วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝากให้พิจารณา

ผลการสรรหากรรมการ ปปช.คนใหม่ แทน นายใจเด็ด พรไชยา ที่หมดวีซ่าเนื่องจากอายุครบ 70 ปี

ปรากฏว่าผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ ปปช. คนใหม่ คือ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง

ผู้ได้รับการยกย่องเป็นข้าราชการน้ำดีเบอร์ต้นๆ ของประเทศไทย

อดีตประธานอนุ กก. ปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลที่เป็นข่าวโด่งดังระเบิดเถิดเทิง

“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่า การที่ “น.ส.สุภา” ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง กก.ป.ป.ช.คนใหม่ มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

เพราะคุณสมบัติของผู้จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ควรเป็น

ผู้มีผลงานประจักษ์ชัดว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างแท้จริง

ประเด็นต่อไปคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบบัญชี

การได้ น.ส.สุภา เข้ามาเติมเต็มจะทำให้การตรวจสอบทุจริตของ ป.ป.ช. มีความละเอียดรอบคอบโปร่งใสมากกว่าเดิม

ข้อสำคัญ น.ส.สุภา เป็นคนตรงไปตรงมา จะไม่ยินยอมให้ใช้ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไปเล่นงานฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เป็นธรรม

ใครขืนทำเลอะเทอะ เจ๊ค้านแหลกแหกกระเจิง

หวังว่า น.ส.สุภา จะช่วยถ่วงน้ำหนัก ป.ป.ช. ไม่ให้เอียงกระเท่เร่ จนน่าเกลียดอย่างที่ผ่านมา

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ในบรรดา

ผู้สมัครรับการสรรหาเป็น กก.ป.ป.ช. ทั้ง 14 คน “น.ส.สุภา ปิยะจิตติ” รองปลัดคลัง ซึ่งจะครบเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ จัดเป็นตัวเก็งเต็งหามอยู่คนเดียว

การได้รับคัดเลือกด้วยมติที่ประชุมเสียงข้างมากจึงไม่น่าแปลกใจ

แต่ที่แปลกใจ...คือมติของคณะกรรมการสรรหาไม่เป็นเอกฉันท์

มีเสียงสนับสนุน 2 เสียง ต่อ 1 เสียงเท่านั้นเอง

โอ้แม่เจ้า...ช่างจุ๋มจิ๋มซะนี่กระไร

เหตุผล เพราะ คณะกรรมการสรรหา กรรมการ ป.ป.ช. มีแค่ 3 คน

ทั้งๆที่กระบวนการสรรหา ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีคณะกรรมการสรรหา 5 คน

ได้แก่ 1.ประธานศาลฎีกา 2.ประธานศาลปกครองสูงสุด 3.ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 4.ประธานสภาผู้แทนราษฎร 5.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ

แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงยุบสภาฯ ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎรและไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯทั้ง 2 คน

จึงเหลือคณะกรรมการสรรหา เพียง 3 คน มติที่ออกมา 2 เสียงต่อ 1 เสียง จึงดูแปลกๆด้วยประการฉะนี้แล

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า แม้คณะกรรมการสรรหา 5 คน จะเหลือแค่ 3 คน ก็ไม่ผิดกติกา

เพราะมีข้ออนุโลมว่าคณะกรรมการสรรหาที่เหลือ 3 คน ยังเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ 5 คน

เพียงแต่...มติเห็นชอบ 2 เสียง ต่อ 1 เสียง ยังไม่ใช่เสียงข้างมากของคณะกรรมการสรรหาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้อยู่ดี

ข้อสำคัญ การสรรหา ป.ป.ช. ควรมีประธานสภาฯ และผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ร่วมในการสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

การไม่มีตัวแทนประชาชนแม้แต่คนเดียวจึงเท่ากับประมุข 3 ศาล แต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ช.กันเอง

โอเค...ถึงไม่ผิดกติกา แต่ก็ไม่ค่อยถูกหลักการ

“แม่ลูกจันทร์” แม้ชักธงเชียร์ น.ส.สุภา เป็น ป.ป.ช. สุดลิ่มทิ่มประตู

แต่ก็อดจั๊กกะจี้จั๊กกะเดียมไม่ได้กับมติ 2 ต่อ 1 เสียง ที่ออกมา

จึงขอกระชุ่นเป็นข้อสังเกตไว้ก่อนหยุดยาวฉลองสงกรานต์

จะควร หรือมิควรประการใด สุดแต่ใต้เท้าจะพิจารณา.

 

"แม่ลูกจันทร์"

11 เม.ย. 2557 10:05 ไทยรัฐ