วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กาแฟผาฮี้" ความภูมิใจของชาวไทยภูเขา ต้นแบบวิถีชีวิตพอเพียง

สําหรับคอกาแฟตัวจริง คงเคยได้ยินชื่อเสียงความพรีเมียมของ “กาแฟผาฮี้” กันมาบ้าง ในฐานะกาแฟไทยภูเขาคุณภาพคับแก้ว ที่ปลูกด้วยมือชาวอาข่าหมู่บ้านผาฮี้ ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย โดยมีรางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ ปี 2554 เป็นเครื่องรับประกันความเป็นเลิศ

ก่อนจะมาเป็นกาแฟคุณภาพชั้นยอด ชาวอาข่าหมู่บ้านผาฮี้ไม่เคยปลูกพืชเศรษฐกิจอย่าง “กาแฟ” มาก่อน และมีรายได้หลัก 99% มาจากการปลูกฝิ่น กระนั้น ด้วยพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “สมเด็จย่า” ที่ทรงต้องการพลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรม และแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นตัวการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ จึงมีการส่งเสริมให้ชาวเขาแถบนี้ปลูกพืชอื่นทดแทน รวมไปถึงการปลูกกาแฟ สายพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งปลูกได้ดีในภูมิประเทศภูเขาสูง ที่ระดับความสูง 1,200-1,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

ชีวิตของชาวอาข่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม นับตั้งแต่โครงการพัฒนาดอยตุงเข้ามาเปิดแปลงทดลองวิจัยกาแฟ เมื่อปี 2531 เพื่อถ่ายทอดวิชาการปลูกกาแฟ และปลูกฝังให้ชาวอาข่าตระหนักว่า การปลูกกาแฟคือ ห่านทองคำ ที่จะสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืน ในฐานะลูกหลานหมู่บ้านอาข่าผาฮี้ ที่เติบโตมาท่ามกลางจุดเปลี่ยนสำคัญ “ผู้ใหญ่บ้านอรัญ พรจิไพศาล” ผู้ใหญ่บ้านผาฮี้ หมู่ 10 บอกเล่าถึงตำนานความเป็นมาของ “กาแฟผาฮี้” และเสน่ห์กาแฟไทยภูเขา พร้อมเปิดดอยให้ชมเบื้องหลังการปลูกกาแฟลือชื่อ ไล่ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นกาแฟ, การเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟ, กระบวนการแปรรูปผลผลิต และการพัฒนาการเพาะปลูกกาแฟให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพขึ้น ซึ่งล้วนแต่ผ่านการลองผิดลองถูกของชาวผาฮี้ และทุ่มเทศึกษาพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งตลอดเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ กระทั่งประสบความสำเร็จในการผลิตเมล็ดกาแฟอาราบิก้าระดับคุณภาพ โดยล่าสุดได้รับความไว้วางใจจากค่ายอสังหาฯระดับไฮเอนด์ “แสนสิริ” ให้นำเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากดอยผาฮี้ ผสมผสานกับกาแฟดอยลังกาหลวง เพื่อสร้างสรรค์เป็นกาแฟรสชาติพรีเมียม “แสนสิริ ซิกเนเจอร์ เบลนด์ คอฟฟี่”

ชาวอาข่าอพยพเข้ามาอาศัยอยู่บนดอยผาฮี้ได้อย่างไร

ผมเป็นเจเนอเรชั่นที่สามแล้วครับ บรรพบุรุษอพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน ในยุคสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมจีน โดยเข้ามาตั้งถิ่นฐานในรัฐฉาน ประเทศพม่า ต่อมาอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ตรงข้ามบ้านผาขาว ใกล้แนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า บริเวณดอยช้างมูบ แล้วจึงย้ายถิ่นฐานมาอยู่ตรงข้ามบ้านนาแก ประเทศพม่า ใกล้ๆกับอำเภอแม่สาย ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ชนเผ่าอาข่าได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านห้วยน้ำริน และในปี 2504 จึงย้ายถิ่นฐานมาอยู่หมู่บ้านอาข่าผาฮี้ปัจจุบัน โดยมีนายอาเพียวและนางอาบะ พรจรัสโชติ เผ่าอู่โล้อาข่า เป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน ในยุคแรกๆชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกข้าวไร่กับข้าวโพดไว้กิน และปลูกฝิ่นเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากฝิ่นปลูกง่ายและให้เงินดี โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบนดอย ชาวบ้านยุคนั้นแผ้วถางป่าและทำไร่เลื่อนลอยเพื่อปลูกฝิ่นกันเป็นอาณาบริเวณกว้างขวาง กระทั่งในปี 2523 มีหน่วยงานรัฐเล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่ป่ามากขึ้น จึงนำกาแฟเข้ามาให้ชาวบ้านปลูก โดยชูสโลแกน “ปลูกกาแฟดีกว่าปลูกฝิ่น” เพราะเป็นพืชราคาสูง และไม่ผิดกฎหมายเหมือนฝิ่น

ยุคแรกที่เลิกปลูกฝิ่น แล้วหันมาปลูกกาแฟ มีกระแสต่อต้านจากชาวบ้านเยอะไหม

ช่วงแรกๆเรายังไม่ได้ปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก เพราะผลผลิตไม่มีคุณภาพเพียงพอจะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ กระทั่งในปี 2531 เมื่อโครงการพัฒนาดอยตุง ได้เข้ามาในหมู่บ้าน ส่งเสริมให้ชาวบ้านเลิกทำไร่เลื่อนลอย และสอนให้ชาวบ้านเรียนรู้ที่จะอาศัยร่วมกับป่า ห้ามไม่ให้ตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกาแฟกันมากขึ้น จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาวอาข่าผาฮี้ ที่หันมาปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลักทั้งหมู่บ้าน จากที่ไม่รู้เรื่องกาแฟเลย พวกเราพัฒนาตัวเองได้รวดเร็ว เพราะได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงานในศูนย์วิจัยทดลองกาแฟของโครงการพัฒนาดอยตุง ทำให้เห็นช่องทางการสร้างรายได้ และได้องค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟ การเก็บเกี่ยว กระบวนการแปรรูปผลผลิตเพิ่มขึ้น จนสามารถนำความรู้มาต่อยอดพัฒนาการปลูกกาแฟของตัวเอง และเกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อพัฒนาการเพาะปลูกกาแฟให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

หลังยึดอาชีพปลูกกาแฟ ชีวิตเปลี่ยนไปขนาดไหน มีความเป็นอยู่ดีขึ้นมากไหม

ชีวิตดีขึ้นชัดเจนครับ เราสามารถเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตกับชนเผ่าอื่นๆ ที่ไม่สามารถปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นพืชยืนต้น และยังต้องเลี้ยงชีพด้วยการปลูกพืชล้มลุก ปัจจุบันหมู่บ้านผาฮี้มีครัวเรือน 89 หลัง ประชากร 540 คน ปลูกกาแฟทุกหลังคาเรือน พี่น้องอาข่ามีเป็นแสนคน อยู่ใน 5 จังหวัดภาคเหนือของไทย ส่วนใหญ่จะปลูกกาแฟเป็นอาชีพ

อะไรคือคุณสมบัติโดดเด่นของ “กาแฟผาฮี้” ที่ทำให้ติดใจกันทั้งโลก

ทุกคนจะยอมรับว่า คุณภาพกาแฟของเราดีมาก กาแฟของเรามีอโรม่าดี มีความหอม สะอาด นุ่มนวล และมีรสหอมหวานคล้ายผลไม้ ส่วนเรื่องความเข้มข้นไม่ใช่ปัญหาเพราะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการคั่ว แต่จุดที่ยากคือเรื่องความหอมของอโรม่า ถ้าอยากดื่ม “กาแฟผาฮี้” ก็สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ www.phahee.com ผมดีใจที่คนไทยหันมาดื่มกาแฟสดและกาแฟของคนไทยกันเยอะขึ้น กาแฟไทยภูเขามีคุณภาพไม่แพ้ใครในโลก

แต่ละปีผลิตกาแฟได้มากน้อยแค่ไหน และช่วงไหนเป็นฤดูเก็บเกี่ยวดีที่สุด

เราเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป ผลผลิตกาแฟต่อปีประมาณ 2 แสนกิโลกะลา โดยหลักแล้ว ต้นกาแฟแต่ละต้นมีอายุในการให้ผลผลิตประมาณ 20 ปี รอต้นกล้าโตก็ 4-5 ปีแล้ว “กาแฟผาฮี้” มีจุดเด่นแตกต่างจากดอยอื่นๆคือ วิถีการปลูกเป็นแบบธรรมชาติ เราปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ ทำให้ผลกาแฟสุกช้า จึงมีเวลาสะสมอาหาร จนเกิดเป็นความหวานในผลเชอร์รี่กาแฟ เรามีความได้เปรียบในเรื่องภูมิประเทศ เพราะที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่บนดอยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200-1,400 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดปี ดินมีความอุดมสมบูรณ์มาก แถมยังหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทำให้แดดรำไร เมื่อประกอบกับการพิถีพิถันใส่ใจดูแล จึงทำให้ได้ “สารกาแฟ” (Green bean) ที่มีคุณภาพสูง

ขั้นตอนการผลิตกาแฟยุ่งยากซับซ้อนมากไหม

เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน และใช้มือคนเป็นหลัก ขั้นตอนการทำคือ หลังเก็บเมล็ดกาแฟเชอร์รี่มาจากต้นกาแฟทีละเมล็ด โดยเลือกเฉพาะเมล็ดที่สุกงอมเท่านั้นจากนั้นคัดเมล็ดที่สมบูรณ์นำไปปอกเปลือกกาแฟภายใน 24 ชั่วโมง แล้วหมักในบ่อหมักจนครบเวลา และล้างเมือกกาแฟให้สะอาด นำไปตากบนลานตากที่ทำด้วยฟากไม้ไผ่ยกพื้นสูง เมื่อแห้งดีแล้วจึงบรรจุลงกระสอบ เก็บรักษาในที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ได้ “สารกาแฟ” ที่มีคุณภาพสูงสุด หลังจากนั้นจะทำการบ่มเมล็ดกาแฟทิ้งไว้อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อทำให้ “สารกาแฟ” มีรสชาติและกลิ่นดีที่สุด จนพร้อมสำหรับขั้นตอนการคั่วเมล็ดกาแฟ

อะไรคืออุปสรรคใหญ่ของการส่งออกกาแฟ

กาแฟเป็นพืชเชิงเดี่ยวที่อ่อนไหว ทำให้ได้รับผลกระทบง่าย ถ้ากาแฟให้ผลผลิตไม่คุ้มทุน หรือราคาตก ก็จะทำให้ชาวบ้านอยู่กันอย่างลำบาก ราคากาแฟโลกตกลงมาก ในแถบประเทศเพื่อนบ้านเรา ประเทศเวียดนามเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ตามมาด้วยอินโดนีเซียและลาว ราคากาแฟที่ดีๆคือ กะลาเมล็ดกาแฟ กิโลละ 160 บาท แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ราคาตกลงเหลือกิโลละ 75-130 บาท ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่คุณภาพ แต่เราสู้ราคาประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ เรายังขาดการตลาดและช่องทางการวางจำหน่ายที่ดี “กาแฟผาฮี้” เป็นกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งราคาก็สูงตามไปด้วย

จนถึงวันนี้ชีวิตชาวอาข่ายุคใหม่พัฒนาไปไกลหรือยัง

ในหมู่บ้านของเรามีคนจบปริญญาตรี 30 กว่าคน จบวิศวกรก็มี การศึกษาเป็นสิ่งที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนได้ดีที่สุด แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกเยอะ ผมเป็นผู้ใหญ่บ้านมา 4 ปีแล้ว ก็พยายามผลักดันเรื่องการพัฒนาการศึกษาเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องการปลูกกาแฟเราก็พัฒนามาตลอด

กระแสทุนนิยมที่มากับการพัฒนา ทำให้ประเพณีวัฒนธรรมอาข่าสูญหายไหม

โลกเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก วิถีชีวิตของคนอาข่าก็เปลี่ยนไปตามภาวะสังคม เช่น ทุกวันนี้พวกเราไม่ใส่ชุดอาข่ากันแล้ว จะใส่เฉพาะในงานประเพณีสำคัญๆ วิถีชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะ ตั้งแต่เรามีน้ำไฟเข้าถึงเมื่อปี 2531 กระนั้น สิ่งที่พวกเรายังคงเก็บรักษาไว้อย่างดีคือประเพณีความเชื่อต่างๆ บ้านเรายังคงนับถือบรรพบุรุษดั้งเดิม ปีหนึ่งยังคงจัดพิธีกรรม 12 พิธีกรรม เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ไม่ใช่ไหว้ผี เช่น ประเพณีโล้ชิงช้า และประเพณีปีใหม่ลูกข่าง

ชาวอาข่าได้น้อมนำแนวพระราชดำริใดของ “ในหลวง” มาเป็นหลักดำเนินชีวิต

เรื่องความพอเพียงครับ อยู่อย่างพอมี พอกิน ไม่ต้องฟุ้งเฟ้อ ทุกคนใฝ่ฝันอยากมีอยากได้สิ่งที่ดีกว่าทั้งนั้น แต่คนในหมู่บ้านเรามีน้อยคนที่จะทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น เพราะเราส่งเสริมความรักความสามัคคีกัน ในหมู่บ้าน เรามีโรงเรียนถึงชั้น ป.6 ให้ทุกคนเรียนฟรี และมีการสอนภาษาจีนช่วงเย็นทุกวัน เพราะเราค้าขายกับชาวจีนเป็นหลัก

ภูมิใจแค่ไหนที่ได้เป็นคนไทย

พวกเราเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ มีสัญชาติไทย และมีบัตรประชาชนถูกต้องทุกคน ถึงเราจะเป็นอาข่า แต่ก็ถือว่าตัวเองเป็นคนไทยคนหนึ่ง และภูมิใจที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินนี้ แต่ผมไม่เคยลืมรากเหง้าความเป็นคนต้นน้ำ หน้าที่ของพวกเราคือ การปลูกกาแฟดีมีคุณภาพเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยรักษาป่าต้นน้ำให้ประเทศไทย การปลูกกาแฟก็เหมือนการปลูกป่า เป็นการช่วยอนุรักษ์ป่าไม้มิให้ถูกทำลายไปพร้อมกันด้วย.

 

ทีมข่าวหน้าสตรี

สําหรับคอกาแฟตัวจริง คงเคยได้ยินชื่อเสียงความพรีเมียมของ “กาแฟผาฮี้” กันมาบ้าง ในฐานะกาแฟไทยภูเขาคุณภาพคับแก้ว ที่ปลูกด้วยมือชาวอาข่าหมู่บ้านผาฮี้ ... 12 เม.ย. 2557 15:51 12 เม.ย. 2557 15:55 ไทยรัฐ