วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดฉากวันแรก ตาย39-เจ็บ402 'เมาซิ่ง'ตามเคย

ปภ.เผยตัวเลขอุบัติเหตุสงกรานต์ วันแรกยอดตายพุ่ง 39 ศพ เท่ากับปี 56 เจ็บ 402 คน เพิ่มจากปีก่อนถึง 60 คน จยย.และเมาซิ่งยังครองแชมป์สูงสุด ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาวันที่ 2 ถนนสายหลักมุ่งหน้าอีสาน เหนือ และภาคใต้ รถหนาแน่นตลอดสาย เช่นเดียวกับสถานีขนส่งหมอชิตมีผู้โดยสารตกค้างหอบสัมภาระเข้าคิวจองตั๋วกันแน่น ผู้ประกอบการได้ทีปรับขึ้นราคาอ้างเป็นรถเสริม ขณะที่รถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สกลนคร ซิ่งฝ่าความมืดพลิกคว่ำผู้โดยสารสังเวยชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 15 ราย ด้าน ผบ.ตร.สั่งระดมตำรวจเกือบ 2 แสนนาย ขับเคลื่อนการจราจรและดูแลชีวิตและทรัพย์สินชาวบ้านช่วงปีใหม่ไทย

บรรยากาศการเดินทางไปฉลองเทศกาลสงกรานต์เมื่อวันที่ 12 เม.ย.พบว่าถนนหลายสายมีรถหนาแน่นการจราจรติดหนึบ โดยเฉพาะบนถนนพหลโยธินมีรถสะสมตั้งแต่สะพานต่างระดับบางปะอินถึงนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี เนื่องจากรถจากถนนมอเตอร์เวย์ ถนนวิภาวดีรังสิต และวงแหวนตะวันตก รวม 3 สายมุ่งหน้าไปภาคเหนือ มาบรรจบบริเวณสะพานต่างระดับบางปะอินจนการจราจรติดยาวกว่า 5 กม. ตำรวจทางหลวงอยุธยา (ส.ทล.1 กก.1 ทล.) และเจ้าหน้าที่แขวงการทางต้องเปิดช่องทางพิเศษที่ กม.47+ 800 หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และจัดกำลังกว่า 120 นาย อำนวยความสะดวกการจราจร เช่นเดียวกับบนถนนสายเอเชียช่วง จ.อ่างทอง การจราจรหนาแน่นแถมเป็นอัมพาต ตำรวจต้องประชาสัมพันธ์ผู้ใช้รถเลี่ยงไปใช้เส้นทาง 309 เลี่ยงเข้าอ่างทองไป จ.สิงห์บุรี และชัยนาท
ส่วนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน ช่วง

อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีรถแน่นตลอดเส้นทาง สามารถใช้ความเร็วได้เพียง 20-30 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น บางจุดที่เป็นทางเนินขึ้นเขาถึงกับหยุดนิ่ง โดยมีรถหนาแน่นไปจนถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ส่วนทางเลี่ยงเมืองปากช่อง ริมอ่างเก็บน้ำลำตะคองมาถึงต่างระดับ อ.สีคิ้ว ปริมาณรถมาก แต่ยังไหลลื่น ขณะที่บริเวณต่างระดับสามแยกปักธงชัยจนถึงทางข้ามแยก ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา รถหนาแน่นมากเพราะมีรถจากถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา มาสบทบ อีกทั้งถนนเลี่ยงเมืองในช่วงสายมีควาญช้างนำช้าง 6 เชือก มาเร่ร่อนหากินริมถนนช่วง กม.2 ทำให้รถต้องหยุดให้ช้างข้ามถนน ส่งผลให้การจราจรติดหนักเพิ่มขึ้น

ขณะที่การจราจรบนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปภาคใต้ มีประชาชนสัญจรโดยรถส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะอย่างหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรตั้งแต่ช่วงลงทางด่วนดาวคะนองถึงพื้นที่รอยต่อ จ.สมุทรสาคร มีรถแน่นตลอดสายตั้งแต่ช่วงเช้า โดย พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9 เผยว่า ถนนพระราม2 เป็นเส้นทางหลักมุ่งสู่ภาคใต้ ประกอบกับเส้นทางนี้มีการเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก และทางด่วนมาจาก จ.สมุทรปราการ ทำให้ช่วงเทศกาลมีปัญหาการจราจรคับคั่ง กำชับให้ สน.ท่าข้าม และ สน.แสมดำ ในสังกัด บก.น.9 รับผิดชอบดูแลและอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน พร้อมจัดตั้งกองอำนวยการบริการประชาชน 2 แห่ง ที่ริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาพระราม 2 และภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ขาออกในพื้นที่ สน.แสมดำ

ด้านสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หรือหมอชิต ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนหอบสัมภาระมาขึ้นรถโดยสารเพื่อกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้โดยสารตกค้างที่ไม่ได้จองตั๋วเดินทางไว้ล่วงหน้าจึงต้องมารอซื้อตั๋วเดินทางกลับดังกล่าว ทำให้มีคนมาต่อแถวรอซื้อตั๋วโดยสารที่ช่องขายตั๋วเป็นจำนวนมาก และพบผู้ประกอบการรถโดยสารบางส่วนขายตั๋วเกินราคาอ้างว่าเป็นรถเสริมจึงต้องปรับราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ แต่ทุกคนก็ต้องจำยอมซื้อตั๋วเกินราคาเพราะต้องการกลับภูมิลำเนา

ต่อมาเวลา 12.30 น.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เดินทางมาตรวจความพร้อมของรถโดยสารที่ชานชาลาหมอชิต รวมถึงตรวจการทำงานเจ้าหน้าที่ บขส. และเยี่ยมประชาชนที่รอซื้อตั๋วโดยสาร ส่วนใหญ่บ่นเรื่องรถโดยสารไม่เพียงพอ ทำให้ต้องรอนาน และมีการจำหน่วยตั๋วเกินราคา ทั้งนี้นายชัชชาติกล่าวว่า บขส.ได้เสริมรถโดยสาร 2,500 คันจากเดิม 5,700 คัน ตั้งแต่คืนวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบายประชาชนกลับภูมิลำเนาไปแล้ว 185,082 คน แต่ยังมีผู้โดยสารตกค้างอยู่เล็กน้อย คาดว่าจะระบายผู้โดยสารได้หมดในวันที่ 12 เม.ย.นี้

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการป้องกันอุบัติเหตุได้ตรวจสอบมาตรฐานรถโดยสารให้มีความพร้อมทุกคัน แต่ก็มีบางส่วนหันไปใช้บริการรถตู้ไม่ได้มาตรฐาน จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มรถตู้ตามจุดให้บริการต่างๆ รวมถึงสั่งให้ตรวจเข้มรถโดยสารที่เอาเปรียบประชาชน เช่น เสริมที่นั่งและจำหน่วยตั๋วเกินราคา พวกนี้ต้องจับกุมให้ได้ ส่วนอุบัติเหตุบนถนนจากสถิติของตำรวจทางหลวงมีจุดเสี่ยง 145 จุด จึงส่งเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงเหล่านี้เพื่อเตือนให้ผู้สัญจรระมัดระวัง

สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 2 ในช่วง 7 วันอันตรายมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายราย โดยที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อเวลา 03.45 น. มีรถกระบะพุ่งชนรถ จยย. เสียชีวิต 2 ศพ ที่ถนนสุวรรณศร ตรงข้ามวัดพระปรง หมู่ 10 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.วลงกรณ์ ว่องวโร ร้อยเวร สภ.กบินทร์บุรี ไปตรวจสอบพบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ษธ 1800 สระแก้ว ชนกับรถ จยย. ยามาฮ่า มีโอ สีม่วง ทะเบียน กพษ 605 สระแก้ว ใกล้กันพบศพนายฉลอง ผลมาก อายุ 33 ปี และนายประจวบ ประนัดถานัง อายุ 38 ปี สอบสวนทราบว่า ผู้ตายขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายออกจากตัวเมืองสระแก้วเพื่อจะกลับไปเที่ยวสงกรานต์ที่บ้านใน จ.นครราชสีมา ถึงที่เกิดเหตุได้เสียหลักพุ่งชนท้ายรถกระบะคันดังกล่าวเสียชีวิตทั้งคู่

ที่ จ.จันทบุรี ร.ต.ท.เพทาย เทพรักษา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี รับแจ้งเมื่อเวลา 10.30 น.ว่า มีรถเก๋งชนต้นไม้ไฟลุกท่วมริมถนนสุขุมวิท ช่วงจันทบุรี-ตราด กม.342 ฝั่งขาออกเมืองจันทบุรี ต.คลองนารายณ์ ไปตรวจสอบพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กฉ 1968 จันทบุรี ชนอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ข้างทางและมีเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำดับไฟกว่า 10 นาที ภายในซากรถพบศพคนขับทราบชื่อนายนิธิรัตน์ เหล่าทวีสุข อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 14 ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี ถูกไฟคลอกไหม้เกรียม สอบสวนทราบว่า ผู้ตายขับรถมาด้วยความเร็วสูงเกิดแหกโค้งชนต้นไม้ไฟลุกไหม้ถูกย่างสดคารถ

จ.นครราชสีมา เวลา 03.00 น. พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ มงคลประทุม พนักงานสอบสวน สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา ไปตรวจสอบเหตุรถ จยย.ชนกับรถกระบะตาย 3 ศพ บริเวณถนนสายประทาย-โนนแดง บ้านเย้ยตะแบง ต.ทุ่งสว่าง พบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ทะเบียน จฉว 932 นครราชสีมา ข้างรถมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ชื่อนายเพชร เอี่ยมนอก อายุ 22 ปี ส่วนอีก 2 ศพ ชื่อนายอารีย์ มุขดา อายุ 15 ปี และนายอดิเทพ เกษมศิริ อายุ 16 ปี สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายซิ่งรถ จยย.ซ้อน 3 วิ่งแข่งมากับรถ จยย.อีกคันแล้วแซงรถยนต์คันหน้า แต่ไม่พ้นพุ่งชนกับรถกระบะที่วิ่งสวนมาอย่างจัง

อีกรายเมื่อเวลา 06.15 น. ร.ต.ท.ปรีชา มีผิว ร้อยเวร สภ.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถทัวร์ตกถนนพลิกคว่ำบนถนนมิตรภาพสายบายพาสเลี่ยงเมือง กม.ที่ 71-72 ใกล้แยกบ้านบ่อทอง ต.หนองสาหร่าย ไปสอบสวนพบรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สกลนคร ทะเบียน 10-1622 กาฬสินธุ์ พลิกตะแคงขวา หน้ารถชนต้นไม้และกองเศษขยะ มีผู้โดยสารบาดเจ็บร้องครวญครางจำนวนมาก จึงนำส่ง รพ.ปากช่องนานา และ รพ.กรุงเทพ–นครราชสีมาปากช่อง รวม 15 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ชื่อนางประทุม พีระมาตย์ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 13 หมู่ 7 ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม สอบสวนทราบว่า รถทัวร์ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต กทม.เวลา 23.00 น.วันที่ 11 เม.ย. ระหว่างมาถึงบริเวณดังกล่าวเกิดเสียหลักตกถนนพลิกคว่ำ เบื้องต้นคาดว่าคนขับอาจหลับใน

ที่ จ.มหาสารคาม เวลา 10.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ถนนข้างโรงเรียนโคกก่อพิทยาคาร หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.มาโนช มโนนที พนักงานสอบสวน สภ.ดอนหว่าน อ.เมืองมหาสารคาม ไปตรวจสอบพบศพ ด.ช.เอ อายุ 12 ปี ใกล้กันพบรถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ ทะเบียน 1 กค 8182 กรุงเทพมหานคร ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชายวัยรุ่นอายุไล่เลี่ยกัน ถูกนำส่ง รพ. มหาสารคาม และเสียชีวิตต่อมา สอบสวนได้ความว่าผู้ตายขี่รถ จยย.ไปเล่นน้ำสงกรานที่อ่างเก็บน้ำโคกก่อ ระหว่างทางเกิดเสียหลักชนต้นไม้ดังกล่าว

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีระพงศ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม แถลงถึงสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย สงกรานต์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 379 ครั้ง เพิ่มขึ้น 53 ครั้ง ร้อยละ 16.26 ผู้เสียชีวิต 39 ราย เท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตปี 2556 ผู้บาดเจ็บ 402 คน เพิ่มขึ้น 60 คน ร้อยละ 17.54 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 30.61 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 21.64

สำหรับยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.00 รถปิกอัพ ร้อยละ 8.50 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 24.04 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 17 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ เชียงราย 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ 19 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ 9 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก ปทุมธานี แม่ฮ่องสอน ระยอง สุโขทัย หนองคาย และกรุงเทพฯ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) รวม 48 จังหวัด

ที่ ศปก.ภ.จ.นครพนม เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม ศปก.ตร. ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ติดตามสถานการณ์การอำนวยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงการอำนวยการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในที่ประชุม พล.ต.อ.อดุลย์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 90,669 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานปราบปราม 106,736 นาย ขับเคลื่อนการปฏิบัติอย่างเต็มที่ ทั้งการออกตรวจ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดบริการประชาชน จัดตำรวจช่างแก้ไขปัญหารถขัดข้อง การเปิดขยายพื้นผิวจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างความอุ่นใจให้พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งกำชับการปฏิบัติในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ให้ ศปก.ตร.มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นหลัก เน้นมาตรการสำคัญ 3 ด้าน คือความปลอดภัยในการจราจร ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ขณะที่ผลการตั้งจุดตรวจจุดสกัดด่านความมั่นคงประจำวันที่ 11-12 เม.ย. มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 8 คน พร้อมของกลางอาวุธปืน 5 กระบอก ลำกล้องอาวุธปืนขนาด .45 จำนวน 1 อัน เครื่องกระสุนปืน 24 นัด อาวุธมีด 3 เล่ม กัญชาห่อเล็ก 1 ห่อ และยาบ้า 1 เม็ด

13 เม.ย. 2557 03:41 13 เม.ย. 2557 05:15 ไทยรัฐ