วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.วืดยังไม่ได้ตัว‘โกตี๋’

หลังศาลออกหมายจับ-ค้นรัง ขรก.สาธารณสุขรับ‘กํานัน’คึก

ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ “โกตี๋” หมิ่นเบื้องสูง ศอ.รส.จี้เร่งจับกุม ย้ำไม่สอมาตรฐาน “เหลิม” ปัดไม่มีใครช่วย เพราะผิด ชัดเจน ตำรวจชี้โทษอ่วมจำคุกสูงสุด 15 ปี รักษาการ ผบก.ป.เผยเหตุเกิดจากเจ้าตัวให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ยันไม่มีข้อมูลหนีออกนอกประเทศ คอมมานโดบุกรังย่านคูคตแต่ไม่พบ ค้นสถานีวิทยุเรดการ์ด ไม่พบหลักฐาน “ปึ้ง” จ่อดำเนินคดี “เทือก” ประกาศตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหมือนคดี “โกตี๋” ผบ.ทบ.จี้ให้มอบตัวเข้ากระบวนการยุติธรรม ชี้คนไทยรับไม่ได้จะอยู่ลำบาก วอนทุกฝ่ายทำบุญเสียสละให้ประเทศ “สุเทพ” นำมวลชน กปปส.บุกสาธารณสุข มอบนกหวีดทองคำขอบคุณปลัดกระทรวง ข้าราชการแห่รับคึก

จากกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ดำเนินคดีกับ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ในข้อหากระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 เสียง การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยตำรวจเร่งออกหมายจับ ขณะที่มีประชาชนหลายกลุ่มเข้าแจ้งความดำเนินคดี ด้านพรรคเพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ประกาศตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ รวมถึงมีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพนั้น

จ่อเอาผิด“สุเทพ” หมิ่นสถาบันฯ

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 11 เม.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ว่าถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหมือนกับนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ จะต้องเร่งดำเนินคดีด้วยเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่เช่นนั้น ศอ.รส.อาจถูกกล่าวหาได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นจากเดิมมีข้อหากบฏอยู่แล้ว จึงจะเพิ่มความผิดในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปอีกหนึ่งข้อหา โดยนายสุเทพประกาศชัดเจน แม้จะออกมาแก้เกี้ยวว่าเป็นการสมมติ แต่พูดด้วยความจริงจังและน้ำตานองหน้า สิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมกระจ่างคือ นายสุเทพต้องการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ส่วนกรณีกองทัพระบุว่านายสุเทพยังไม่ได้ปฏิบัติจึงยังไม่มีความผิดนั้นไม่จริง เพราะถือว่าประกาศชัดเจน แต่ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไรจะต้องจับตัวนายสุเทพมาให้ได้ นายสุเทพต้องรับในสิ่งที่ตนเองพูด เป็นลูกผู้ชายพูดอะไรแล้วต้องรับ

หวัง ขรก.เข้าใจฟื้นฟูประเทศ

นายสุรพงษ์กล่าวว่า การเรียกประชุมปลัดกระทรวงในวันที่ 17 เม.ย.นี้ จะเป็นการชี้แจงให้ข้าราชการเข้าใจ ในสิ่งที่นายสุเทพต้องการ โดยเฉพาะการประกาศรัฏฐาธิปัตย์ โดยจะแกะเทปคำปราศรัยที่นายสุเทพพูดมาแจกให้ฟัง ส่วนข้าราชการที่มาให้การต้อนรับนายสุเทพหรือมาร่วมขึ้นเวทีปราศรัยก่อนหน้านี้ อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราให้อภัย ดังนั้นอยากให้ทุกคนที่คิดไม่ดีให้ทิ้งไปในปีใหม่ไทยนี้ ตอนนี้เราแย่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว อยากให้ช่วยกันสร้างประเทศให้กลับมาเหมือนเดิม หวังว่าข้าราชการจะเข้าใจในสิ่งที่ตนชี้แจง ข้าราชการคนไหนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ยืนยันไม่เคยรังแก และไม่เคยก้าวล่วงข้าราชการ แต่ข้าราชการทุกคนต้องตระหนักในหน้าที่ของตนเอง

ยันไม่สองมาตรฐานคดี “โกตี๋”

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการจับกุมนายโกตี๋ หลังมีข่าวว่าออกนอกประเทศไปแล้ว นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตำรวจยังติดตามอยู่ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องติดตามจับกุมให้ได้ รวมถึงนายตั้ง อาชีวะ ด้วย เมื่อถามว่า ผบ.ทบ. กำชับว่าจะต้องดำเนินคดีไปถึงผู้สนับสนุนนายโกตี๋ด้วย นายสุรพงษ์กล่าวว่า ต้องหาข้อเท็จจริงทั้งหมด ใครกระทำความผิดต้องจับกุม อย่าใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน อยากเห็นประเทศไทยเดินด้วยกระบวนการยุติธรรมจริงๆ เมื่อถามว่า หากหนีไปกัมพูชาจะสามารถจับกุมได้หรือไม่ นายสุรพงษ์กล่าวว่า หากมีข้อตกลงร่วมกันเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ต้องติดตามว่าหนีไปที่ไหนให้ได้ก่อน

“เหลิม” ชี้ความผิดชัดเจน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานในฐานะผอ.ศอ.รส.กล่าวว่า กรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องนี้จะไม่ใช่ผักชีโรยหน้าและไม่มีใครกล้าช่วย เพราะความผิดชัดเจน เมื่อถามว่านายโกตี๋อ้างว่าเป็นคลิปตัดต่อ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า มีผู้ต้องหาที่ไหนยอมรับสารภาพ ก็จะปฏิเสธทั้งนั้น และไม่มีทางที่รัฐบาลจะถือหาง โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ระบุว่า นายโกตี๋หายไปก่อนหน้านี้แล้ว ไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนจะทำเรื่องขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่นั้นต้องดูก่อน ถ้ามีสนธิสัญญาก็จะทำหนังสือขอตัว

ตำรวจขอหมายจับชี้ผิด ม.112

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ประธานคณะกรรมการคดีหมิ่นสถาบัน ประชุมกรณีคลิปเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมของนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ ที่ห้องประชุม 1 ตร. จากนั้น พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีคำสั่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องคดีนี้ทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วพบว่า เข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 15 ปี ขณะนี้ได้ให้ตรวจพิสูจน์คลิปวัตถุพยานดังกล่าวมีการตัดต่อหรือไม่ คำพูดชัดเจนเข้าข่ายความผิดจึงได้มอบหมายคณะพนักงานสอบสวนจะได้ขออนุมัติขอหมายจากศาลอาญาช่วงบ่ายวันที่ 11 เม.ย. รวมทั้งมีคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้ติดตามตัวนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ และนายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” เพื่อเอาตัวมาดำเนินคดีให้ได้

ป.ปัดไม่มีข้อมูลหนีออก ปท.

ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รอง ผบช.ก.รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป. และพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม พล.ต.ต.นรบุญกล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างนายวุฒิพงศ์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวชาวสวีเดน ที่เวทีการชุมนุมอนุสรณ์สถาน เมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีความยาว 29 นาที คำสัมภาษณ์ของนายวุฒิพงศ์เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 หมิ่นเบื้องสูง เป็นเวลาประมาณ 1 นาที ทั้งนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างตรวจสอบคลิปวีดิโอดังกล่าวว่า มีการเผยแพร่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากว่า 1 เดือนแล้ว และผู้ที่เผยแพร่จะมีความผิดร่วมด้วย ทั้งนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างการติดต่อผู้สื่อข่าวชาวสวีเดนที่มาสัมภาษณ์นายวุฒิพงศ์ เพื่อขอข้อมูลมาประกอบการสอบสวน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับการติดต่อประสานงานจากนายวุฒิพงศ์ในการเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ และยังไม่พบข้อมูลว่าหลบหนีออกนอกประเทศ

ศาลอาญาออกหมายจับ “โกตี๋”

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญา พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ยื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำ กลุ่ม กวป. ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อมาเวลา 15.45 น. ศาลสอบถามพนักงานสอบสวนกองปราบปราม และพิจารณาพยาน หลักฐานแล้วมีคำสั่งอนุญาตออกหมายจับตามคำร้อง ภายหลัง พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า เมื่อศาลอนุญาตออกหมายจับแล้ว จะมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมนายวุฒิพงศ์มาดำเนินคดีต่อไป

ชี้ระวางโทษจำคุก 3–15 ปี

ต่อมาที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ประสพโชคแถลงว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบกรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ได้กระทำการลักษณะที่หมิ่นสถาบัน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ได้นำพยานหลักฐานไปขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับ ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้ว อนุมัติออกหมายจับในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี คดีนี้มีอายุความ 15 ปี สำหรับพยานหลักฐานที่นำไปขออนุมัติศาลออกหมายจับ มีทั้งคลิปวีดิโอทั้งภาพและเสียงการให้สัมภาษณ์ของนายวุฒิพงศ์ พยานบุคคลที่มีความรู้ด้านกฎหมาย รวมทั้งประชาชนนับ 10 ปาก นับว่าคดีนี้มีหลักฐานมากเพียงพอ

เร่งชุดสืบสวนตามจับกุม

รอง ผบก.ป.กล่าวต่อว่า ได้แจ้งให้ทางคณะสืบสวนทราบว่าหมายจับออกแล้ว ชุดสืบสวนมีทั้งของกองปราบปราม ตำรวจภูธร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตามขั้นตอนต่อไป เรื่องนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและกระทบกระเทือนจิตใจประชาชนทั่วประเทศ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทุกฝ่าย ได้ดำเนินการคดีนี้อย่างรวดเร็ว รอบคอบและรัดกุม ส่วนในความผิดฐานอื่น เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะดำเนินการต่อไป จากการตรวจสอบกับทาง สตม.ยังไม่มีหลักฐานว่าผู้ต้องหารายนี้เดินทางออกนอกประเทศ รวมทั้งยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหาแต่อย่างใด สำหรับหมายจับศาลได้กำชับห้ามเผยแพร่

คอมมานโดบุกรังแต่ไร้เงา

ต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ศราณุ โสมทัต รองผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒิ สว.กก.2 บก.ป.นำกำลังคอมมานโด 30 นาย ประสาน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 98/9 หมู่ 3 ซอยเปียนนท์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ของนายประเทือง ภิญโญ อายุ 46 ปี เปิดเป็นร้านถ่ายรูป ไม่มีชื่อ โดยการตรวจค้นครั้งนี้ เนื่องจากมีชื่อนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ อยู่ในทะเบียนบ้านหลังดังกล่าว โดยนายประเทืองกล่าวว่า นายวุฒิพงศ์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจริง เพราะเป็นเพื่อนกัน และมีชื่อใส่ในทะเบียนบ้านตนนานแล้ว แต่ปกติไม่เคยมาพัก ส่วนใหญ่จะพักอยู่ที่สถานีวิทยุชุมชนเรดนิวส์ และหลังจากมีเรื่องไม่รู้ว่านายวุฒิพงศ์ไปหลบที่ไหน อย่างไรก็ตามจากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ค้นสถานีเรดนิวส์วืดไร้หลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจ สภ.คูคต นำโดย พ.ต.อ.นราเดช ทิพยรักษ์ ผกก. นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นที่สถานีวิทยุ เรดนิวส์ เลขที่ 4/26 ภายในซอยลำลูกกา 69 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ของนายวุฒิพงศ์ แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และหลักฐานอื่นใดจึงนำกำลังเดินทางกลับ โดยทางคนในสถานีวิทยุอนุญาตให้ ผกก.สภ.คูคต และพนักงานสอบสวน 2-3 คน เข้าตรวจค้นได้เท่านั้นอ้างว่าจะทำให้สิ่งของเสียหาย

ดำเนินคดี กปปส.เพิ่ม 22 ราย

น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศอ.รส. แถลงว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอว่า ในการดำเนินคดีพิเศษกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส.รวม 58 ราย ที่ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ขัดขวางการเลือกตั้งและความผิดฐานอื่นๆนั้น ดีเอสไอได้รับมอบสำนวนการสอบสวนจาก สตช.ในความผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้งและบุกรุกสถานที่ราชการครบถ้วนทุกสำนวนแล้ว คาดว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะสรุปสำนวนคดีดังกล่าวส่งไปยังพนักงานอัยการได้ภายในวันที่ 30 เม.ย. ทั้งนี้จะมีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 22 ราย รวม 80 ราย โดยจะใช้วิธีสรุปสำนวนเพิ่มเติมเป็นอีกสำนวนหนึ่ง

บึมเอ็ม 79 การ์ดแจ้งวัฒนะ

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก ตร.แถลงว่า เวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 10 เม.ย.เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณบังเกอร์การ์ดกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ตั้งอยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ สะเก็ดระเบิดถูกนายยุทธนันท์ สงทอง การ์ด กปปส.ได้รับบาดเจ็บบริเวณท้อง ถูกนำส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอีโอดี เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบเป็นการระเบิดของลูกระเบิดชนิดยิง ขนาด 40 มม.เป็นลูกระเบิดของปืน เอ็ม 79 จำนวน 1 ลูก คาดว่ายิงมาจากแยกหลักสี่ พนักงานสอบสวนได้หาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ชัยเกษม” ยังไม่สอบวินัยปลัด ยธ.

นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษา ศอ.รส.กล่าวถึงการดำเนินการทางวินัยกับนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม หลังให้การต้อนรับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ว่า คงไม่ถึงกับต้องตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัย แต่หากใครไปทำในลักษณะดังกล่าวอีกหลังจาก ศอ.รส.ประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงต่างๆ ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ ถึงจะมีความผิด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้มีการตำหนินายกิตติพงษ์แล้ว แค่นี้ถือว่าสะเทือนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีภาพ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ถ่ายภาพคู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง จะสามารถดำเนินการเอาผิดได้หรือไม่ นายชัยเกษม กล่าวว่า ที่ฮ่องกง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่มีอำนาจจับ เมื่อถามว่า การที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางไปฮ่องกงถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายชัยเกษมกล่าวว่า คงไม่ใช่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์คนเดียวที่ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ คงต้องฟังก่อน แต่ตนไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ส่วนนายกิตติพงษ์ตนเป็นผู้บังคับบัญชา จึงพูดได้

ผบ.ทบ.ชวนทุกฝ่ายเสียสละ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้สวดมนต์ขอพรจากพระทุกวัน ให้ประเทศชาติ ประชาชน และกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดนมีความปลอดภัย ประเทศก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นพวกใด กลุ่มใด ทุกคนเป็นคนไทยทั้งสิ้น เมื่อถามถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังจากเทศกาลสงกรานต์ว่าจะมีความรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าทุกคนช่วยกันทำบุญ ช่วยอธิษฐานจิต ทำอย่างไรให้ประเทศชาติผ่านไปด้วยดี ต้องอาศัยความร่วมมือ ทุกคนต้องเสียสละ อย่ารบราฆ่าฟันกัน ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย ถ้าเป็นไปได้ ตนอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ปลอดภัยหลังสงกรานต์นี้

ยันไม่ปล่อยสถานการณ์รุนแรง

เมื่อถามว่าหาก 2 ฝ่ายคิดไม่ได้ และปล่อยให้สถานการณ์รุนแรง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผม ไม่ปล่อยมั้ง แต่สถานการณ์จะเริ่มต้นหรือไม่ ผมไม่รู้ จะต้องวิเคราะห์ เตรียมการและวางแผนพร้อมรับทุกสถานการณ์ โดยพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดที่ให้ได้รับการยอมรับ ชอบธรรม และได้รับความเข้าใจจากประชาชนทุกพวกทุกฝ่าย” เมื่อถามว่า อึดอัดกับบทบาทของกองทัพหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ชินแล้ว ยิ่งใกล้เกษียณก็รู้สึกชิน ตนอดทน ตั้งแต่วันแรกที่รับหน้าที่ ผบ.ทบ.อดทนต่อเสียงครหานินทาว่าร้าย ทุกคนต้องยอมรับกติกา การจะเป็นประชาธิปไตยจะต้องให้เป็นประชาธิปไตยเหมือนประเทศอื่น คือถูกต้อง ชอบธรรม ยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วนและทุกระดับต้องทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถอยหลังเข้าคลอง

จี้ “โกตี๋” มอบตัวเข้ากระบวนการ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า ได้หารือกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ตลอด โดย ผบ.ตร.รับปาก อีกทั้งรัฐบาลก็ได้มีการสั่งการมาแล้ว แต่ขั้นตอนกฎหมายมีมาก และต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา อยากให้ทุกคนใจเย็นลง วันนี้เขาสร้างกระแสคนเกลียดชังมาก คิดว่าไม่น่าจะอยู่ได้ ถ้าไม่มามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะอยู่ลำบาก จะทำร้ายสถาบันอย่างนี้ไม่ได้ ถือว่าเป็นการทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งชาติ อย่างไรก็ตามเขาอาจจะหลงทาง แต่สงสัยว่าทำไมถึงกล้าหาญชาญชัยขนาดนี้ อยากให้คนไทยทั้งประเทศดูว่าพฤติกรรมเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะสมเขาก็ควรจะไปอยู่ที่อื่นหรือไม่ และได้คุยกับ ผบ.ตร.แล้ว กำลังติดตามตัวอยู่ แต่พวกที่มีคดีนี้แล้วหนีไปต่างประเทศจะไม่ให้ความร่วมมือ เพราะเป็นกฎหมายของไทย

ปชป.ไล่ ผบ.ตร.ถ้าจับไม่ได้

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษก และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีการโยงเรื่องโกตี๋หมิ่นสถาบันฯมาเพื่อล้มการเมืองว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเห็นว่าคดีนี้ไม่สำคัญ ก็ไม่เป็นไร เพราะเรื่องการเมืองกับหลักกฎหมายความถูกต้อง พรรคเพื่อ-ไทยต้องแยกให้ออก คณะรัฐมนตรีอยู่รักษาการเพื่อรักษาอำนาจ ไม่คิดทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกำลัง 2 แสนกว่าคน แต่นายโกตี๋คนเดียวจับไม่ได้ ทั้งที่เป็นคดีสำคัญสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ผบ.ตร.ถ้าคดีนี้ทำไม่ได้ก็ให้ลาออกจากตำแหน่งไป

“พุทธอิสระ” พาม็อบแจ้งจับ

สายวันเดียวกัน กลุ่ม กปปส.แจ้งวัฒนะ นำโดย พระพุทธอิสระเดินทางไปที่ สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ โดยมี พ.ต.ท.ประเสริฐ แหวนแก้ว พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.คูคต เป็นผู้รับแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ 3 ข้อหา คือ 1.หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 2.ข้อหากบฏในการขึ้นป้ายแบ่งแยกดินแดน และ 3.ซ่องโจร พร้อมกันนี้พระพุทธอิสระยังได้ตั้งรางวัลนำจับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาทด้วย ต่อมาได้ไปชุมนุมบริเวณท่าน้ำเมืองนนทบุรี เพื่อแจกเอกสารร่าง พ.ร.บ.สภาชาวนาและเกษตรกรแห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือประชาชนกรอกชื่อลงความเห็นชอบที่จะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและความเสียเปรียบดุลทางการค้าระหว่างชาวนาและพ่อค้าคนกลาง จากนั้นเดินทางต่อไป สภ.เมืองนนทบุรีขอพบ พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ รอง ผกก. (สส.) ขอติดป้ายผ้าอิงก์เจ็ทประกาศจับโกตี๋ที่แฟลตตำรวจหน้าโรงพัก และส่งตัวแทนแจ้งความดำเนินคดีกับนายโกตี๋อีกครั้ง

ตรวจเข้มพรมแดนไทย–พม่า

วันเดียวกัน กลุ่ม กปปส.สมุทรปราการ เข้าพบ ร.ต.อ.ปัญวัฒน์ คำศรี พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณหรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง ในข้อหาหมิ่นสถาบัน ส่วนที่ด่านพรมแดนเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ร่วมกันตรวจเข้มบุคคลและรถที่ผ่านเข้า-ออกพรมแดนอย่างเข้มงวด หลังมีกระแสข่าวว่าโกตี๋จะหลบหนีออกนอกประเทศผ่านชายแดนข้ามไปฝั่งพม่าทางด้านบ้านวังผา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของ พ.ต.หม่องชิตตู่ นายทหารกองกำลังพิทักษ์ชายแดนของพม่า

นอภ.สามชุกขึ้นป้ายสู้ไม่ถอย

ส่วนกรณีคนร้ายยิงถล่มบ้านพักของนายสมโภช โชติชูช่วง นายอำเภอสามชุก จ.สุพรรณบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บ้านพักและรถประจำตำแหน่งเสียหาย ต่อมาเช้าวันที่ 11 เม.ย. นายสมโภชพร้อมเจ้าหน้าที่ปกครอง นำป้าย ไวนิล ยาว 2 เมตร กว้าง 70 ซม. มาติดไว้ที่หน้าบ้านพัก มีข้อความว่า “บ้านพักและรถประจำตำแหน่งนายอำเภอเป็นทรัพย์สินของทางราชการ สร้างด้วยภาษีของประชาชน ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงทำลายเพราะต้องการข่มขู่ให้กลัวเลิกล้มต่อสู้กับทรราช โกงชาติ แยกประเทศ และคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่าได้ทำอีกเลย ผมไม่กลัว และไม่หยุดต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ ราชบัลลังก์และผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนแน่นอน” ขณะที่นายสมโภชให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุการยิงบ้านพักมาจากตนขึ้นเวที กปปส. ทำให้กลุ่มคนที่ไม่หวังดียิงข่มขู่ ก่อนหน้านี้เคยถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์มาแล้วถึง 2-3 ครั้ง

หลายกลุ่มต้านรัฏฐาธิปัตย์

ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยื่นหนังสือต่อนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ แสดงพลังคัดค้านแนวคิดการสถาปนารัฏฐาธิปัตย์ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หลังรับหนังสือ ผวจ.เชียงใหม่จะนำเสนอรัฐบาลต่อไป ส่วนที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอลี้ จ.ลำพูน กลุ่มคน เสื้อแดงลำพูน คนเมืองลี้ นำโดยนายประวิน อุประจง ส.อบจ.ลำพูน เขต 1 อำเภอลี้ ชุมนุมกล่าวโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ส่อผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 สมคบเตรียมกำลังก่อกบฏเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือให้นายอุดม จันทร์ตาใหม่ นายอำเภอลี้ เพื่อส่งไปยังรัฐบาล พร้อมทำพิธีสาปแช่งและทำคุณไสยโดยหมอผีชาวกะเหรี่ยงเพื่อให้นายสุเทพให้มีอันเป็นไปโดยเสกหนังวัวหนังควาย เหล็กตะปูเข้าท้องนายสุเทพ จากนั้นกลุ่มคน เสื้อแดงได้นำโลงศพจำลองของนายสุเทพมาทำพิธีสาปแช่งและเผา ก่อนพากันไปกราบไหว้อนุสาวรีย์ 3 ครูบาล้านนา คือครูบาเจ้าศรีวิชัย ครูบาขาวปี และครูบาชัยยะวงค์ แล้วสลายตัวไป

แดงโคราชแจ้งจับ “เทือก”

ขณะที่หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มพลังมวลชนคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย กลุ่มคนเสื้อแดง นปช.โคราช และแกนนำกองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) ปราศรัยโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวกอย่างดุเดือด ว่าไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์ของกลุ่ม กปปส. ที่ประกาศยึดอำนาจและตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ พร้อมยื่นหนังสือให้นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมา ขอให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำหุ่นฟางมีรูปหน้าของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาวางไว้กลางถนนแล้วช่วยกันใช้เท้ากระทืบ เหยียบย่ำบีบคอหุ่นฟางก่อนจุดไฟเผา ต่อมาทั้งหมดเดินทางไป สภ.เมืองนครราชสีมาและส่งตัวแทนเข้าพบ พ.ต.ท.จำนงค์ สายป้อง พงส.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพกับพวกฐานโค่นล้มระบอบประชาธิปไตย

โพลชี้คนส่วนใหญ่เชื่อมีปะทะ

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,381 คน เรื่องประชาชนคิดอย่างไร กรณีการวัดพลังม็อบ กปปส.กับ นปช. พบว่า ร้อยละ 30.29 ไม่อยากให้มีเหตุการณ์รุนแรงบาดเจ็บล้มตาย ร้อยละ 25.31 อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายใจเย็นมีสติ พูดคุยด้วยเหตุผล ร้อยละ 22.41 รู้สึกแย่ เบื่อหน่ายกับการเมืองไทย และ ร้อยละ 21.99 อยากให้ยุติการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 82.67 เชื่อว่าจะเกิดการปะทะกันจนเกิดความวุ่นวายถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ร้อยละ 17.33
ไม่เชื่อว่าจะเกิดการปะทะกัน

นปช.จัดงานสงกรานต์ครึกครื้น

ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่ม นปช. ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมแกนนำคนสำคัญๆ นัดหมายคนเสื้อแดง ร่วมจัดกิจกรรมสงกรานต์ ภายในกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง ทั้งเป็นการเริ่มหยุดพักกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ยาวนาน 6 วันตลอดช่วงเทศกาล ภายในงานมีการเปิดซุ้มอาหารเลี้ยงมวลชนที่มาร่วม และมีศิลปินเพลงเสื้อแดงบรรเลงเพลงขับกล่อม ไฮไลต์คือการเปิดให้มวลชนร่วมรดน้ำแกนนำ ท่ามกลางบรรยากาศอัน ชื่นมื่น นายจตุพรกล่าวว่า หลังสงกรานต์คนเสื้อแดงมีงานใหญ่รออยู่ คือการชุมนุมใหญ่ ที่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญประกาศวันตัดสินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯวันไหนเสียก่อน จึงขอให้เสื้อแดงเตรียมความพร้อม นอกจากนี้ยังกล่าวให้กำลังใจนายกฯว่า อย่าหวั่นไหวคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคนเสื้อแดงพร้อมออกมาปกป้อง และยืนยันคนเสื้อแดงจะสู้เพื่อประชาธิปไตย และรอวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้กลับบ้าน

ชี้เปลี่ยนประวัติศาสตร์หลังเทศกาล

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษา นปช. กล่าวว่า ไม่มีครอบครัวยิ่งใหญ่เท่าครอบครัวคนเสื้อแดง หลังสงกรานต์จะเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย ขณะที่นายวรชัย เหมะ แกนนำ นปช. ยอมรับว่า เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกง และเจ้าตัวไม่ป่วยตามที่เป็นข่าว ทั้งฝากความห่วงใยมายังคนเสื้อแดง โดยจะต่อสู้ต่อไปเพื่อประเทศนี้ เป็นประชาธิปไตยต่อไป

“สุเทพ” บุก สธ.กองเชียร์แห่รับ

เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำผู้ชุมนุมเดินทางออกจากสวนลุมพินี ไปยังกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อเชิญชวนให้ร่วมขับไล่รัฐบาล โดยระหว่างทางมีการ์ดรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เมื่อขบวนถึงหน้าตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีข้าราชการจำนวนมากยืนรอให้การต้อนรับ พร้อมโบกธงชาติ เป่านกหวีด ขณะที่บางกลุ่มถือป้ายมีข้อความว่า “ต้านคนโกง ไม่เอารัฐบาลยิ่งลักษณ์” “กำนันสู้ๆ” และเมื่อนายสุเทพลงจากรถ ก็พากันกรูเข้าไปถ่ายรูปรวมทั้งมอบเงินสนับสนุน และมีกลุ่มพยาบาลนำน้ำอบรดน้ำดำหัวนายสุเทพเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ จากนั้นนายสุเทพเดินทักทายกลุ่มข้าราชการเป็นเวลานานกว่า 30 นาที ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักอย่างมาก

มอบนกหวีดทองคำปลัดฯ

ต่อมานายสุเทพขึ้นไปยังชั้น 2 พบกับ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนรอต้อนรับและต่างก็เข้าสวมกอด จากนั้น นพ.ณรงค์นำนายสุเทพพร้อมแกนนำเข้าห้องประชุม เพื่อหารือร่วมกับกลุ่มประชาคมสาธารณสุข อาทิ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา นายกฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข จากนั้นแกนนำ กปปส. ได้มอบดอกไม้ให้ นพ.ณรงค์ เพื่อเป็นการขอบคุณ และนายสุเทพมอบนกหวีดทองคำให้ นพ.ณรงค์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันจากนั้นนายสุเทพแถลงว่า การพูดคุยเป็นการย้ำให้ชัดเจนว่าเรามีอุดมการณ์ทางการเมืองและจุดยืนเดียวกัน หวังต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง วันใดที่จัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ พิมพ์เขียวกระทรวงสาธารณสุขสามารถนำมาใช้ได้ทันที ด้าน นพ.ณรงค์กล่าวว่า กรอบที่วางไว้ มี 3 เรื่องคือ 1.การปฏิรูประบบสุขภาพ เช่นเขตสุขภาพ กลไกการเงินการคลังสุขภาพ 2.การปฏิรูปประเทศไทย ที่บุคลากรทางการแพทย์เห็นด้วยจะต้องดำเนินการ และ 3.การสร้างความเข้มแข็งระบบราชการ ระบบคุณธรรม การจัดระบบและสร้างกลไกถ่วงดุล

มั่นใจรวมพลครั้งสุดท้ายยิ่งใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมานายสุเทพพร้อมแกนนำ กปปส. ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการจัดเตรียมก๋วยเตี๋ยวไก่ไว้ให้กับแกนนำ กปปส. ขณะที่ กปปส. ได้เตรียมข้าวกล่องมามอบให้ข้าราชการ จากนั้นนายสุเทพได้ลงจากตึก โดยบรรดาข้าราชการยังคงยืนรอนายสุเทพที่เชิงบันได เพื่อขอถ่ายรูปและมอบเงินบริจาคจำนวนมาก โดยนายสุเทพปราศรัยขอบคุณบุคลากรทางแพทย์ที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เอารัฐบาลที่โกงประชาชน และจะร่วมมือกับประชาชนปฏิรูปประเทศไทยก่อนเลือกตั้ง บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขมีจำนวน 2 แสนกว่าคน เป็นคนที่ประชาชน ให้ความเคารพนับถือ การเคลื่อนตัวต่างๆ เป็นการเคลื่อนตัวที่สำคัญกับประชาชน จึงมั่นใจว่าวันนัดหมายครั้งสุดท้ายจะยิ่งใหญ่ ความสามัคคีของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขจะทำให้ข้าราชการกระทรวงอื่นๆ ก้าวพ้นความกลัวออกมาร่วมกับประชาชน

“เทือก” ปลื้มกำลังใจพี่น้อง สธ.ล้น

ต่อมาเวลา 21.30 น. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยว่า การเดินสายขอเสียงสนับสนุนจากข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับกำลังใจล้นหลาม เชื่อว่าเมื่อถึงวันเป่านกหวีดนัดหมายครั้งต่อไป ประชาชนจะมาร่วมเผด็จศึกหลายล้านคน เที่ยวนี้จัดเต็ม เหลือพี่น้องข้าราชการเท่านั้นที่จะต้องตัดสินใจ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ถ้าออกมาเราขจัดระบอบทักษิณหมดสิ้นไปได้แน่นอน ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีพิมพ์เขียวปฏิรูปด้านการสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว ตนชื่นชมพี่น้องกระทรวงสาธารณสุข ที่แสดงออกเป็นเนื้อเดียวกันหมด และให้คำมั่นว่าจะระดมเครือข่ายมาสนับสนุนเราแน่นอน แถมยังบริจาคเงินให้อีก 2 ปี๊บ ข่าวสารวันนี้จะแพร่หลายไปสู่พี่น้องข้าราชการทุกกระทรวง เราจะได้ดูกันเมื่อถึงวันนัดหมาย

ขอแฟนคลับคุ้มกันช่วงสงกรานต์

นายสุเทพกล่าวว่า วันนี้มีชนักปักหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ 2 เรื่องสำคัญ คือ คดีทุจริตจำนำข้าวที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช. และคดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมีการชี้มูลความผิดแน่นอน ซึ่งจะทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการนายกฯ แม้รัฐบาลจะตีความว่ายังเอาคนอื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน ไม่ว่าจะเป็นนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขึ้นมารักษาการแทน หรือจะเป็นตัวไหนประชาชนก็ไม่ยอมรับแน่นอน วันนั้นมาถึงจะเป็นการเคลื่อนพลของมวลมหาประชาชน ตนรับปากกับปลัดกระทรวงกลาโหมแล้วว่า ช่วงสงกรานต์เราจะหยุดเคลื่อนไหว แต่พวกนั้นอาจคิดว่าพี่น้องจะทิ้งเหลือตนไว้เพียงคนเดียว ถ้ามีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่บุกมาจับตนหรือพวกแกนนำจริง ก็คงต้องปล้ำกันซักยก แล้วมาดูกันว่าจะจับตนได้ไหม

ขีดเส้นใต้จบแน่ภายในเดือนนี้

นายสุเทพกล่าวว่า ขอส่งสัญญาณถึงพี่น้องให้ดูบลูสกายที่ถ่ายทอด 24 ชั่วโมง หากพวกมันบุกมาจับจะได้ออกมาช่วยตนทัน ขอท้า ร.ต.อ.เฉลิมแน่จริงให้มาจับ และช่วงสงกรานต์ซึ่งเราจะจัดงานที่สวนลุมพินี เน้นย้ำให้พี่น้องช่วยกันจับตา จับสังเกตสิ่งผิดปกติ ห้ามคนเมา ห้ามเอาปืนฉีดน้ำเข้ามา เอาขันเล็กๆตามประเพณีไทย ตนจะใช้เวลาช่วงเทศกาลนี้พบปะถ่ายรูปกับพี่น้อง อยู่ใกล้ชิดให้มากที่สุด และตนจะไม่ไปไหนจะอยู่ที่นี่ ช่วง 4-5 วันนี้จะลดโทนการพูดจาให้ฟังดูนุ่มหูหน่อย แต่ยืนยันเอาให้จบในเดือนนี้ ยืดเยื้อนานกว่านี้ไม่ไหว ส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองมาก บอกพวกโลกสวยเที่ยวนี้จบแน่

12 เม.ย. 2557 08:33 12 เม.ย. 2557 08:33 ไทยรัฐ