วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รสชาติประชาธิปไตย

อินโดนีเซียจะเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกาแฟรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ทั้งยังมีกาแฟขี้ชะมดที่ราคาแพงขึ้นชื่อที่สุดในโลกอย่าง Kopi Luwak (ราคาตกประมาณกิโลกรัมละ 3,000 บาท) ขณะที่วัฒนธรรมการบริโภคกาแฟในอินโดนีเซียก็เริ่มเปลี่ยนไปในยุคสิบกว่าปีที่ผ่านมา ช่วยให้ธุรกิจร้านกาแฟอินโดนีเซียเติบโตขึ้น นำไปสู่การใช้กาแฟเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวประเด็นทางสังคมอื่นๆด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการเลือกตั้ง ส.ส.อินโดนีเซียเมื่อ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ Giant ก็ประกาศว่าประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน และมีหลักฐานเป็นหมึกพิมพ์สีน้ำเงินติดปลายนิ้วก้อย จะได้รับกาแฟไปดื่มฟรีๆ ขณะที่องค์กรสื่อในอินโดนีเซียมีการรวมตัวตั้งเครือข่ายรณรงค์เรื่องความรู้และความสำคัญของการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรในหลายประเทศ

แต่การรณรงค์อย่างหนักหน่วงขององค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและธุรกิจ (รวมถึงองค์กรอิสระ)ในอินโดนีเซียถือเป็นภาพสะท้อนของสังคมยุคใหม่ที่คนจำนวนมาก “เบื่อการเมือง” เนื่องจากภาพลักษณ์นักการเมืองและรัฐบาลที่พัวพันการทุจริต ทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงเรื่อยๆ โดยเมื่อปี 2552 มีผู้มาใช้สิทธิราว 70.6 เปอร์เซ็นต์ ลดฮวบจากจำนวนผู้ใช้ สิทธิ 92.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 2541 ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดยุคของอดีตรัฐบาลเผด็จการซูฮาร์โตไปได้ไม่นาน

จากการสัมภาษณ์องค์กรอิสระที่รณรงค์เรื่องประชาธิปไตยในอินโดนีเซียมองว่าคนรุ่นเก่าและใหม่ในอินโดนีเซียมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดของสังคมที่ชัดเจนมากนักเมื่อเทียบกับยุคเผด็จการและประชาธิปไตย ทำให้ความกระตือ รือร้นในการเลือกตั้งหรือการมีส่วนร่วมทางการเมืองถดถอยลงเรื่อยๆ ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบจากระบอบเผด็จการในยุคซูฮาร์โตมองว่าคนรุ่นใหม่มีสิทธิเสรีภาพในหลายด้านโดยไม่ได้ผ่านการต่อสู้เพื่อให้ได้มา จึงไม่มีโอกาสรับรู้ว่ารสชาติของการถูกกดขี่มันเลวร้ายขนาดไหน จึงปล่อยให้ โอกาสการมีส่วนร่วมทางการเมืองของตัวเองหลุด ลอยไปอย่างน่าเสียดาย.

 

ตติกานต์ เดชชพงศ

11 เม.ย. 2557 10:19 11 เม.ย. 2557 10:19 ไทยรัฐ