วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปชต.ชนะแน่นอน' ทักษิณโอ่ ล้มรัฐบาลไม่ง่าย

รมต.-ส.ส.แห่ พบที่ฮ่องกง! ‘ปู’ บี้ศาลรธน. ถามมาตรฐาน ปชป.ชี้ดราม่า

“นายกฯปู” ข้องใจไม่หาย จี้ศาล รธน.ตอบถึงมาตรฐานคดีเด้ง “ถวิล” บ่นกังวลกับคำวินิจฉัยที่จะออกมา แต่หากยุติธรรมก็ยอมรับ อ่าน รธน.สอนมวย “มาร์ค” เหตุต้องอยู่โยงเป็นนายกฯ “เพื่อไทย” ยันนายกฯสิ้นสภาพตั้งแต่ยุบสภา ศาล รธน.หมดสิทธิ์เชือดซ้ำสอง “ประชาธิปัตย์” งัด ม. 106 (9) ชี้เปรี้ยงรักษาการก็ฟันได้ “ทักษิณ” ถึงฮ่องกง รมต.-เสื้อแดง-ขรก.บินพบกันเพลิน “บิ๊กแจ๊ด” ไม่ตกขบวนโชว์วิชาฝังเข็มรักษา “แม้ว” นิ้วล็อก “วรชัย” ปูด “นายใหญ่” ประกาศลั่น สุดท้ายเราจะชนะ เย้ยสมคบองค์กรอิสระล้ม รบ.ไม่ง่าย

จากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก โต้กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯรักษาการเท่านั้น หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยซ้ำซ้อนจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเสียเอง

“ปู” อ่าน รธน.สอน “มาร์ค” เป็นนายกฯ

เวลา 13.10 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่กรมการปกครอง จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ลาออกเพื่อลดความขัดแย้งว่า คิดว่าคุณอภิสิทธิ์คงทราบถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลที่มีการยุบสภาแล้วต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติ ซึ่งเชื่อว่าคุณอภิสิทธิ์ทราบตรงนี้ดี และเป็นสิ่งที่ตนต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การที่รัฐบาลยุบสภาคือการคืนอำนาจให้ประชาชนทั้งประเทศ เป็นอำนาจอธิปไตยของประชาชน ที่จะได้มีส่วนร่วมในการที่จะใช้อำนาจ ใช้สิทธิของตนเองที่จะตัดสินหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ โดยผ่านกระบวนการประชาธิปไตย นั้นก็คือการเลือกตั้งไม่ใช่ว่าอำนาจที่คืนให้ประชาชนไปแล้ว จะไม่มีกติกา แต่ต้องมีวิธีการที่ทำให้เกิดการยอมรับ

บ่น กกต.เกียร์ว่างยื้อจัดเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า มาถึงวันนี้คิดว่าการเลือกตั้งจะสามารถเดินหน้าไปได้หรือไม่ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังไม่รับปาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าจะปล่อยให้ประเทศเป็นอย่างนี้หรือ ไม่มีคำตอบแม้กระทั่งว่า จะกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร จึงอยากให้คนไทยทุกคนได้ร่วมกันทำให้กติกาต่างๆเริ่มเดิน เพราะถ้าเราไม่มีการเลือกตั้งเลย ไม่มีการช่วยกันแก้ปัญหาแล้วเราจะทำอย่างไร วันนี้ทุกคนเห็นว่าบ้านเมืองเรามีปัญหาต่างๆมากมาย ภาคเอกชนเดือดร้อน จึงอยากให้ทุกคนมาช่วยกันแก้ปัญหา

จี้ศาล รธน.ตอบมาตรฐานให้เคลียร์

เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่านายกฯไม่ยอมรับอำนาจศาล จะชี้แจงอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเราปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม เป็นเพียงข้อสังเกต ข้อสงสัย หวังว่าทุกท่านจะยึดหลักความเสมอภาคและความเป็นมาตรฐานเดียว ซึ่งถ้าผู้ที่รู้สามารถตอบให้คลายความสงสัยได้ก็จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ และทำให้คนที่รับฟังคลายความกังวลได้ เมื่อถามว่า ส่วนตัวกังวลใจกับคำวินิจฉัยที่ออกมาหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่ว่า ใครที่เจอคดีหรือข้อกล่าวหาก็ต้องมีความกังวล
เช่นกัน ถ้าการตัดสินเป็นไปอย่างยุติธรรม เชื่อว่าทุกคนก็ยอมรับ เมื่อถามว่าโดนรุมเร้าขนาดนี้ ใช้คติอะไรทำให้ยืนอยู่ได้ นายกฯตอบว่า เมื่อมีความทุกข์ มีปัญหามารุมเร้า ต้องมองปัญหาไปในทางบวกบ้าง ปล่อยวางบ้าง และพยายามเอาใจเราไปเข้าใจในหัวอกคนอื่น พยายามที่จะเข้าใจแต่ละบทบาทของแต่ละฝ่ายอย่างมีสติและต้องนิ่ง เพื่อที่จะใช้สติปัญญาต่างๆในการแก้ปัญหาด้วยความสุขุม รอบคอบ

ให้ ครม.–ขรก.รดน้ำขอพรสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสร็จจากประชุม ได้เปิดโอกาสให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการกรมการปกครอง เข้ารดน้ำขอพรนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯอวยพรให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง จากนั้น นายกฯเดินทางเข้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี เปิดโอกาสให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม นำข้าราชการอวยพรและเปิดโอกาสให้นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้สื่อข่าวติดตามนายกฯเข้ารดน้ำอวยพรที่ห้องทำงาน ชั้น 10 โดยนายกฯขอให้มีความสุข และขอบคุณที่ทำงานร่วมกันมา ทั้งนี้ ในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯพร้อม ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปป์) บุตรชาย จะเดินทางไปพักผ่อนส่วนตัวกับครอบครัวที่ จ.เชียงใหม่ โดยนายกฯจะเดินทางไปในวันที่ 11 เม.ย. กลับ 17 เม.ย.

พท.ชี้คดี“ถวิล”ฟัน“ปู”ซ้ำไม่ได้

นายคณิน บุญสุวรรณ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องวินิจฉัยสถานภาพการดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.โดยมิชอบว่า การสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีต้องเกิดจากกรณีขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 174 และต้องอยู่ในระหว่างมีรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่นายกฯและ ครม.ชุดปัจจุบันสิ้นสภาพไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ 180 (2) และอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หลังมีพระ ราชกฤษฎีกายุบสภา จึงไม่สามารถทำให้นายกฯต้องสิ้นสภาพอีกครั้งได้

ฉะ 28 ส.ว.ลักไก่สมคบคิดล้ม รบ.

นายคณินกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯและรัฐมนตรี ต้องอยู่ระหว่างมีรัฐสภา และมี ส.ส.-ส.ว.เข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดคือ 65 คน แต่กรณีนี้มี ส.ว.เข้าชื่อเพียง 28 คนเท่านั้นมายื่นต่อรองประธานวุฒิสภา ไม่มีชื่อ ส.ส.แม้แต่คนเดียว ถือเป็นการลักไก่หรือตีหัวเข้าบ้าน การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้วินิจฉัยเท่ากับมีเจตนาขยายเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ถือเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุด เพราะมีเป้าหมายล้มล้าง ครม.ทั้งคณะ เพื่อให้เกิดสุญญากาศ เปิดทางให้เลขาธิการ กปปส. สวมรอยเป็นรัฏฐาธิปัตย์ตามที่ประกาศไว้

เมินเปิดสภาสอย “นิคม” สกัดเกม ม.7

นายคณินกล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อให้วุฒิสภาทำหน้าที่ถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาว่า ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีรัฐสภาและไม่มีประธานรัฐสภา ดังนั้น การเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตามมาตรา 273 จึงไม่สามารถทำได้ นายสุรชัยก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่กลับมีหนังสือถึงนายกฯ ถ้านายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลตามที่นายสุรชัยขอมาเท่ากับนายกฯถวายคำแนะนำให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการในสิ่งที่มิได้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นกัน

“เด็จพี่” อัด ปชป.อีแอบสองหน้า

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหารัฐบาลไม่อยากให้ประเทศพ้นวิกฤติว่า พรรคประชาธิปัตย์ชอบพูดแต่เรื่องร้ายๆ แกว่งปากหาเรื่อง ทั้งที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลช่วยหาทางออกให้ประเทศ อยากถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะให้ความร่วมมือแก้วิกฤติการเมืองหรือไม่ หากพรรคประชาธิปัตย์จริงใจ ขอเพียงข้อเดียวคือ ขอให้ประกาศให้ชัดเจนว่าจะลงเลือกตั้ง และทำหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้จัดประชุม 73 พรรคการเมืองหลังเทศกาลสงกรานต์ พรรคเพื่อไทยยินดีให้พรรคประชาธิปัตย์แก้กติการ่วมกับ กกต.จนกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะพอใจ หรือเปิดโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับสมัคร ส่วนพรรคเพื่อไทยจะลงสมัครเกือบวันสุดท้ายก็ได้ แต่ไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์พูดแต่ปาก แต่ลับหลังเล่นการเมืองแบบสองหน้า อยากให้มาช่วยกันหาทางออกให้บ้านเมืองดีกว่ามาใส่ร้ายป้ายสีกัน

จ่อบุกศาล รธน.ค้านรับคำร้อง ส.ว.

เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 17 เม.ย.จะมายื่นคำร้องคัดค้านกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาและพวก ที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่านายไพบูลย์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องและศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้

ว่าที่ ส.ว.แสดงตนเพิ่มอีก 11 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า บรรยากาศการเปิดรับแสดงตน ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่ ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นวันที่ 2 ปรากฏว่า มีว่าที่ ส.ว.มาแสดงตนเพิ่มอีก 11 คน อาทิ นาย วระชาติ ทนังผล ส.ว.พังงา นายสมเกียรติ พื้นแสน ส.ว.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.ธมนูญ ไฝจู ส.ว.นครศรีธรรมราช นางดวงพร เทียนทอง ส.ว.สระแก้ว นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ ส.ว.ตรัง ส่วนที่เหลืออีก 5 คน แจ้งกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาว่าจะเข้าแสดงตนในวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งจะครบ 58 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลลอตแรก

สลค.ตีกลับตรา พ.ร.ฎ.-“สุรชัย” ตื๊อต่อ

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า หลังจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) ได้ตีกลับเรื่องที่วุฒิสภาได้ขอให้ตรา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 18 เม.ย.นั้น นายสุรชัยได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายของวุฒิสภาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีความเห็นร่วมกันยืนยันตามเหตุผลเดิม วันนี้ตนจึงลงนามหนังสือเพื่อส่งกลับไปยัง สลค.ขอให้ทบทวนการขอตรา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาฯ เพื่อพิจารณาถอดถอนบุคคลตามมาตรา 132 แล้ว โดยนายกฯจะต้องเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการฯ โดยได้ชี้แจงและอธิบายเหตุผลให้ชัดเจนเพิ่มเติมว่ามีความจำเป็นอย่างไร เนื่องจากในขณะนี้ไม่ได้อยู่นอกสมัยประชุมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 แต่อย่างใด เพราะขณะนี้ยังไม่มีรัฐสภาและไม่มีประธานรัฐสภาเลย ตนในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภาก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ปชป.จวก “ปู” ดราม่าโดนแกล้ง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊กว่า นายกฯรักษาการพ้นสภาพแล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยซ้ำไม่ได้ว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เข้าใจว่า ตัวเองกำลังถูกองค์กรอิสระกลั่นแกล้ง ทั้งที่ความจริงนายกฯรู้แล้วหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ ครม.คืนตำแหน่งให้นายถวิล เปลี่ยนศรี กลับไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งการย้ายนายถวิลก็เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นผบ.ตร. ซึ่งผิดชัดเจนที่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวกและญาติ เป็นการกระทำมิชอบด้วยกฎหมาย การแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (2) จึงถือว่าข้อเท็จจริงยุติ เมื่อ ส.ว.เสนอเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91 ศาลรัฐธรรมนูญต้องรับไว้พิจารณา ถ้าไม่รับก็ผิดรัฐธรรมนูญ

ตีความแบบ ปชป.ฟันรักษาการได้

นายวิรัตน์กล่าวอีกว่า คำกล่าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงเป็นการใส่ร้ายศาลรัฐธรรมนูญอย่างน่ารังเกียจมาก เพราะจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นสถานภาพความเป็นนายกฯ โดยมีผลทันที ไม่สามารถเป็นนายกฯรักษาการได้อีกต่อไป การอ้างว่าพ้นจากตำแหน่งมาเป็นรักษาการไม่สามารถวินิจฉัยได้ ยิ่งเป็นการบิดเบือนที่น่ารังเกียจ เปรียบได้ ถ้าตายแล้วยังรักษาการได้ก็ต้องเอาศพไปตั้งที่ทำเนียบรัฐบาล หรือลาออกแล้วยังให้รักษาการต่อทำไม่ได้ เช่นเดียวกับกรณีที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต้องพ้นตำแหน่งทันทีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (9) ซึ่งเป็นเรื่องการขาดคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรีไม่สามารถรักษาการได้อีกต่อไป

“ทักษิณ” วางคิวโฉบฮ่องกง 2 รอบ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางจากประเทศสิงคโปร์มาที่ฮ่องกงในช่วงเช้าของวันที่ 9 เม.ย. โดยจะพำนักอยู่ราว 3 วัน จากนั้นจะเดินทางไปกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อพักผ่อนแบบส่วนตัว ซึ่งจะอยู่ยาวประมาณ 4-5 วัน อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณได้อวยพรให้ประชาชนเนื่องในวันสงกรานต์ผ่านสถานีโทรทัศน์โฟร์แชลแนลว่า ข้อขุ่นข้องหมองใจให้หมดไป ขอให้คนไทยกลับมาเหมือนเดิม ทั้งนี้หลังเทศกาลสงกรานต์ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับมาฮ่องกงอีกครั้ง เพื่อพบกับนักการเมืองของบางประเทศ

จ้างมือโปรมะกันพลิกโฉมตุ๊กๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นจะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อไปดูงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาโอท็อปประเทศไทย เช่น รถตุ๊กๆ ที่ตั้งเป้าจะปรับปรุงโฉมใหม่ให้ทันสมัยใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมทั้งส่งออก โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้จ้าง ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทำไว้ 6 เดือนมาแล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 14 เดือน โดยผลงานวิจัยชิ้นนี้พ.ต.ท.ทักษิณตั้งเป้าทำให้ประเทศไทย ไม่เลือกว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใด

รมต.–ส.ส.–แดง–ขรก.บินมาพบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปฮ่องกง มีบรรดานักการเมือง รัฐมนตรี อดีต ส.ส. ข้าราชการ นักธุรกิจ รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางไปพบ ตามที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า อาทิ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ประธาน นปช.ภาคตะวันออก นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ แกนนำ นปช. นายนิสิต สินธุไพร ผอ.โรงเรียน นปช. นาย วรวีร์ มะกูดี กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.

“บิ๊กแจ๊ด” โชว์ฟอร์มฝังเข็มรักษา “แม้ว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เข้าพบ ได้ถามถึงสุขภาพร่างกาย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ช่วงนี้ฟิตมาก ตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์แบบเต็มคอร์สทุก 6 เดือน แข็งแรงดีมาก เพราะออกกำลัง ทั้งวิดพื้น ซิตอัพ บางครั้งก็กระโดดเชือก ลดหวาน ลดแป้ง แต่มีปัญหาที่นิ้วนางด้านซ้ายล็อก กำมือได้ไม่ถนัด พล.ต.ท.คำรณวิทย์จึงเสนอตัวรักษาให้ด้วยการฝังเข็มในฐานะผู้เชี่ยวชาญ โดยเอาใบมีดโกนที่หักจิ้มไปที่ปลายนิ้วจนเลือดออก เมื่อ พ.ต.ท. ทักษิณเห็นเลือดออก ก็บอกว่า “ถือว่าฟาดเคราะห์เลือดตกยางออกก่อนสงกรานต์” ทั้งนี้ เมื่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์รักษาเสร็จได้ติดพลาสเตอร์สีฟ้าตรงบริเวณนิ้วที่มีปัญหา ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณยิงมุกพร้อมชูมือให้ดูว่า นี่ไงติดสีฟ้าประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้อะไรเลย เท่าเทียมกันหมด

“ทักษิณ” ลั่นองค์กรอิสระล้ม รบ.ไม่ง่าย

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ แกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ขณะนี้การเมืองไทยเปิดหน้าหมดแล้ว ใครเป็นใครเห็นชัดแล้ว แต่ในทางการเมืองฝ่ายต่อต้านรัฐบาลแพ้แน่ จึงใช้องค์กรอิสระมาจัดการ แต่ไม่ง่าย เพราะประชาชนตื่นตัวหมดแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันจะต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตยจนถึงที่สุด ไม่สนเรื่องส่วนตัว จะได้กลับหรือไม่ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว และเห็นว่าต้องเดินหน้าทำให้มีการเลือกตั้งต่อไป อย่างอื่นไม่ได้ เชื่อว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะแน่นอน

“นิวัฒน์ธำรง” แจงยิบคดีข้าว

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง-ชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรง-ไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เดินทางมาให้ปากคำในฐานะพยานโครงการจำนำข้าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยใช้เวลาให้ปากคำนานร่วม 4 ชั่วโมง จากนั้นนายนิวัฒน์ธำรงให้สัมภาษณ์ว่า มาให้การเป็นพยานโต้แย้งข้อกล่าวหาให้นายก-รัฐมนตรีใน 2 เรื่องคือ 1.กรณีนายกฯปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการ ซึ่งได้ชี้แจงว่า นายกฯไม่ได้ละเลยปราบปรามการทุจริต และมีขั้นตอนการทำงานที่ดีกว่ารัฐบาลชุดก่อน เมื่อมีข้อกล่าวหาจากองค์กรภายนอก นายกฯได้สั่งการตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ มารับผิดชอบในการตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำผิดได้ถึง 276 ราย ส่วนกรณีการทำจีทูจี เมื่อเกิดปัญหาก็ยุติการทำจีทูจี ไว้ก่อน จนกว่า ป.ป.ช.จะมีคำตัดสินออกมา แสดงว่านายกฯไม่ได้ละเลยเพิกเฉยตามข้อกล่าวหา

บลัฟข้อมูล “สุภา” ไม่น่าเชื่อถือ

นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวว่า 2.กรณีการกล่าวหาว่าโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนมาก ทำความเสียหายให้ราชการ ได้ชี้แจงว่า โครงการจำนำข้าวเป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้มากขึ้น เป็นโครงการด้านสังคม ไม่ใช่โครงการเชิงธุรกิจ ไม่ควรไปคิดเรื่องกำไรหรือขาดทุน ส่วนตัวเลขการขาดทุนโครงการ 2 แสนล้านบาท ตามที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวระบุนั้น เป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะมีข้อโต้แย้งในคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) เช่น เรื่องที่คณะอนุกรรมการฯไม่ได้นำข้าวที่ค้างอยู่ในสต๊อก 2.9 ล้านตัน และวิธีคิดการปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี กับ กขช.ก็ใช้วิธีคิดแตกต่างกัน

ป.ป.ช.หั่นพยานชุด 2 เหลือ 1 ปาก

ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวภายหลังการประชุม ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติอนุญาตให้สอบพยานคดีจำนำข้าวตามที่ทีมทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร้องขอมา เพิ่มเติมเพียงแค่ 1 ปาก จากที่ขอมา 4 ปากคือ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวน โดยนัดมาให้การต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 13.30 น.ที่สำนักงาน ป.ป.ช.จ.นนทบุรี ส่วนพยานปากที่เหลืออาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทยนั้น ป.ป.ช.ไม่เห็นว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จึงไม่อนุญาตให้ไต่สวนเป็นพยานเพิ่มเติม

ทีมทนายดิ้นขอเพิ่มพยานอีก 2

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวว่า ในวันที่ 11 เม.ย.จะไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนพยานคดีรับจำนำข้าวเพิ่มอีก 2 ปากคือ 1. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) 2. นายสมชัย สัจจพงศ์ ผอ.สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อมาให้ข้อมูลหักล้างข้อมูลของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่า โครงการจำนำข้าวขาดทุน 2 แสนล้านบาท

หยัน “ยรรยง” ทำ “ปู” บักโกรก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคดีทุจริตโครงการจำนำข้าวว่า ขอให้ประชาชนจับตา 4 ประเด็นหลักคือ 1. การทำลายกลไกตลาด 2. ทำลายระบบการส่งออกข้าวไทย 3. ใช้งบประมาณมหาศาลและเสียหายมหาศาล 4. ทุจริตมโหฬาร เป็น 4 ประเด็นที่ต้องตามเพื่อไม่ให้มีการเบี่ยงเบนประเด็นนำเรื่องปลีกย่อยมากลบเกลื่อนความผิด ดังนั้นประเด็นที่ต้องติดตามคือ การระบายข้าวจีทูจีที่มีการทุจริตว่า สามารถชี้แจงได้หรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อรับรู้แล้วดำเนินการเพื่อลดความเสียหายอย่างไร เพราะการไปชี้แจงของนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ต่อ ป.ป.ช.ไม่สามารถตอบคำถาม 4 ประเด็นนี้ได้ แทนที่จะช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ กลับทำให้หนักยิ่งขึ้นโดยเห็นชัดว่าคุกรออยู่

11 เม.ย. 2557 07:29 ไทยรัฐ