วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องทําให้สําเร็จ ป๋าส่งซิก 3ทัพกําลังมีงาน

ขอพระสยามเทวาฯคุ้มครอง ลูกหาบยันทักษิณสู้ไม่ถอย มาร์คจวกไม่เปิดประชุมวุฒิ

“บิ๊กเจี๊ยบ-บิ๊กตู่” ควง ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. ตบเท้าพรึ่บรดน้ำดำหัว “ป๋าเปรม” ไร้เงาปลัดกลาโหม และ “นายกฯปู” ที่หอบลูกชายร่วมสงกรานต์เมืองเชียงใหม่ “ป๋า” ปลื้มมี 3 เหล่าทัพ-สตช.เป็นมิตรแท้ อวยพรให้ทำงานใหญ่สำเร็จ เชื่อพระสยามฯรู้ทำเพื่อชาติ ขอผนึกกำลังแน่นให้คนคิดร้ายต่อบ้านเมืองเกรงขาม “เหลิม” ห่วง 2 คดีร้อนคว่ำรัฐบาล ขู่ผุดนายกฯ ม.7 เมื่อไหร่กลียุคเมื่อนั้น “ทักษิณ” หัวกระไดไม่แห้ง ถนนทุกสายบินตรงฮ่องกง “วรชัย” อ้างนายใหญ่ส่งสัญญาณสู้ไม่ถอย “อภิสิทธิ์” โต้แทนศาล รธน. ซัด “ปู” เลิกให้ร้ายซะที ทนายจำนำข้าวตื๊อสุดฤทธิ์ขอเพิ่มพยานอีก 2 ปาก “วิชา” ตอกก้าวก่ายสำนวนขู่ฟันพ้นคดี มั่นใจคำตัดสินไม่ทำให้เกิดกลียุค

หลังจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ปฏิเสธรับบทคนกลางเป็นกาวใจเรียกคู่ขัดแย้งอย่างรัฐบาลและ กปปส.มานั่งเจรจาหาทางออกให้บ้านเมือง ล่าสุด ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร.ตบเท้าเข้ารดน้ำดำหัวอวยพร เนื่องในวันสงกรานต์ โดยไร้เงา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม

ผบ.เหล่าทัพตบเท้าเข้าบ้านสี่เสา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้ารดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในเทศกาลวัน สงกรานต์ โดย พล.อ.เปรมกล่าวให้โอวาทว่า การ รักษาประเพณีไทย การรักษาวัฒนธรรมไทย คือการ รักษาชาติ แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีประเพณีที่เป็น สมบัติของชาติ การที่ พล.อ.ธนะศักดิ์และพวกเรามากัน เพื่อให้ศีลให้พรวันนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่คนอื่นๆ ตนเกษียณอายุราชการมา 33 ปี แต่ยังได้รับ ความเมตตา ความเอาใจใส่ดูแล ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จากกองทัพไทย เหล่าทัพทั้ง 3 และตำรวจอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยขาด นับเป็นสิ่งที่ดีมากๆ และแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้ระหว่างกันและกัน

“ป๋า” อวยพรให้ทำงานใหญ่สำเร็จ

พล.อ.เปรมกล่าวว่า โอกาสนี้ที่ตนมีมิตรแท้เป็นกองทัพไทย เหล่าทัพทั้ง 3 และตำรวจ ตนถึงอยู่ ด้วยความสบายใจที่เห็นพวกเราพร้อมเพรียงกัน ถ้าพวกเราพร้อมเพรียงกันอย่างนี้จะมีความมั่นคง ความน่าเกรงขามแก่คนที่จะมาคิดร้ายต่อชาติบ้านเมืองของเรา จำได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยพระ ราชทานพระบรมราโชวาทว่า คนเราต้องรู้จักหน้าที่และทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องดูแลคนรอบข้างให้มีความซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักหน้าที่ ขณะนี้พวกเราก็กำลังทำแบบนั้นอยู่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ผบ.เหล่าทัพและตำรวจ กำลังมีงานหนัก งานยาก งานมาก ที่จะต้องทำให้ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นถ้าเราพร้อมเพรียงกันแบบนี้ ทำหน้าที่ของตนดูแลคนอื่นให้ทำหน้าที่ของตนเอง เราก็จะประสบความสำเร็จเป็นที่พึ่งของประชาชน และประชาชนก็จะเคารพรัก นับถือและไว้วางใจแก่กองทัพและตำรวจ

ขอพระสยามฯคุ้มครองทุกคน

พล.อ.เปรมกล่าวว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ได้กรุณาชวนเพื่อนมาวันนี้ ต้องถือว่าได้ทำหน้าที่ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งพระ ราชทานพระบรมราชโอวาทให้แก่พวกเรา ในโอกาสวันสงกรานต์นี้คิดว่าสิ่งที่พวกเราทำ พระสยามเทวาธิราช คงจะได้เห็น และรู้ว่าเรากำลังทำอะไรให้แก่ชาติบ้านเมือง และคงพอใจการกระทำของพวกเรา ปกป้อง คุ้มครองให้มีความปลอดภัย ความสำเร็จในการทำหน้าที่ส่วนตัวเราเองจะทำหน้าที่เป็นมิตรที่ดีของกองทัพไทย 3 เหล่าทัพและตำรวจ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดลบันดาลให้พวกเราและครอบครัว ผู้ที่เรารักและเคารพ มีความปรารถนาดี ได้ปกป้องคุ้มครองทหารของกองทัพ ไทย ทหาร 3 เหล่าทัพและตำรวจ ได้ทำหน้าที่ด้วย ความองอาจกล้าหาญและประสบผลสำเร็จ ขอให้พระ สยามเทวาธิราชปกป้องคุ้มครองพวกเราให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดไป

แต่ไร้เงา “ยิ่งลักษณ์-บิ๊กแป๊ะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปกติ รมว.กลาโหมจะเป็นผู้นำ ผบ.เหล่าทัพเข้ารดน้ำขอพรจาก พล.อ.เปรม แต่ในครั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์เป็นตัวแทนนำคณะนายทหาร ตำรวจมาแทน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่ได้มาร่วมด้วย เพราะไม่ได้ ทำหนังสือขอมา ส่วน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช. กลาโหม ได้นำคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เข้ารดน้ำขอพรจาก พล.อ.เปรม นอกจากนี้ ยังมี พล.อ. เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ในฐานะคณะกรรมการมูลนิธิรักเมืองไทย เข้าร่วมรดน้ำขอพรด้วย

“ปู” หอบ “น้องไปก์” ขึ้นเชียงใหม่

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ “น้องไปก์” บุตรชาย เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพฯไป จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์พักผ่อนอยู่กับครอบครัว โดยช่วงเช้าวันที่ 13 เม.ย. นายกฯมีกำหนดการร่วมทำบุญตักบาตรกับประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จากนั้นช่วงบ่ายเดินทางไปทำบุญอัฐิบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร ที่ตั้งอยู่ภายในวัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง แต่ก่อนเดินทางนายกฯได้มอนิเตอร์ติดตามและรับฟังรายงานสถานการณ์ทางการเมือง จากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ และติดตามการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการติดตามจับกุมตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โก๋ตี๋) แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน

“สมศักย์” เคลียร์ปัดข่าวไขก๊อก

นอกจากนี้ นายกฯได้สั่งให้คนใกล้ชิดโทรศัพท์สอบถามไปยังนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หลังปรากฏข่าวจะลาออกจากตำแหน่ง โดยนายสมศักย์ยืนยันว่า ไม่ได้ลาออกอย่างที่เป็นข่าว ขณะที่นายสมศักย์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวย้ำว่า ไม่ได้ลาออกตามที่เป็นข่าว เพียงแต่นักข่าวมาถามตนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี ยังจะกลับมาเล่นการเมืองหรือไม่ ตนจึงบอกไปว่าไม่เล่นการเมืองแล้ว ถ้าต้องไปทั้งคณะก็ไม่เอาแล้วก็เท่านั้น ไม่ได้คิดลาออกตอนนี้ ตนรับราชการมามีวินัยพอ ความหมายของตนคือถ้าพ้นทั้งคณะ ก็จะไม่กลับมาเล่นการเมืองแล้ว และตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา

“เหลิม” ห่วง 2 คดีร้อนคว่ำรัฐบาล

ที่ บช.ปส. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องการเมือง โดยเฉพาะคดีทุจริตจำนำข้าวที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะตัดสินโยงการเมืองหรือไม่ ไม่ได้กล่าวหาแต่เชื่อว่า 2 ส่วนนี้จะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เพราะอีกฝ่ายมองว่าคดีของพรรคประชาธิปัตย์ล่าช้า แต่พอคดีนายกฯและพรรคเพื่อไทยเร็วอย่างกับรถด่วนไฮสปีด ถ้าตัดสินค้านสายตาคนดู หรือไม่เป็นธรรมมีเรื่อง 100 เปอร์เซ็นต์

ลั่นใช้มาตรา 7 เมื่อไหร่กลียุค

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า วิธีแก้ปัญหาคือประกาศจัดการเลือกตั้ง เพราะสถานะนายกฯจะถูกถอดถอนอีกไม่ได้ ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 พวกใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เป็นพวกเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว ถ้าจะใช้มาตรา 7 ต้องไม่มีรัฐธรรมนูญ และถ้าฉีกรัฐธรรมนูญก็อยู่ไม่ได้ คนจะออกมาประท้วงกันทั่วประเทศ อย่าคิดทำถ้ารู้ว่าบ้านเมืองจะเดินเข้าสู่กลียุค กกต.ควรประกาศการเลือกตั้งอย่าให้บ้านเมืองหายนะไปมากกว่านี้ ตนไม่เห็นด้วยที่จะยกกำลังห้ำหั่นกัน อยากเน้นให้ใช้ความคิดความรู้หักล้างแล้วเชิญชวนคนทั้งประเทศแสดงอาการไม่ยอมรับอารยะขัดขืน เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่คิดจะล้มรัฐบาลตระหนักสำนึกและรู้สึก ได้เขียนแผนป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าเอาไว้แล้ว ไม่ให้เกิดจลาจล สำหรับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ออกมาพูดเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ อวดรู้สู่ฉลาด โง่ เรื่องนี้คิดก็พูดไม่ได้

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจว่าแนวทางประชาธิปไตยจะทำให้รัฐบาลได้รับชัยชนะ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า คิดแบบ พ.ต.ท.ทักษิณ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เอาใจหรือเชียร์ เพราะไม่มีอะไรเหนือประชาธิปไตย ล้มรัฐบาลได้ก็อยู่ไม่ได้ วันหนึ่งจะต้องหนีขึ้นเครื่องบิน

ทุกสายบินตรงฮ่องกงพบ “แม้ว”

ด้านความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังคงพำนักอยู่ที่ฮ่องกง ตลอดทั้งวันยังคงมีบรรดานักการเมือง รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี ข้าราชการ นักธุรกิจ รวมทั้งคนเสื้อแดง เดินทางจากประเทศไทยไปเข้าพบต่อเนื่อง ล่าสุดนายไชยา สะสมทรัพย์ อดีต รมว.สาธารณสุข นำทีมอดีต ส.ส.นครปฐม พรรคเพื่อไทยเข้าพบ โดยระหว่างพูดคุยถึงสารทุกข์สุกดิบสุขภาพร่างกาย พ.ต.ท.ทักษิณได้เล่าให้ฟังถึงการให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. รักษาอาการนิ้วล็อกตามศาสตร์ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เชี่ยวชาญ พร้อมกับแสดงความชื่นชมว่าได้ผลดีจริง สามารถกำมือได้สะดวกขึ้นมาก นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังได้จัดงานเลี้ยงกลุ่มคนเสื้อแดงภาคตะวันออก ที่ขนคณะนำมาโดยนายชาญยุทธ เฮงตระกูล ประธาน นปช.ภาคตะวันออก นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเปิดให้รดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ด้วย โดยมีรายงานข่าวว่าช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณบินออกจากฮ่องกงยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนแล้ว

“วรชัย” อ้างนายใหญ่สู้ไม่ถอย

ขณะที่นายวรชัยกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ขึ้นเวทีเปิดใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยวันนี้ สืบเนื่องจากผู้มีอำนาจไม่ยึดหลักกฎหมาย ไม่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ใช้กฎหมายแบบ 2 มาตรฐาน หลังจากเคยกระทำกับรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาแล้ว ก็จะมาทำกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์อีก ฉะนั้นจะออกมาร่วมต่อต้านความอยุติธรรมกับพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะอย่างไรขอยืนหยัดต่อสู้อยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย อยู่ข้างประชาชนอย่างเข้มแข็งมั่นคง เพราะถ้ายอมแพ้ ประเทศไทยจะล้าหลังไปอีกมาก พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าคนพวกนี้ไม่เคยคิดถึงความเสียหายของประเทศ มุ่งจะจัดการท่านให้ได้ เผาประเทศไทยเพื่อฆ่าท่านคนเดียว เกมเผาบ้านจับหนูยังไม่จบ แม้หนูจะออกมาแล้วก็ยังเผากันไม่เลิก วันนี้เศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ ความเชื่อมั่นหมด นักท่องเที่ยวก็หนี และยังฝากว่าถึงอย่างไรก็ต้องให้มีการเลือกตั้ง รวมทั้งฝากให้กำลังใจนายกฯยิ่งลักษณ์ พร้อมชื่นชมว่ามีความอดทนดีมาก มีความอดทนมากกว่าตัวท่านเสียอีก

“มาร์ค” ซัด “ปู” เลิกให้ร้ายศาล รธน.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ควรให้ข้อมูลเท็จกับประชาชน เพราะถ้าลาออกจากรักษาการนายกฯ ศาลรัฐธรรมนูญก็จะจำหน่ายคดีเช่นกัน ไม่มีเหตุผลที่จะไปโจมตีศาลรัฐธรรมนูญทำให้คนเข้าใจผิด ซ้ำยังพูดเท็จว่าศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคดีบริหารงานบุคคล ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการรับวินิจฉัยในประเด็นคำสั่ง และการโยกย้ายที่ผิดกฎหมายว่าเข้าข่ายห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 หรือไม่ ถือเป็นคนละคดีกับการบริหารงานบุคคล นายกฯควรชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีไม่ใช่สร้างความสับสนหรือลดความน่าเชื่อถือว่า องค์กรในกระบวนการยุติธรรมเป็นปฏิปักษ์กับใคร เพราะนอกจากไม่ช่วยคดีแล้ว ยังเป็นการทำลายระบบการเมืองด้วย หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.จะมีความหนักแน่นทำในสิ่งที่ถูก

จวกเล่นแง่ไม่เปิดประชุมวุฒิสภา

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมออก พ.ร.ฎ.เปิดสมัยประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ตามที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภาเสนอมานั้นรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดว่า ขณะที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ส.ว.ต้องทำหน้าที่ถอดถอนได้ แต่อำนาจการเปิดประชุมอยู่ที่รัฐบาล จึงไม่เห็นว่าต้องเล่นแง่กับประเด็นนี้ รัฐบาลยิ่งทำแบบนี้จะยิ่งสร้างสุญญากาศมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ออกนอกกรอบมากขึ้น ส่วนการอ้างความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ต้องถามว่าตั้งคำถามไปอย่างไร รัฐบาลเหมือนจงใจจะสกัดกั้นการทำหน้าที่ของวุฒิสภา และน่าคิดว่านายกฯจงใจฝ่าฝืนหน้าที่ของตนเองในรัฐธรรมนูญหรือไม่ เท่ากับเป็นการทำผิดกฎหมายซ้ำอีก

กระทบถอด “นิคม”–“สุภา” ค้างเติ่ง

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ทางออกเรื่องนี้คือเลขาธิการวุฒิสภาควรแจ้งไปว่ามีเรื่องที่วุฒิสภาต้องพิจารณาอะไรบ้าง เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเปิดสมัยประชุม แต่ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรก็จะถูกมองว่าเอาเรื่องผลประโยชน์หรือความต้องการของตนเอง เพราะเรื่องที่รอการพิจารณาเป็นเรื่องถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าผู้มีอำนาจไม่ต้องเคารพกฎหมาย และยังไม่แน่ใจว่าที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติเลือก น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการ ป.ป.ช.คนใหม่ จะเข้าไปตรวจสอบคดีทุจริตจำนำข้าวทันหรือไม่

เหน็บเห็น “แจ๊ด” ใส่กุญแจมือ “แม้ว”

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีมีภาพ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่ฮ่องกงว่า รู้สึกตกใจ ทีแรกคิดว่ากำลังใส่กุญแจมือ ไม่ทราบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไปทำหน้าที่ตำรวจหรืออะไร และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน เพราะระบบผิดเพี้ยนไปหมด ถ้าคนที่มีหน้าที่และมีอำนาจไม่คำนึงถึงกฎหมาย มารยาท และจริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีความขัดแย้งไม่จบสิ้น

ลูกหาบหยันผู้นำเดินยุทธศาสตร์ผิด

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่สามารถก้าวพ้นวิกฤติได้ เพราะรักษาการผู้นำประเทศไม่เคารพกระบวนการตรวจสอบ การถ่วงดุล และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ผิด เพราะประชาชนไม่ยอมรับการทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยพฤติกรรมที่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงเป็นนายกฯ รับเงินเดือน มีอำนาจ นำมาเทียบกับกรณีของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้ เพราะพ้นจากความเป็น ส.ส.แล้ว จึงขอให้หยุดพฤติกรรมกล่าวโทษองค์กรอื่น เพราะเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของนักการเมืองเห็นแก่ตัว ที่พร้อมเอาตัวรอดด้วยการทำลายกระบวนการยุติธรรม

“นิวัฒน์ธำรง” แจงข้อมูลสู้คดี

วันเดียวกัน นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ตั้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยยืนยันต่อ ป.ป.ช.ว่านายกฯไม่ได้ปล่อยให้มีการทุจริต ขั้นตอนการดำเนินการทำเหมือนทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่รัฐบาลนี้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบ โดยตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 คณะ เป็น 12 คณะ จากเดิมมีเพียง 7 คณะ และยังแต่งตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯขณะนั้น ตรวจสอบจนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 276 คดี เมื่อมีข้อกล่าวหาข้าราชการทุจริต ก็แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่น กรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หรือกรณีการจัดทำข้าวสารบรรจุถุง เป็นต้น รวมถึงยังมีการขึ้นบัญชีดำโรงสี 12 ราย ใน 9 จังหวัด ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริต

ทนายยื้อสุดฤทธิ์ขอเพิ่มพยานอีก

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป.ป.ช. จ.นนทบุรี นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว ได้เข้ายื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานคดีจำนำข้าวเพิ่มอีก 2 ปาก ได้แก่นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายสมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โดยนายนรวิชญ์กล่าวว่าจะให้นายสมชัยชี้แจงกรณี สศค.มีข้อสังเกตว่า รายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ที่ระบุว่า โครงการนี้ขาดทุน 2.2 แสนล้านบาท เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ส่วนนายอำพนจะนำสืบชี้แจงถึงกรณีการออกมติ ครม. ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว เพื่อแสดงให้เห็นว่านายกฯไม่ได้ละเลยการตรวจสอบเรื่องทุจริตในโครงการนี้

ขู่เล่นงาน ป.ป.ช.หั่นพยานทิ้ง

ด้านนายบัญชากล่าวว่า การที่ ป.ป.ช. มีมติให้สอบพยานเพิ่มเพียงคนเดียวคือ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากที่ขอไป 4 ปากนั้น ถือว่านายกฯไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะพยานอีก 3 ปากที่ ป.ป.ช.ตัดทิ้ง มีข้อมูลยืนยันได้ว่านายกฯ มีคำสั่งให้ตรวจสอบปัญหาการทุจริตในโครงการ จึงขอให้ ป.ป.ช.ทบทวนการพิจารณา และชี้แจงว่าเหตุใดพยานอีก 3 ปาก จึงไม่เกี่ยวข้อง หากตอบไม่ได้ทีมกฎหมายจะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับ ป.ป.ช. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

“วิชา” ฉุนก้าวก่ายสำนวนขู่ฟันพ้นคดี

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าองค์กรอิสระไม่ให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมในการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวแก่นายกฯเต็มที่ โดยเฉพาะการให้ทนายความมาคัดลอกพยานหลักฐานแทนผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งทำไม่ได้ แต่ ป.ป.ช.ก็ย่อหย่อนให้เยอะมาก เพราะเห็นว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติที่นายกฯถูกตามคุกคาม หรือกรณีการยิงเอ็ม 79 ใส่สำนักงาน ป.ป.ช. อาจจะเฉียดนายกฯก็ได้ นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 120 ห้ามไม่ให้บุคคลใดนำสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไปเผยแพร่ แต่ทนายความกลับนำเรื่องในสำนวนมาพูดหลายครั้ง ถือเป็นความผิดอย่างยิ่ง ขอเตือนว่าถ้ายังพูดอยู่อีก ป.ป.ช.มีสิทธิไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีเลย

มั่นใจคำตัดสินไม่ทำให้เกิดกลียุค

เมื่อถามว่า นายกฯเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ใช้มาตรฐานเดียวกับศาลในการไต่สวนคดี นายวิชาตอบว่า ถ้าตัดสินเหมือนศาลก็ต้องไปที่ศาล ที่ผ่านมาตนทำสำนวนส่งให้ศาลฎีกาฯ ไม่เคยถูกตำหนิเลย และ ป.ป.ช.มีเหตุผลทุกอย่างในการตัดพยาน เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลมองว่าคำตัดสินของ ป.ป.ช.จะนำไปสู่กลียุค นายวิชาตอบว่า ไม่เคยมีกลียุค ป.ป.ช.ทำหน้าที่มา 8 ปี ตัดสินคดีใหญ่กว่านี้ก็ไม่เคยมีกลียุคหรือความวุ่นวาย ยืนยันว่าตนไม่มีอคติ เพราะถูกปลูกฝังตั้งแต่สมัยเป็นผู้พิพากษาให้ปราศจากอคติ 4 คือ กลัว โกรธ รัก หลง การไปแสดงความเห็นตามเวทีต่างๆ เป็นการแสดงความเห็นทางวิชาการ ให้ความรู้ประชาชน ส่วนที่กรรมการสรรหาฯเลือกน.ส.สุภา มาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ก็คุ้นเคยกันดี มีความรู้ในสิ่งที่ ป.ป.ช.ขาดอยู่ถือว่ามาเติมเต็ม ถือเป็นสีสัน เพราะ ป.ป.ช.ยังขาดผู้หญิง

“เรืองไกร” ปูดโรดแม็ปโค่นรัฐบาล

ที่พรรคเพื่อไทย นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอพยากรณ์อนาคตโรดแม็ปเหตุการณ์หลังวันที่ 18 เม.ย.ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า นายกฯกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี โดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีผลให้ตำแหน่งนายกฯสิ้นสุดลง และให้ ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปด้วยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 (1) ซึ่งจะเข้าสู่ภาวะสุญญากาศการเมือง ขอฟันธงว่าจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ผู้เกี่ยวข้องเดินหน้าสู่มหากาพย์มาตรา 7 โดยอ้างจำเป็นต้องนำรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 7 มาใช้ และวินิจฉัยให้ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และ 173 ได้โดยอนุโลม ทำให้ ส.ว.ได้เลือกนายกฯสรรหาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีรองประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม ราชโองการ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เช่นกัน จากนั้นนายกฯสรรหา จะตั้ง ครม.สรรหา นี่คือโรดแม็ป ของกลุ่มที่ต้องการแช่แข็งประเทศและปล้นประชาธิปไตย เมื่อถึงวันนั้นระบอบประชาธิปไตยจะล่มสลาย ระบอบอำมาตย์จะครองเมืองถาวร

ส.ว.ลอตแรกรายงานตัวครบ 58 คน

ส่วนบรรยากาศเปิดรับการแสดงตน ของ ส.ว.เลือกตั้ง หลังจาก กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เป็นวันที่ 3 ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารรัฐสภา 2 โดยมีว่าที่ ส.ว.ที่เหลืออีก 5 คน ทยอยเข้ารายงานตัวจนครบ 58 คน ตามที่ กกต.ให้การรับรองในลอตแรก ได้แก่ นายสมหวัง อภิชัยรักษ์ ส.ว.ปัตตานี นายทวี ภูมิสิงหราช ส.ว.พัทลุง นายสุรชัย ปิตุเตชะ ส.ว.ระยอง นายอดิสร กำเนิดศิริ ส.ว.เชียงใหม่ และนายบุญส่ง เกิดหลำ ส.ว.สระบุรี

คปป.บุกสภายื่นถอดถอน “สุรชัย”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา ตัวแทนเครือข่ายคนไทยปกป้องประชาธิปไตย (คปป.) ร่วม 100 คน นำโดยนายประเวศร์ วัลลภบรรหาร ได้เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ผ่านนายไพโรจน์ โพธิไสย รองเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อแสดงตนต่อประธานวุฒิสภาในการริเริ่มเข้าชื่อประชาชนจำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อขอให้วุฒิสภามีมติถอดถอนนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 กรณีนายสุรชัยทำหนังสือถึงนายกฯ ขอให้ตรา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสมัยวิสามัญวุฒิสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของประธานวุฒิสภาและนายกฯ อันจะเป็นการระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท การกระทำดังกล่าวจึงมีพฤติการณ์ที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 มาตรา 132 ประกอบมาตรา 89 ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง

12 เม.ย. 2557 08:45 12 เม.ย. 2557 08:45 ไทยรัฐ