วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จี้ติดคดีสัมฤทธิผล อาชญากรรมลด! “เอก อังสนานนท์” ติวเข้ม

ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างมากในการ บริหารจัดการนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติการเมืองระอุสรุปภาพรวมคดีอาญาทุกประเภทลดลงทุกประเภท...

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ปป. เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังผลงานในการคลี่คลายคดีอาชญากรรมสำคัญร่วมกับผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่มี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม รับผิดชอบ


เปรียบเทียบคดีอาญา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.2555-มี.ค.2556 กับ ต.ค.2556-มี.ค.2557 กลุ่มที่ 1 คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ รับแจ้งลดลง 210 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.46 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 2 คดีชีวิต ร่างกาย และเพศ รับแจ้งลดลง 1,589 คดี คิดเป็นร้อยละ 12.38 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 3 คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ รับแจ้งลดลง 2,159 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.34 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 4 คดีที่น่าสนใจ รับแจ้งลดลง 1,249 คดี คิดเป็นร้อยละ 7.92 เปอร์เซ็นต์ คดีรัฐเป็นผู้เสียหาย รับแจ้งลดลง 29,679 คดี คิดเป็นร้อยละ 10.78 เปอร์เซ็นต์

คดีที่ ผบ.ตร.เร่งรัดผลคดี เดือน ต.ค.2556-มี.ค.2557 เร่งรัด 171 คดี จับกุมและออกหมายจับ 108 คดี เดือน ต.ค.2555 จนถึง มี.ค.2556 เร่งรัด 131 คดี จับกุมและออกหมายจับ 115 คดี คดีประทุษร้ายธนาคารช่วงเดือน ต.ค.2556-มี.ค.2557 เกิด 16 คดี จับกุม 11 คดีเป็นความสำเร็จภายใต้ขับเคลื่อนนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ ด้านการป้องกันปราบปราม 7 ด้าน ได้แก่ ให้ความสำคัญในการควบคุมและลดความรุนแรงของอาชญากรรม เน้นการป้องกันอาชญากรรมจากสภาพแวดล้อม พัฒนาระบบงานสายตรวจให้มีความ พร้อม นำเทคโนโลยีมาใช้ในการป้องกันปราบปราม พัฒนาศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 พัฒนาการเก็บข้อมูลที่เกิดเหตุ และวิเคราะห์อาชญากรรมในทุกระดับ


พล.ต.อ.เอกสานต่อการขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปราม 4 ด้าน คือ ด้านการป้องกัน ด้านปราบปราม ด้านการพัฒนาสถานีตำรวจ และด้านการใช้การบริหารงานโดยใช้ ศปก.

ด้านการป้องกัน พล.ต.อ.เอก มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วนในการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเมื่อเกิดอาชญากรรมจะสร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต่อสังคมส่วนรวม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการธนาคาร ร้านค้าทอง และร้านสะดวกซื้อ

รอบ 6 เดือนที่ผ่านมาคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน กับกลุ่มเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มาตรการป้องกัน โดยอาศัยความร่วมมือป้องกันตนเองด้วยการติดตั้งเครื่องป้องกัน เทคโนโลยีมาใช้ เช่น กล้องวงจรปิดCCTV


เป็นแนวทางที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามเน้นย้ำให้หน่วยถือปฏิบัติและดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การปราบปราม เร่งรัดติดตามในคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ คดีสำคัญที่ ผบ.ตร.ได้สั่งการในการประชุม ศปก.ตร. และคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ รวมถึงคดีที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของ สังคม เช่น แก๊งเงินกู้ ทวงหนี้ ผู้มีอิทธิพล บ่อนการพนัน และสถานบริการที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม และเป็นแหล่งเพาะอาชญากร

เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติดำเนินการสืบสวนขยายผลทุกคดี เพื่อกำจัดเครือข่าย ผู้สนับสนุนและผู้อยู่เบื้องหลัง โดยกำหนดให้หัวหน้าสถานีตำรวจเป็นผู้ควบคุมการสั่งการอย่างใกล้ชิด

การพัฒนาสถานีตำรวจ ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำว่า โรงพักเป็นจุดแตกหักของงานตำรวจ

การบริหารจัดการสถานีตำรวจให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นสิ่งสำคัญต่อการให้บริการและ ความเป็นธรรมแก่ประชาชน จุดบริการสะดวกรวดเร็ว ทุกสถานีต้องยึดถือตามนโยบาย “หญ้าไม่รก สีไม่ตก” จากการตรวจพื้นที่ของ สภ.ฉะเชิงเทรา ของ พล.ต.อ.เอก เป็นการเริ่มต้นปรับปรุงสถานีตำรวจ


การบริหารงานโดยใช้ ศปก. มุ่งเน้นให้ทุกสถานีตำรวจใช้ ศปก.ของแต่ละสถานีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทุก ศปก.จะต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปราบปรามอย่างเพียงพอควบถ้วน เช่น ข้อมูลท้องถิ่น สถานภาพอาชญากรรม สถิติคดีอาญา แผนที่อาชญากรรม แผนผังกล้องวงจรปิด CCTV MAP โดยให้หัวหน้าสถานีดำเนินการ ศปก.เพื่อติดตามสถานการณ์และรับนโยบายของ ตร.ไปสู่การปฏิบัติที่รวดเร็วจากสถานภาพคดีอาชญากรรมที่มีแนวโน้ม สูงขึ้น

พล.ต.อ.เอกได้จัดทำโครงการสนับสนุนการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปราม 4 โครงการ คือโครงการจัดทำมาตรฐานการป้องกันอาชญากรรม หรือ CCTV MAP, โครงการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ SWAT, โครงการจัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการและควบคุม หรือ CCOC และโครงการจัดตั้งสถานีตำรวจชุมชน

โครงการจัดทำมาตรฐานป้องกันอาชญากรรม พล.ต.อ.เอกได้กำหนดให้หน่วยปฏิบัติจัดทำแผนผัง กล้องวงจรปิดทั้งในส่วนราชการและภาคเอกชน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนติดตามคนร้าย

กล้องวงจรปิดเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงพยานหลักฐานไปสู่ผู้กระทำผิด


โครงการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ SWAT เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านการป้องกันปราบปรามและด้านการสืบสวน มอบ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีต ผบก.สปพ. เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

เน้นการฝึกตามยุทธวิธีการใช้อาวุธ การตรวจค้นจับกุม กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถถ่ายทอดความรู้ เพื่อพัฒนาทักษะให้กับหน่วยปฏิบัติได้ทุก บช. ซึ่งนอกจากเป็นการพัฒนาบุคลากรแล้วยังเป็นการลดความสูญเสียอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่


โครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสั่งการและควบคุม CCOC โครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อบริหารจัดการหมายจับ โดย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีต ผบก.ป. ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ ใช้กับงานสืบสวนติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยกำหนดให้ทุกหน่วยรวบรวมหมายจับนำเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการผ่านโปรแกรมเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหมายบุคคลที่มีหมายจับผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที

หลังเปิดใช้งานสถิติการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเพิ่มสูงขึ้นทุกกองบัญชาการ

โครงการจัดตั้งสถานีตำรวจชุนชน หรือ CPS เป็นนโยบายสำคัญของ ผบ.ตร.ที่ได้เล็งเห็นความสำเร็จในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจญี่ปุ่น โดยใช้ตู้ยามตำรวจที่มีอยู่ตามชุมชน “KOBAN” เป็นตัวขับเคลื่อน โดยมี พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบโครงการกำหนดให้จัดตั้งสถานีตำรวจชุมชนในทุกพื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมชนและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ร่วมกับ ประชาชน ให้ความช่วยเหลือ แนะนำ สร้างความสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกเป็นกันเอง และให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแจ้งเบาะแส และป้องกันอาชญากรรม

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ย้ำกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่าการปฏิบัติงาน ป้องกันปราบปรามในรอบ 6 เดือน มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจากการเปรียบเทียบสถิติคดีอาญา 5 กลุ่ม พบว่าคดีกลุ่มที่ 1-4 เกิดขึ้นลดลง ในส่วนคดีกลุ่มที่ 5 มีผลจับกุมลดลง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชุมนุม จะเร่งรัดผลจับกุมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผลจับกุมตามหมายจับคดีค้างเก่ากว่า 5,000 หมายจับ สำหรับ 6 เดือนที่เหลือฝ่ายป้องกันปราบปรามยังคงเน้นหนัก ให้หน่วยปฏิบัติตามแนวทาง และโครงการที่กำหนด จะทำให้อาชญากรรมลดลงได้ กำชับข้าราชการตำรวจยึดถือ ผบ.ตร.เป็น แบบอย่างในการทำงาน ทั้งด้านภาวะผู้นำ ความขยันหมั่นเพียร เสียสละและอดทน ซึ่ง ผบ.ตร.ได้ “พูดให้จำ ทำให้ดู” เป็นประจำ เพื่อให้ทุกคนเดินทิศทางเดียวกัน เป็นแบบอย่างตำรวจมืออาชีพ ยึดกฎหมายและความชอบธรรม”


“ถ้าทุกคนทำตามนโยบายของ ผบ.ตร.กำหนด ต่อเนื่องในช่วง 6 เดือน มาตรการสนับสนุนและจับกุมหมายจับค้างเก่า ตั้งด่านตรวจค้นเข้มแข็งมีส่วนทำให้จำนวนคดีอาญาลดลง สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับ “ภาวะผู้นำ” ผบช. ผบก.และ ผกก. ต้องเป็นหลักทำงานอยู่ผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดเวลา ไม่ทิ้งลูกน้องตำรวจต้องปรับเปลี่ยน เพราะวันนี้ตำรวจได้ครูที่ดี มีผู้ บังคับบัญชาอย่าง ผบ.ตร.ที่เป็น แบบอย่างที่ดี ทั้งการพัฒนาคน พัฒนาหน่วย และเร่งรัดติดตามเป็นรูปแบบ “ตำรวจมืออาชีพ” ซึ่งถ้าตำรวจทุกคนก๊อบปี้ นำมาใช้จะทำให้งานป้องกันปราบปรามได้ผล ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ทุกพื้นที่มีแผนผังการติดตั้งกล้องวงจรปิด และป้อมยาม “KOBAN” รูปแบบการบริการประชาชน ของตำรวจญี่ปุ่น 92 แห่ง จะทำให้เกิดความร่วมมือชุมชน และตำรวจในการแจ้งเบาะแสป้องกันอาชญากรรม”


จะเห็นได้ว่าความสำเร็จของการลดจำนวนตัวเลขคดีอาชญากรรมเป็นเรื่องจัดการบริหารงานอย่างเป็นระบบของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าสายงานป้องกัน ปราบปราม ที่กำหนดทิศทางการทำงานสอดคล้องนโยบายของ ตร.

...ลดจำนวนคดีอาญา และบริการพี่น้องประชาชน...

 

ทีมข่าวอาชญากรรม

12 เม.ย. 2557 12:51 12 เม.ย. 2557 12:56 ไทยรัฐ