วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงกรานต์ : คุณค่าที่ยังคงอยู่

ประเพณีไทย "รดน้ำดำหัว" ขอพรจากผู้ใหญ่

เทศกาลสงกรานต์มาถึงอีกครั้งหนึ่งพร้อมๆกับความสุขของคนไทยที่ได้มีวันหยุดยาว และความอิ่มอกอิ่มใจที่จะได้มีส่วนร่วมในเทศกาลนี้ ทั้งในส่วนของวิถีปฏิบัติตามแบบแผนเดิม และแบบแผนสมัยใหม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับวัฒนธรรมประเพณีที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานที่จะปรับปรุงวิถีปฏิบัติให้เป็นไปตามยุคสมัย

สงกรานต์เป็นหนึ่งในประเพณีที่ไม่เคยเลือนหายไปจากสังคมไทย สามารถดำรงอยู่ ผ่านยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้ โดยยังคงรักษาคุณค่าไว้โดยไม่สูญสลายไปตามกาลเวลา

“คุณค่า” ของสงกรานต์นี่เองที่จะทำให้สงกรานต์ยังคงอยู่กับคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ หากวัฒนธรรมเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง คุณค่าของวัฒนธรรมก็เปรียบได้กับส่วนที่เป็นราก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการหล่อเลี้ยงให้ต้นไม้เจริญงอกงามได้อย่างต่อเนื่อง

นักวิชาการด้านวัฒนธรรมมองว่า คุณค่าที่เปรียบเสมือนรากของต้นไม้นี้ เป็นส่วนที่ต้องสืบทอดให้คงอยู่โดยไม่ให้ผิดเพี้ยนหรือบิดเบือนไป

ส่วนที่เป็น “รูปแบบ” ของวัฒนธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนลำต้น ประกอบด้วยส่วนเปลือก กระพี้ และแก่น นั้น รศ.ดร.กาญจนา แก้วเทพ อาจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ ซึ่งให้ความสนใจกับประเด็นทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมากท่านหนึ่ง เคยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ พอสรุปความง่ายๆว่า หลักการของเรื่องนี้แบ่งได้เป็น 3 คำหลักๆ คือ “เปลี่ยนเปลือก ปรับกระพี้ และรักษาแก่น”

เป็นการฉายภาพธรรมชาติของวัฒนธรรมที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งถ้าพูดถึงสงกรานต์ ตราบใดที่เรายังเข้าใจ และรักษา “แก่น” ของสงกรานต์เอาไว้ได้ สงกรานต์ก็ยังคงเป็นของเราอยู่อย่างเต็มภาคภูมิ โดยไม่ต้องกังวลกับการที่สงกรานต์ของเราจะถูก “ส่งออก” ไปนำ เสนอในประเทศต่างๆ อย่างที่เป็นประเด็นข่าวใหญ่โตเมื่อไม่นานมานี้

เพราะถึงจะถูกส่งออก ก็คงไปได้เฉพาะรูปแบบของปาร์ตี้สาดน้ำที่เป็นเพียงแค่เปลือกเท่านั้น แต่แก่นของความเป็นสงกรานต์ยังคงอยู่กับเราอย่างครบถ้วน...

ในฐานะคนไทย ดิฉันมองว่า สำคัญที่สุด คือ การให้ความสำคัญอย่างลึกซึ้งกับ “คุณค่า” และ “แก่น” ที่แท้จริงของสงกรานต์ ไม่ใช่แค่ “รูปแบบ”

เพราะถ้ามองเพียงรูปแบบ เราก็จะเห็นแค่การ “สาด” “ฉีด” และ “ยิง” น้ำใส่กันเพื่อความสนุกสนาน เป็นเพียงเทศกาลๆหนึ่งที่สนุกที่สุดในบรรดาเทศกาลหรรษาบันเทิงของโลกเท่านั้น

แต่ถ้าเราเห็น “คุณค่า” และ “แก่น” ของสงกรานต์ เราจะรู้ว่า สงกรานต์ที่แท้จริงไม่ใช่แค่การสาดน้ำ แต่มีความหมายลึกซึ้งมาก มายกว่านั้นมาก

คุณค่าของสงกรานต์จริงๆ น่าจะอยู่ที่ความรัก และความผูกพันในครอบครัว...

สมัยก่อนพ่อแม่จะเตรียมเสื้อผ้าใหม่พร้อมเครื่องประดับให้ลูกหลานใส่ไปทำบุญ ลูกหลานก็จะเตรียมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้ผู้ใหญ่ได้สวมใส่หลังการรดน้ำขอพร

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า “คุณค่า” ซึ่งเป็นที่มาของ “แก่น” คือ การรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ โดยเฉพาะพ่อแม่

และเมื่อมีการกำหนดให้วันที่ 14 เมษายน เป็นวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุ เทศกาลสงกรานต์จึงกลายมาเป็นธรรมเนียมที่ทุกคนจะใช้โอกาสนี้กลับบ้านไปหาพ่อ แม่ เพื่อรดน้ำขอพรเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ และเป็นกำลังใจกันและกันในการดำรงชีวิตอยู่ต่อไป

ซึ่งความล้ำลึกของสิ่งที่เรียกว่า “คุณค่า” นี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศเป็นธรรมะมานานกว่า 2,600 ปี แล้วว่า พ่อแม่คือผู้มีพระคุณสูงสุด

มีพุทธพจน์หลายบทที่กล่าวถึงพระคุณของพ่อ แม่ และการตอบแทนพระคุณ เช่น “บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุมีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้งสองนั้นด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้งสองนั้น พึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ”

หรืออีกบทหนึ่งว่า อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติอันเป็นอิสราธิปัตย์ในแผ่นดินใหญ่ อันมีรตนะ 7 ประการมากหลายนี้

และแม้ การกระทำอย่างนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย

แปลความเป็นคำง่ายๆว่า...

แม้เราจะเอาพ่อแม่ขึ้นนั่งบนบ่าทั้ง 2 ข้างของเรา และเฝ้าปรนนิบัติดูแลอย่างดี กระทั่งให้ท่านขับถ่ายบนบ่าของเรา การกระทำแบบนี้ยาวนาน 100 ปี ก็ยังไม่ถือว่าได้ทดแทนพระคุณของท่าน

และแม้เราจะมอบทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลให้แก่ท่านมากแค่ใดก็ยังไม่ได้ชื่อว่าได้ตอบแทนบุญคุณของท่าน...

เมื่อพิจารณาจากความรู้อันเป็นราก และปัญญาอันเป็นแก่นแล้ว

สงกรานต์ปีนี้อย่าลืมเอาพวงมาลัยสวยๆไปกราบคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ.

12 เม.ย. 2557 13:13 ไทยรัฐ