วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เลสเตอร์ ซิตี้' จิ้งจอกพันธุ์ไทย ลุยพรีเมียร์ลีก

โดย

ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในวงการกีฬาไทยข่าวหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และดาร์บี้ เคาน์ตี้ นัดกันพลิกล็อกพ่ายแพ้ ในศึกลูกหนัง “เดอะ แชมเปียนชิพ อังกฤษ”

ส่งผลให้ทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ การันตีตั๋วขึ้นชั้นไปโชว์ฝีเท้าในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

หากข้อมูลเพียงแค่นี้ หลายคนอาจจะบอกว่าไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้น

แต่ถ้าผมกำลังจะเขียนว่าทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ มีเจ้าของทีมเป็นคนไทยและบริหารงานโดยคนไทย นั่นคงจะทำให้มีน้ำหนักและกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมาอย่างยิ่ง

นายวิชัย (รักศรีอักษร) ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชาวไทยเจ้าสัวใหญ่แห่ง “คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี” ได้ตัดสินใจลงทุนซื้อทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2010 หลังจากนั้นก็ปลุกปั้น ลองผิดลองถูกอยู่ราว 3 ฤดูกาล ก่อนจะมาประสบความสำเร็จได้ขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า (2014/2015)

ไล่เรียงประวัติของสโมสรแห่งนี้ ก่อตั้งในปี ค.ศ.1884 ใช้ชื่อว่า สโมสรเลสเตอร์ ฟอสส์ (Leicester Fosse) ตามชื่อถนนที่สนามเหย้าในขณะนั้นตั้งอยู่ และเข้าร่วมสมาคมฟุตบอลอังกฤษตั้งแต่ปี 1890 พร้อมกับย้ายมาใช้สนามที่ถนนฟิลเบิร์ต ตั้งแต่ปี 1891

สโมสรใช้สนามที่ถนนฟิลเบิร์ตเป็นสนามเหย้ามาเป็นเวลา 111 ปี จึงย้ายมาอยู่ที่สนามฟิลเบิร์ต เวย์ ขนาด 32,500 ที่นั่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกันตั้งแต่ปี 2002 โดยใช้ชื่อว่าสนามวอล์กเกอร์ส สเตเดียม

และหลังจากการเข้าซื้อกิจการโดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จากประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม ปี 2010 ก็ได้มีโครงการขยายความจุของสนามเป็น 42,000 ที่นั่ง และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “เดอะ คิงเพาเวอร์ สเตเดียม” จนถึงปัจจุบัน


ตามสถิติของสโมสร ส่วนใหญ่จะเล่นอยู่ใน 2 ดิวิชั่นสูงสุดของอังกฤษ ยกเว้นเพียงปีเดียวในฤดูกาล 2008-09 ที่ตกชั้นจากฟุตบอลลีกแชมเปียนชิพไปเล่นในฟุตบอลลีกวัน แต่ก็ได้แชมป์และกลับขึ้นสู่ลีกแชมเปียนชิพในปีถัดมา นอกจากนี้ สโมสรเคยมีอันดับสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ของดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1928-29 ด้วย

แต่ในปีหน้า “เลสเตอร์ ซิตี้” จะได้กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยฝีมือการบริหารงานของคนไทยอย่าง วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร และลูกชาย “ต็อป” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เด็กหนุ่มไฟแรงซึ่งนั่งเป็นรองประธานสโมสร และฝังตัวบริหารสโมสรอยู่ที่ประเทศอังกฤษจนประสบความสำเร็จ

“ต็อป” อัยยวัฒน์ได้เปิดเผยผ่านสื่อเอาไว้ว่า การเลื่อนชั้นครั้งแรกในรอบ 10 ปีครั้งนี้ ต้องขอชื่นชมทุกคนในสโมสรที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มที่จนประสบความสำเร็จ

เขายังกล่าวไว้ด้วยว่า ไนเจล เพียร์สัน กุนซือคนเก่งของทีมในปัจจุบัน มีอิทธิพลอย่างมากกับนักเตะ หลังจากที่ไนเจลเข้ามารับงานที่สโมสรในปี 2011 ก็ได้ทำการปฏิรูปทีมใหม่ให้มีความลงตัวและมีคุณภาพทั้งกลุ่มนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช รวมไปถึงการนำประสบการณ์ของเขาเข้ามาปรับปรุงข้อผิดพลาดต่างๆของทีม

บัดนี้ สิ่งที่ได้ทุ่มเทไป ผลิดอกออกผลให้ได้ชื่นชมแล้ว

จากนี้ไปในฤดูกาลหน้าเราในฐานะคนไทย มีทีมให้ได้ตามเชียร์อย่างสุดใจเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทีม

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนไทยอีกเช่นกัน

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ในเมื่อทีมของคนไทยก้าวไกลไปสู่ระดับโลกได้แล้ว วงการกีฬาของประเทศ ไทยจะได้รับอานิสงส์ด้วยหรือไม่ ซึ่งอีกไม่นานคงจะมีการแถลงข่าวใหญ่ให้ได้ทราบรายละเอียดอย่างชัดเจนกันในทุกๆเรื่อง

กราวกีฬาไทยรัฐของแสดงความยินดีอีกครั้งในความสำเร็จครั้งนี้ของสโมร “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ รวมไปถึงคนทำงานอย่าง วิชัย ศรีวัฒนประภา และ “ต็อป” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ด้วย

แต่สุดท้ายแล้วก็คงต้องขอย้ำเตือนอย่างไม่ประมาทว่า “การขึ้นชั้นว่ายากแล้ว การดำรงอยู่ให้ต่อเนื่องยาวนาน นั้นยากกว่า”

เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ และชาวเมืองเลสเตอร์จะเป็นกองหนุนช่วยส่งกำลังใจเชียร์ให้ “สุนัขจิ้งจอกพันธุ์ไทย” ทีมนี้ประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปแน่นอน

12 เม.ย. 2557 14:50 12 เม.ย. 2557 14:52 ไทยรัฐ