นำไปเก็บไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพยายามติดต่อ นพ.ณรงค์ แต่ไม่ได้รับการตอบรับจึงติดต่อไปยังคนใกล้ชิดนพ.ณรงค์ ได้รับการชี้แจ้งว่า นพ.ณรงค์ไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าว

กปปส.พักรบจัดสงกรานต์ 3 วัน

ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่ม กปปส. ที่ชุมนุมภายในสวนลุมพินี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเป็นวันแรกที่ กปปส. งดการเคลื่อนขบวนเพื่อให้มวลชนหยุดพักผ่อน ขณะที่บนเวทีมีศิลปินสลับกันแสดงดนตรีสร้างความบันเทิงให้ผู้ชุมนุม โดยแต่ละหมู่บ้าน กปปส. อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานจุดต่างๆ ให้ประชาชนสรงน้ำ รวมทั้งก่อเจดีย์ทราย พร้อมเตรียมอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ด้วย ทั้งนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. เปิดเผยว่า กปปส.จะจัดงานเทศกาลตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย. โดยวันที่ 13 เม.ย. เวลา 07.00 น. มีพิธีตักบาตร จากนั้นเวลา 12.00 น. แห่รถที่มีพระพุทธรูปให้มวลชนสรงน้ำพระ ขณะที่ช่วงบ่ายประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ช่วงเย็นแกนนำ 9 คน จะขึ้นอวยพรให้ผู้ชุมนุม ส่วนวันที่ 14 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 13.00-15.00 น. จัดแข่งขันกีฬาพื้นบ้านและช่วงเย็นจัดประกวดเทพีสงกรานต์ ส่วนวันที่ 15 เม.ย.เวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ กปปส. และผู้ใหญ่ในสังคมจะเปิดให้มวลชนได้รดน้ำดำหัว

ผวาน้ำกรดสั่ง รปภ.คุมม็อบเข้ม

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า การที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีผู้นำน้ำกรดหรือสารเคมีที่เป็นอันตราย แฝงตัวเข้ามาใช้ก่อกวนการชุมนุมในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น กปปส.ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยไม่อนุญาตให้ประชาชนนำน้ำ ปืนฉีดน้ำหรืออุปกรณ์เล่นน้ำ รวมทั้งแป้งจากภายนอกเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งการ์ดได้รักษาความปลอดภัยทุกจุดเข้าออก พร้อมตรวจตราอย่างเข้มงวด ขณะที่ในพื้นที่ชุมนุมจะเตรียมน้ำไว้ให้ประชาชนใช้สาดน้ำกัน ทั้งนี้ แกนนำจะใช้โอกาสงดการเคลื่อนไหวนี้ ประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการระดมพลครั้งใหญ่ แต่ในสัปดาห์หน้า กปปส. จะเคลื่อนไหวอีก เพื่อให้แกนนำไปชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมข้าราชการก็จะออกมาสนับสนุนเพื่อรักษาความเป็นนิติรัฐและกฎหมาย

คปท.ผุดงานวัดร่วมเทศกาล

ด้านกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชน ปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ชุมนุมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ผู้ชุมนุมยังปักหลักพักผ่อนตามอัธยาศัย แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางกลับภูมิลำเนาเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่เวทีปราศรัยเปลี่ยนฉากเวทีใหม่จากเดิมมีข้อความว่า “ปฏิรูปประเทศไทยด้วยอำนาจอธิปไตยของประชาชน” เปลี่ยนเป็น “ปฏิวัติประชาชน ปฏิรูปประเทศไทย” เพื่อให้สอดคล้องเจตนารมณ์ คปท.และ กปปส. กระทั่งการชุมนุมช่วงเย็นคึกคัก โดยที่แยกสวนมิสกวัน ถึงแยกมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก มีการนำเครื่องเล่น อาทิ ม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ ปาลูกโป่ง มาติดตั้งไว้พร้อมนำถังพลาสติกใส่น้ำเตรียมไว้ให้ผู้ชุมนุมและประชาชนเล่นสาดน้ำวันสงกรานต์ ทำให้ผู้ชุมนุมสนใจจำนวนมาก โดยนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. กล่าวว่ากิจกรรมสงกรานต์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย. เพื่อให้ผู้ชุมนุมผ่อนคลายและมีส่วนร่วมในประเพณีแบบไทยๆ

ทบ.ขนครอบครัวเยี่ยมทหาร

พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และ ผบ.กองกำลังทหารกล่าวว่า พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาค 1 มีคำสั่งให้หน่วยต้นสังกัดของกำลังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ 176 จุด หรือ 58 กองร้อยที่ดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จัดรถรับส่งครอบครัวทหารจากบ้านเกิดหรือจากหน่วย ให้มาเยี่ยมเยียนพบปะในพื้นที่ปฏิบัติงานจุดตรวจต่างๆ เพื่อให้พ่อแม่ลูก สามีภรรยาและลูกพบปะกันเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของทหาร โดยทางหน่วยดูแลเรื่องการเดินทางทั้งหมด ส่วนกองทัพบกจะเตรียมของขวัญและอาหารต่างๆ ไว้ให้กำลังพล เนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์กำลังพลก็ไม่ได้หยุดพักกลับบ้าน เพราะต้องดูแลความสงบ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสถานการณ์หลังวันหยุดสงกรานต์ จะเป็นไปในทางที่ดีว่าจะมีการพูดคุยกันได้มากกว่านำกำลังมาเผชิญหน้ากัน

สอบปาหินป้อม ตร.บ้าน “มาร์ค”

เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อม ร.ต.ท.บรมวิชญ์ วังนัยกูล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายปาก้อนหินใส่ป้อมตำรวจหน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 32/1/2/3 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. โดยพบป้อมตำรวจชั้นเดียวสร้างด้วยปูนตั้งอยู่หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ ถูกก้อนหินขนาด 15 เซนติเมตร ปาใส่กระจกแตกเสียหาย 1 บาน ซึ่ง พ.ต.อ.ชูตระกูลกล่าวว่า ป้อมตำรวจดังกล่าวเป็นทรัพย์สินทางราชการผู้เสียหายจึงเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่เกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ และยังระบุไม่ได้ว่าสาเหตุมาจากปัญหาทางการเมือง อาจเป็นเพียงวัยรุ่นก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง จากนี้ต้องตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

“เทือก” จ่อลากม็อบยันออกพรรษา

ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่เวทีปราศรัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีคุกไปอยู่เมืองนอก แต่ข้าราชการยังตามไปกราบไหว้รดน้ำวันสงกรานต์ อีกทั้ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างยังไปฝังเข็มให้เหมาะสมหรือไม่ ขณะที่พวกตนแค่ถูกตั้งข้อหา ยังไม่ได้ถูกศาลพิพากษาเลย แต่กลับพยายามจับพวกตน นี่คือสองมาตรฐานอย่างแท้จริง อีกทั้งรัฐบาลยังกล่าวหาองค์กรอิสระ ทั้ง ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญว่ากลั่นแกล้ง และข่มขู่สารพัด ถ้าเราปฏิรูปประเทศสำเร็จต้องแก้กฎหมายพรรคการเมืองใหม่ โดยให้ลงโทษพวกโกงเลือกตั้งทั้งหมด และต้องติดคุกด้วย พรรคที่มีนายทุนบงการพรรคเพียงผู้เดียวต้องหมดไป เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย พวกเราสู้กันด้วยใจ ด้วยอุดมการณ์ ปีใหม่ สงกรานต์ก็ยังอยู่ ให้ถึงเข้าพรรษา ออกพรรษาก็อยู่ได้ด้วยใจของพวกเราที่ดูแลกันไม่ทอดทิ้งกัน

เมินประนีประนอมตั้ง รบ.แห่งชาติ

นายสุเทพกล่าวต่อว่าหากปฏิรูปประเทศได้ ฝ่ายระบอบทักษิณจะไม่สามารถมีหุ้นได้ การปฏิรูปประเทศต้องไม่มีตัวแทนฝ่ายระบอบทักษิณเข้าร่วม รวมทั้งให้ความเป็นธรรมโดยไม่ให้พรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม จะเป็นเรื่องประชาชนและข้าราชการ แต่หากใครจะคิดเกลี้ยกล่อมประนีประนอมให้เอารัฐบาลแห่งชาติ หรือให้นางดอกงิ้วยังอยู่ ก็ขอประกาศว่าไม่ต้องมา หากใครมาพูดกับตนแบบนี้จะด่าให้เสียคน ทั้งนี้ตนรำคาญคนที่บอกว่ารักชาติ แต่เกรงใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงขอถามว่าเกรงใจอะไร ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำกับประเทศแบบนี้ ทำไมไม่เกรงใจประชาชนบ้าง อย่ามาชวนตนเป็นอันขาดว่าประนีประนอมกัน ให้ถอยคนละก้าว จะให้ถอยไปไหน ประนีประนอมกันได้อย่างไร ทั้งนี้วันสงกรานต์อยากให้ตำรวจดูประวัติศาสตร์ปี 2553 ฝ่ายทักษิณฆ่าตำรวจตาย 2 ศพไม่รู้สึกเจ็บบ้างหรือ ไปพินอบพิเทาฝังเข็มเลียแข้งเลียขา เป็นตำรวจประเภทไหน โจรฆ่าตำรวจแล้วตำรวจยังคลานไปเลียแข้งเลียขารับใช้โจร

“พุทธอิสระ” แจกทุนลูกหลานชาวนา

ค่ำวันเดียวกัน ที่เวทีชุมนุม กปปส. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. ได้มอบทุนการศึกษาให้กับลูกหลานชาวนาที่เรียนดีแต่ครอบครัวยากจน ทุนละ 5 พันบาท จำนวน 100 ทุน โดยให้คณะกรรมการ กปปส.ภาค7+2 เป็นผู้คัดเลือก เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวชาวนาที่มีฐานะยากจน ขณะเดียวกันหลวงปู่พุทธอิสระยังแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุม เป็นเมล็ดข้าวพันธุ์ดี ปลูกแล้วขายข้าวได้ราคาสูงให้กับชาวนาครอบครัวละ 15 กิโลกรัม จำนวน 100 ครอบครัว ทั้งนี้ หลวงปู่พุทธอิสระกล่าวว่า ตนเห็นความสำคัญของชาวนา เนื่องจากมีชาวนาส่วนใหญ่ที่ยังมีฐานะยากจน จึงมีความคิดจะแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้