วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิวัฒน์ธำรง' ขู่ ป.ป.ช.ถ้าชี้มูล 'ปู' ทุจริตจำนำข้าว จ่อชง ส.ว.ถอดถอน

"นิวัฒน์ธำรง" แจง ป.ป.ช.จำนำข้าวละเอียดยิบ ยัน "ปู" ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีระบบป้องกันทุจริตเข้ม ไม่ได้ปล่อยให้เจ๊ง และไม่มีเหตุจำเป็นยกเลิกโครงการ ลั่นถ้าชี้มูลละเว้นจริง จ่อชง ส.ว. ถอดถอน...

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 57 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ให้ข้อมูลประกอบการให้ปากคำต่อ ป.ป.ช. เพื่อสนับสนุนคำชี้แจงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. กรณีร้องขอให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ตามที่ ป.ป.ช.ได้ตั้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรี 3 ประเด็น คือ 1.นายกฯ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว 2.นายกฯ ปล่อยปละละเลยให้โครงการขาดทุนมาก และเสียหายต่อราชการหรือไม่ และ 3.นายกฯ ปล่อยปละละเลย ไม่ยกเลิกโครงการ ที่ทำความเสียหายให้ราชการหรือไม่ โดยในประเด็นที่ 1 ตนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และชี้แจงว่า นายกฯ ไม่ได้ปล่อยให้มีการทุจริตแน่นอน ขั้นตอนการรับจำนำข้าวเหมือนกับที่ดำเนินการในทุกรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบ และดำเนินการมากขึ้น เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มคณะอนุกรรมการอีก 4 คณะ เป็น 12 คณะ จากที่ผ่านมามีเพียง 7 คณะ เช่น คณะอนุกรรมการปิดบัญชี เป็นต้น

อีกทั้งเมื่อมีการแจ้งเบาะแส หรือมีข่าวว่ามีการทุจริต นายกฯ ยังได้แต่งตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบ และจับกุมผู้กระทำผิดได้ 276 คดี และเมื่อมีข้อกล่าวหาข้าราชการทุจริต ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่น กรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หรือกรณีการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน เป็นต้น รวมถึงยังมีการขึ้นบัญชีดำโรงสี 12 ราย ใน 9 จังหวัด ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตส่วนประเด็นที่ 2 ตน ได้โต้แย้งว่า โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือด้านรายได้ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิต ไม่ใช่การทำธุรกิจ เพื่อหวังกำไร ซึ่งโครงการช่วยเหลือประชาชนของทุกรัฐบาลล้วนใช้เงินทั้งสิ้น เช่น โครงการประกันรายได้ของรัฐบาลชุดก่อน ใช้งบราว 70,000-80,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 3-4 รอบ โดยการรับจำนำข้าว ทำให้ชาวนามีเงินเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 280,000 ล้านบาท รายได้ประเทศจากการหมุนเวียนเศรษฐกิจ 114,000 ล้านบาท รวมเป็นผลประโยชน์ราว 394,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐบาลเสียหายเลยส่วนการกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียต่องบประมาณ และไม่ได้เกิดหนี้สาธารณะ เพราะในการจัดงบประมาณแต่ละปี การใช้งบต่อจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ลดลงทุกปี หนี้สาธารณะต่อจีดีพี อยู่ในอัตราเดิม 45-46% แต่กรอบที่ตั้งไว้สูงถึง 60% ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น มีหนี้สาธารณะสูงถึง 200% ต่อจีดีพี

ขณะที่ความเสียหายจากการขาดทุนนั้น คณะอนุกรรมการปิดบัญชี ระบุว่า รัฐบาลขาดทุนปีละ 200,000-300,000 ล้านบาทไม่จริง เพราะยังมีข้าวเหลือที่ยังไม่ได้ขายอีก จึงถือว่าโครงการยังไม่จบ และยังปิดบัญชีไม่ได้ อีกทั้งคณะอนุฯ ยังใช้วิธีการลงบัญชีที่ทำให้เห็นตัวเลขต่ำที่สุด และยังมีการระบุว่าข้าวหายไปจากสต๊อกอีก 3 ล้านตัน มูลค่า 70,000 ล้านบาท ทั้งที่มีการยืนยันแล้วว่า ไม่หาย ซึ่งหากติดประเด็นเหล่านี้ไป รัฐบาลจะขาดทุนแสนกว่าล้านบาทเท่านั้น

"เหตุผลเหล่านี้ ล้วนพิสูจน์ให้เห็นว่า โครงการไม่เกิดความเสียหายต่อราชการ ไม่มีการทุจริต ไม่เสียหายด้านการเงิน ส่วนประเด็นสุดท้าย แม้ ป.ป.ช.จะบอกว่า นายกฯ ยกเลิกได้ ถ้าโครงการขัดต่อนโยบาย หรือมติ ครม.และมีเหตุผลความจำเป็นในการยกเลิก แต่ได้ชี้แจงว่า นโยบายนี้เป็นของรัฐบาล แถลงในสภาฯ ดังนั้น ไม่ขัดกฎหมาย การดำเนินการที่ผ่านมา ไม่ได้ขัดต่อมติ ครม.เลย และไม่มีความจำเป็นที่จะยกเลิก เพราะไม่มีการทุจริต ราชการไม่เสียหาย ผู้ทำงานไม่เคยร้องขอให้ยกเลิกโครงการ ดังนั้น นายกฯ จึงไม่ยกเลิกโครงการ และไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่"

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ป.ป.ช.รับฟังการชี้แจงของตนด้วยดี และข้อมูลบางอย่างเป็นข้อมูล เชื่อว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาอย่างเป็นธรรมที่สุด แต่ตนจะจัดทำเอกสารส่งไปให้ ป.ป.ช.เพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น ที่ ป.ป.ช.สอบถาม เช่น สต๊อกข้าว โดยมีกำหนดส่งภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่จะให้ปากคำเพิ่มเติมอีก คือ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง

"ยังไม่รู้ ป.ป.ช.จะชี้มูลว่าอย่างไร ถ้าออกมาว่านายกฯ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องเสนอให้วุฒิสภา ถอดถอน และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่รัฐบาลก็มีผู้ที่จะมาทำงานแทนแล้ว แต่ถ้าชี้มูลว่าไม่ละเว้น ก็จะไม่มีผลอะไร ทำงานต่อได้เหมือนเดิม"

"นิวัฒน์ธำรง" แจง ป.ป.ช.จำนำข้าวละเอียดยิบ ยัน "ปู" ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีระบบป้องกันทุจริตเข้ม ไม่ได้ปล่อยให้เจ๊ง และไม่มีเหตุจำเป็นยกเลิกโครงการ ลั่นถ้าชี้มูลละเว้นจริง จ่อชง ส.ว. ถอดถอน... 11 เม.ย. 2557 18:35 ไทยรัฐ