วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัยใสหนุนสงกรานต์ “งามอย่างไทย” ปลอด“เหล้า-รุนแรง”

โดย ยายรหัส

สวัสดีปีใหม่ไทย

“ยายรหัส” ขอเกริ่นทักทายพี่น้องมวลมหาวิทยาลัย ที่หลายคนคงตระเตรียมหรือกำลังฟิน กับสารพัดกิจกรรมที่หลายหน่วยงานระดมจัดขึ้นต้อนรับเทศกาลสงกรานต์เวลานี้

แต่ในช่วงรื่นเริงยินดี มักจะเกิดเรื่องร้ายๆ และความสูญเสียแทรกเป็นยาดำได้ทุกปี นั่นคืออุบัติเหตุ การบาดเจ็บ บ้างถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งยังคงเป็นประเด็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกันรณรงค์ เฝ้าระวัง เพื่อลดสถิติ โดยปัจจัยหลักมักมาจากการเมาสุรา ขับขี่รถจักรยาน-ยนต์ สาดน้ำใส่กันแบบรุนแรง รวมทั้งพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประ-เพณีไทยที่ดีงาม ซึ่ง วันที่ 13 เม.ย.ยังเป็นวันผู้สูงอายุ และวันที่ 14 เม.ย.เป็นวันครอบครัว แต่ไม่รู้ในสายตาหนุ่มสาวสมัยนี้มองภาพเทศกาลสงกรานต์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ว่าแล้ว “ยายรหัส” ไม่อยาก มโน แต่ขอไป เจ๊าะแจ๊ะ กับเด็กมอกันสักหน่อย

เริ่มที่หนุ่มราชภัฏสวนดุสิต “โปเต้” เศรษฐโชติ กิตติธนากร ปี 3 เอกนิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บอกว่า “ประเพณีสงกรานต์ปัจจุบันค่อนข้างเปลี่ยนไปจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เข้าวัดทำบุญ เป็นการมุ่งเน้นสาดน้ำ ประแป้ง อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเพิ่มความอันตราย ซึ่งตัวผมเองเคยเฉียดได้รับบาดเจ็บจากการไปเล่นสงกรานต์ แถวสีลมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้คนเบียดเสียดจำนวนมาก บางคนก็ดื่มสุราจนมึนเมา เมื่อเดินชนกันก็อาจจะเกิดกระทบกระทั่ง ซึ่งจังหวะที่ผมเดินอยู่ เจอขวดเหล้าลอยผ่านหน้าผมไปแบบฉิวเฉียด เป็นประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น จึงอยากฝากถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมคิดว่าคงห้ามยาก แต่ควรดื่มพอประมาณและมีสติ ระลึกถึงอุบัติเหตุหรืออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีกฎหมายห้ามจำหน่ายสุราให้กับเด็กและมีช่วงเวลาจำหน่าย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงเข้มงวดอยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีจำกัดคงไม่สามารถตรวจจับได้ครอบคลุม ดังนั้น การกระทำใดๆอยู่ที่จิตสำนึกของตัวเองว่าจะปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือจะออกนอกลู่จนนำไปสู่อุบัติเหตุ ครับ”

ส่วนหนุ่มแดนอีสาน “เทพ” รัชชุพงษ์ แก้วจันทร์ ปี 5 สาขาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า “คนส่วนใหญ่มักจะลืมว่าเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงวันของครอบครัว เป็นวันรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ แต่หันไปนิยมเที่ยวเล่น สาดน้ำ ซ้ำร้ายยังมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ประเพณีไทยมัวหมอง ลืมบุพการี จึง อยากให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับครอบครัว มากขึ้น และอยากฝากให้ทุกฝ่ายเคร่งครัดปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องของแอลกอฮอล์ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความประมาทก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอันตราย ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นไม่น้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ขอให้เป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แม้จะไม่ได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัวในช่วงเทศกาลเช่นนี้”

ขยับขึ้นไปแอ่วเหนือ ปะคนเชียงใหม่แต่มาเรียนเชียงรายที่ ม.แม่ฟ้าหลวง “ผึ้ง” สุธีรา นาคเสน ปี 2 สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ กล่าวว่า “ประเพณีสงกรานต์เมื่อก่อนไม่ค่อยหวือหวา เท่าที่รู้ผู้คนจะกลับบ้านไปหาครอบครัว จะมีเล่นน้ำบ้างก็ตามประสาเพื่อนๆ ที่เล่นกันในหมู่คนรู้จัก แต่ปัจจุบันกลายเป็นภาพการสาดน้ำ ที่แย่ไปกว่านั้นคือมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งยังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้คนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แทนที่เราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตาในครอบครัวอย่างมีความสุข แต่บางครอบครัวกลับกลายเป็นต้องพบเจอกับความเศร้าโศก โดยเฉพาะผู้หญิงต้องเสี่ยงถูกลวนลาม ฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัว หรือบางคนแต่งตัวไม่มิดชิด ก็เสี่ยงเป็นเป้าสายตาและการลวนลาม และอาจนำไปสู่เหตุมิดีมิร้ายขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับประเพณีไทย”

ส่งท้ายกับสาวกรุงเทพฯ “แป้ง” ชฎากาญจน์ กล่ำรัตน์ ปี 3 เอกการโรงแรมและการท่องเที่ยว วิทยาลัยราชพฤกษ์ มองว่า “ค่านิยมการเล่นสงกรานต์เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก โดยเฉพาะปัญหาจากการดื่มฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเลยเถิด เกิดความคึกคะนอง ทะเลาะวิวาท ที่สำคัญ คือการฉวยโอกาสลวนลามอนาจาร เป็นสิ่งที่ยังแก้ไม่ได้ รวมถึงปัญหาอุบัติเหตุก็เกิดบ่อยจนชิน ซึ่งทุกปีต้องมานั่งนับศพว่ามีคนเจ็บคนตายเท่าไหร่ แม้มีการรณรงค์แต่แนวโน้มก็ไม่ได้ลดลงเลย สิ่งที่อยากเห็นในวันสงกรานต์คือทุกคนเล่นน้ำอย่างมีสติ ไม่แต่งตัวล่อแหลม ไม่ลวนลาม ไม่ฉวยโอกาส และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอล-กอฮอล์ ทั้งนี้ ฝากไปถึงเจ้าภาพจัดงานในแต่ละพื้นที่จัดงานต้องมีความปลอดภัย เฝ้าระวังหากมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น และบังคับใช้กฎหมายห้ามขายห้ามดื่มสุราในพื้นที่ซึ่งมีการห้าม รวมทั้งห้ามดื่มสุราของมึนเมาบนรถ และไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่เร่ขาย ทั้งขอให้ตำรวจจับปรับจริง และขอให้ ทุกคนร่วมเปลี่ยนค่านิยมการเล่นสงกรานต์แบบผิดๆให้กลับมาเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามค่ะ”

“ยายรหัส” เชื่อมั่นเยาวชนเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยกันฟื้นเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นประเพณีไทยที่งดงาม

เอาช่วงเวลาดีๆที่อบอุ่นด้วยความรักและผูกพันในครอบครัวคืนมา แล้วเอาต้นเหตุแห่งความเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียทิ้งไป.

 

ยายรหัส

12 เม.ย. 2557 13:55 ไทยรัฐ