วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว

วันเสาร์สบายๆวันนี้ เข้าสู่บรรยากาศ “มหาสงกรานต์” กันแล้ว ผมขออวยพรให้ท่านที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ให้เดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัย ด้วยความไม่ประมาท เพื่อจะได้ไปอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าอย่างมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์

นางสงกรานต์ ปีนี้ชื่อ โคราคะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ ภักษาหารน้ำมัน มือขวาถือพระขรรค์ มือซ้ายถือไม้เท้า ยืนมาบนหลังเสือ ดูคำทำนายแล้วปีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร ทั้งชื่อนางสงกรานต์ ท่าทางพิกลของนางสงกรานต์ มือขวาถือมีด มือซ้ายถือไม้เท้า ก็บอกอยู่แล้ว

เทศกาลสงกรานต์ นอกจากเล่นสาดน้ำสนุกสนานกันแล้ว ยังมีความหมายต่อคนไทยอีกหลายอย่าง วันที่ 13 เมษายน เป็น “วันปีใหม่ไทย” และเป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” วันที่ 14 เมษายน เป็น “วันครอบครัว”

ความจริง “วันครอบครัว” ไม่ได้มีแต่ในเมืองไทยเท่านั้น องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้ วันที่ 15 พฤษภาคมทุกปี เป็น “วันครอบครัวสากล” International Day of Families เพื่อให้ทุกคนตระหนักในความสำคัญของครอบครัว เพราะสังคมที่ดีมาจากครอบครัวที่อบอุ่น

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นิด้าโพลล์ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยสังคมผู้สูงอายุ ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในหัวข้อเรื่อง “ใครควรดูแลผู้สูงอายุไทยให้อยู่ดีมีสุข” ถือเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับสังคมไทยที่ยังยึดถือครอบครัวใหญ่เป็นหลัก

คำถามหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ใครในครอบครัวที่ควรเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ดีที่สุด คำตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.33 บอกว่า ควรเป็นลูกสาว และ ร้อยละ 25.86 บอกว่า ควรเป็นลูกชาย ที่เหลือก็ดูแลตัวเองมั่ง คู่สมรสมั่ง ฯลฯ

เมื่อถามถึง ความต้องการของผู้สูงอายุในด้านต่างๆจากภาครัฐ ร้อยละ 35.82 บอกว่า ต้องการบริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาล รองมา ร้อยละ 14.08 บอกว่าต้องการบริการฟื้นฟูบำบัดทางกายภาพและสถานที่ออกกำลังกาย ร้อยละ 11.30 ต้องการบริการด้านการเดินทาง เช่น รถบัส แท็กซี่

สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ร้อยละ 8.55 ต้องการบริการด้านที่ปรึกษาทางการเงิน เช่น ให้คำแนะนำเรื่องการออม และร้อยละ 6.23 ระบุว่าต้องการบริการที่ปรึกษาทางจิตใจ เช่น จิตแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ที่ผมยกมานี้แค่ตัวอย่างเท่านั้น แต่ก็สะท้อนให้เห็น “ความขาดแคลน” ของภาครัฐในการ ให้บริการแก่ผู้สูงอายุ ซึ่งนับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

วันก่อน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เปิดเผยข้อมูลว่าประชากรโลกวันนี้ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” แล้ว ตัวเลขเมื่อปี 2555 โลกมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 8 ของประชากรโลก 7,000 ล้านคน หมายความว่า โลกวันนี้มีประชากรที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปถึง 560 ล้านคนแล้ว

ใน 10 ประเทศอาเซียน มีเพียง สิงคโปร์ และ ประเทศไทย เพียงสองประเทศที่ถือว่า เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยไทยอยู่อันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ อีก 7 ปีข้างหน้า พ.ศ.2564 ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ “ประเทศสังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์” โดยจะมีประชากรผู้สูงวัยกว่า 13 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด อีก 4 ปีข้างหน้า 2561 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีประชากรสูงวัยมากกว่าประชากรวัยเด็ก และอีก 17 ปีข้างหน้า 2574 ไม่นานเกินรอ ประเทศไทยจะกลายเป็น “ประเทศสังคมสูงวัยระดับสุดยอด” หรือกลายเป็น “ประเทศคนแก่” โดยสมบูรณ์ น่าเป็นห่วงไหม

เด็กเกิดน้อยลง แรงงานใหม่น้อยลง มีแต่คนแก่สูงวัยมากขึ้น อนาคต ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ผมยังนึกไม่ออก รู้แต่ว่ารัฐบาลไทยยังไม่ได้เตรียมการอะไรในเรื่องเหล่านี้ไว้เลย

ผมก็ถือโอกาสนี้ ฝากเป็นการบ้าน ไปยัง รัฐบาล ธุรกิจภาคเอกชน เพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนผ่านที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งสภาพสังคมและธุรกิจใหม่ๆ รองรับสังคมผู้สูงวัย ล่าสุดผมเห็นมีโฆษณา งาน 50 Plus สำหรับผู้สูงวัยใน งานมหกรรมการเงิน มันนี่ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 8–11 พฤษภาคม ที่ชาเลนเจอร์ 2–3 อิมแพค เมืองทองธานี ลูกหลานหรือผู้สูงวัยควรไปดู เพื่อเตรียมรับสังคมใหม่ที่กำลังจะมาถึง.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

11 เม.ย. 2557 10:35 11 เม.ย. 2557 10:35 ไทยรัฐ