วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พักกาย...พักใจ @เกาะสวรรค์มัลดีฟส์

โดย

“ทริปนี้ เราจะไปปลีกวิเวกกันกลางมหาสมุทรอินเดีย”

พีอาร์หน้าแฉล้มบอกเป็นนัย ก่อนพาเราออกเดินทางหลบอากาศร้อน-การเมืองระอุ ไปพักกายพักใจบนดินแดนพันเกาะ แหล่งพักผ่อนสุดแสน โรแมนติกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันจะไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต

หลังผ่านไปราว 4 ชั่วโมง เครื่องบินแอร์บัส 319 เที่ยวบินที่ PG 711 สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่นำเราทะยานออกจากสนามบินสุวรรณภูมิก็เริ่มลดเพดานบินลงสู่สนามบินอิบราฮิม นาเซอร์ เมืองมาเล่ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ อย่างนิ่มนวล

ต้องขอชมว่าไฟล์ทนี้สะดวกสบายสมกับสโลแกน “ความประทับใจของเอเชีย” เพราะบางกอกแอร์เวย์สพิถีพิถันเอาใจใส่ตั้งแต่การเช็กอิน บริการห้องรับรองหรูหรา พร้อมเครื่องดื่มและของว่างแสนอร่อย อีกทั้งสายการบินของคนไทยที่มามัลดีฟส์ มีเพียงสายการบินบางกอกแอร์เวย์เท่านั้น มีเที่ยวบินไป-กลับกรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ สัปดาห์ละ 5 เที่ยว คนไทยที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงอย่างเราเลยรู้สึกอุ่นใจที่แอร์โฮสเตสและสจ๊วตพูดภาษาเดียวกัน

จากสนามบินอิบราฮิมฯ เราเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินเล็ก มุ่งหน้าไปลงสนามบินธาราวันดู จากนั้นนั่งสปีดโบ๊ต สู่เกาะ kunfunadhoo ในบาอะทอลล์ เพื่อสัมผัสกับรีสอร์ตหรูกลางทะเลมรกต นามว่า “โซเนวา ฟูชิ รีสอร์ตแอนด์สปา” แต่ก่อนจะก้าวขึ้นเกาะ พนักงานที่มาต้อนรับยื่นถุงผ้าใบโต บอกให้เราถอดรองเท้าเก็บไว้ในนี้ เพราะบนเกาะมีนโยบาย “no news no shoes” หรือ “ไม่มีข่าวสาร ไม่มีรองเท้า”

ที่นี่ทุกคนต้องเดินเท้าเปล่าเท่าเทียมกันหมด เพื่อให้ตัดขาดโลกภายนอก และอยู่กับธรรมชาติงดงามของหาดทรายขาวละเอียด ตัดกับน้ำทะเลใสแจ๋วราวกระจก ปกคลุมด้วยท้องฟ้าแจ่มกระจ่างแต้มปุยเมฆขาว ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ สูดได้เต็มปอด แต่หลายคนทำท่าอิดออด ไม่ใช่กังวลว่าจะต้องเดินเท้าเปล่า แต่กลัวเพื่อนข้างๆสลบไม่ฟื้น เพราะสูดกลิ่นโชยหึ่งต่างหาก!!!

เกาะ kunfunadhoo มีความยาว 1.4 กิโลเมตร กว้างแค่ 400 เมตร รอบเกาะเป็นหาดทรายขาว มีบ้านพักแบบวิลล่าหรู 65 หลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้เรียงรายเขียวชะอุ่ม เยอะสุดคือต้นปาล์มกับมะพร้าว เราอดคิดไม่ได้ว่าสร้างอาคารที่พักแค่นี้ ผลตอบ แทนจะได้คุ้มทุนหรือ ได้รับการชี้แจงว่ารัฐบาลมัลดีฟส์ มีเงื่อนไขการให้สัมปทานโรงแรมรีสอร์ตบนเกาะต่างๆ จะมีสิ่งปลูกสร้างได้ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ ธรรมชาติจะได้ไม่ถูกย่ำยีอย่างโหดร้ายจากนักลงทุนเกินไป และช่วยดำรงการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน เป็นรายได้หลักของประเทศตลอดไป

ทันทีที่สองเท้าเปลือยเปล่าได้สัมผัสกับพื้นทรายของที่นี่ เรารับรู้ได้ถึงอิสรภาพของการพักผ่อนอย่างแท้จริง หลังนำสัมภาระไปเก็บยังวิลล่า ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องครัว ห้องซาวน่า สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส อ่างจากุซชี่ ห้องโถง มุมนั่งเล่น แต่ละหลังมีทางออกชายหาดเพียงแค่เดิน ไม่กี่ก้าว และมีจักรยานจอดรอหน้าห้องพักให้ปั่นชมวิว หรือใช้เป็นพาหนะเดิน ทางภายในรีสอร์ต เพราะที่นี่ไม่มีรถยนต์และควันพิษรบกวนการพักผ่อนของแขกผู้มาเยือนแม้แต่น้อย มีแต่รถสามล้อไฟฟ้าไว้ขนถ่ายสัมภาระต่างๆเท่านั้น

กิจกรรมฮอตฮิตอย่างแรกของผู้มาเยือน คือการล่องเรือดูฝูงโลมาออกหากินในช่วงเย็น และชมความงามของอาทิตย์ดวงโตลับขอบฟ้า สะท้อนแสงสีทองบนน้ำทะเลระยิบระยับดุจคริสตัลเลอค่า เห็นแล้วอิจฉาคนมาเป็นคู่จนตาร้อนผ่าว จริงตามเขาว่า “ดูอาทิตย์ตกดินที่ไหนก็เหมือนกัน อยู่ที่ว่าไปดูกับใครต่างหาก”

ดินเนอร์มื้อใหญ่ ทางโซเนวา ฟูชิฯ เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงโชว์เต็มที่ เชฟปรุงอาหารนานาชาติ 14 ชนิดให้ชิมไม่อั้น เริ่มด้วยสลัดผักแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่ใช้ปรุงอาหารจะปลูกเองบนเกาะ เพื่อให้ได้คุณภาพและปลอดสารพิษอย่างแท้จริง ต่อด้วยข้าวปั้นญี่ปุ่นรสต้นตำรับ ซาชิมิสดหวาน ปลาฮามาชิรมควัน เนื้อแกะ เนื้อวัว สเต๊กทูน่าชิ้นเบิ้ม กุ้งทะเลตัวโตๆตบท้ายด้วยช็อกโกแลตคาปูชิโน สูตรลับเฉพาะของที่นี่ และพิเศษสุดอาหารไทยฝีมือกุ๊กชาวภูเก็ต เราเลยได้ลิ้มรสผัดกะเพราเนื้อแกะ และก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเส้นจันท์ สูตรฟิวชั่น อร่อยล้ำเลิศ

แขกที่มาพักผ่อนในรีสอร์ตแห่งนี้ ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว หรือมากับคนรัก ทางรีสอร์ตจัดกิจกรรมที่น่าสนใจไว้บริการ มั่นใจได้ว่าไม่มีเหงา ทั้งแล่นเรือใบ เวกบอร์ด สกีน้ำ วินด์เซิร์ฟ เรือคยัค วอลเลย์บอลชายหาด สนามเทนนิส ที่พลาดไม่ได้คือการดำน้ำดูปะการัง แบบสน็อกเกิลลิ่ง และแบบสกูบ้าไดรฟ์วิ่ง มีหมายดำน้ำที่อุดมไปด้วยปะการังสีสันตระการตา และสัตว์น้ำนานาชนิดกว่า 30 หมาย โดยมีนักชีววิทยาทางทะเลของโซโลนี ไดรฟ์ เซ็นเตอร์ นำทีมพาไปสัมผัสโลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด

หรือหากต้องการบำบัดความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ ขอแนะนำ “ซิกส์เซนต์ สปา” มีนักนวดฝีมือดีคอยช่วยนวดผ่อนคลาย หากใครเหงาๆ ยามค่ำคืน ยังมีโรงภาพยนตร์กลางแจ้ง (Cinema Pardiso) ฉายหนังกลางแปลงคลาสสิก หรือไปที่หอดูดาว “Ever Soneva So Celestial” เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ท้องฟ้ายามรัตติกาล ขอย้ำดาวที่นี่เจิดจรัสกระจ่างแสงเต็มฟ้า จนอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามาไว้ในอ้อมกอดสักดวง (อืม...ท่าจะเหงาเข้าขั้นนะเรา)

ห่างรีสอร์ตไปไม่ไกล มีจุดปิกนิกน่ารักๆ เรียกว่า “โซเนวา แซนด์แบงก์” เป็นเกาะทรายกลางทะเล ซึ่งทางรีสอร์ตใช้จัดค็อกเทลปาร์ตี้ให้ลูกค้า หรือหากต้องการความเป็นส่วนตัวเฉพาะกลุ่ม ต้องไปที่ “หาดเต่า” (Turtle Beach) ร้องรำทำเพลงเฮฮากันได้เต็มเหนี่ยว


นับเป็นประสบการณ์ดีๆครั้งหนึ่งในชีวิต บนเกาะสวรรค์ มุกเม็ดงามกลางมหาสมุทรกว้าง

หลายคนสัญญาจะกลับมาเยือนที่นี่อีกรอบ แต่ก็ยืนยันหนักแน่นเช่นกันว่าครั้งหน้าจะพาคนรู้ใจใกล้ตัวมาด้วย เพราะไม่อยากนั่งเหงาตาละห้อยมองดูฝูงปลาจู๋จี๋กันจนเก็บไปฝันว่าได้แต่งงานกับนางเงือกไปเสียแล้ว.

11 เม.ย. 2557 08:02 11 เม.ย. 2557 08:26 ไทยรัฐ