วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป๋าเปรมเมิน กาวใจ ปู-เทพเทือก

อดุลย์เร่งจับโกตี๋ แดงรำลึก10เม.ย. เข็นรบ.รับ ‘ไอซีซี’

“ป๋าเปรม” ออกตัวไม่เป็น มือประสาน “ยิ่งลักษณ์-สุเทพ” ปัดตอบถูกเทียบเชิญนั่งนายกฯคนกลาง เด็กเพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทำหมัน “รัฏฐาธิปัตย์” พ่วงให้ยุติชุมนุม “อดุลย์” เผยเตรียมออกหมายจับ “โกตี๋” สั่ง ตม.สกัดหนีไปนอก รับ “ตั้ง อาชีวะ” เผ่นออกนอกประเทศแล้ว ปชป.กระจายกำลังบุก ทบ.-กองปราบฯ ยื่นเอาผิด “โกตี๋” แฉมีนาย พล.ต.ท.เป็นแบ็กให้ ปชป.แบไต๋หนุนตั้ง “รัฏฐาธิปัตย์” ยกหลักรัฐศาสตร์ให้อำนาจประชาชน “ถาวร” เสียงอ่อยแค่โยนหินถามทาง “กำนันเทือก” นำมวลชนพบผู้บริหาร กรมชลฯ-ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ขอร่วมต่อสู้โค่นรัฐบาล นปช.จัดรำลึก 4 ปี 10 เม.ย.เลือด จี้รัฐพิสูจน์ความจริงใจเซ็นรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ

หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ออกมาปฏิเสธการตั้งรัฏฐาธิปัตย์ว่าเป็นเพียงเรื่องสมมติ ล่าสุดนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ได้ออกมาสำทับว่าเป็นการโยนหินถามทาง แต่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับสามารถทำได้หลังจากโค่นรัฐบาลลงแล้ว

ปชป. แบไต๋หนุนตั้งรัฏฐาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เสนอให้ตั้งรัฏฐาธิปัตย์ว่า การตั้งรัฏฐาธิปัตย์ทำได้ 2 แนวทางคือ 1. จากการเลือกตั้ง และ 2. จากการยึดอำนาจของทหารหรือพลเรือน ซึ่งการพูดเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ของนายสุเทพดูน่าตกใจและน่ากลัว แต่เมื่อฟังคำอธิบายก็เข้าใจได้ว่าสามารถทำได้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

อ้างหลักรัฐศาสตร์เปิดช่อง

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลไม่ยอมรับอำนาจดังกล่าวในทางรัฐศาสตร์เรียกว่าเป็นรัฐบาลทรราช และตามหลักปกครองเมื่อเป็นรัฐบาลทรราช ประชาชนมีสิทธิลุกขึ้นทวงคืนอำนาจและโค่นล้มรัฐบาลให้ได้อำนาจมา การพูดของ กปปส.แค่เตรียมการเท่านั้น ยังไม่เริ่มดำเนินการอะไร ถ้ารัฐบาลยอมรับอำนาจดังกล่าวและไปโดยอำนาจนี้ ก็จะเกิดช่องว่างให้มีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ก็ไม่ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้นโยบายเอาไว้แล้วว่า เราจะไม่ยอมรับการกระทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงอะไรที่จะเกิดขึ้นต้องเกิดภายใต้รัฐธรรมนูญเท่านั้น

“ถาวร” เฉไฉแค่โยนหินถามทาง

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.กล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศแนวคิดรัฏฐาธิปัตย์ยังไม่มีการตกผลึกหรือมีข้อสรุปที่จะดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว เป็นเพียงการโยนหินถามทาง ส่วนการที่นายสุเทพระบุว่าจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกฯ คณะรัฐมนตรี แล้วนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ และรับสนองพระบรมราชโองการด้วยตัวเองก็เป็นเพียงสมมติเหตุการณ์ การจะทำตามนั้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับมวลมหาประชาชนว่าต้องการให้นายสุเทพทำหน้าที่นี้แทนประชาชนหรือไม่ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหมพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ หากตัดสินออกมาแล้วสิ่งแรกที่ กปปส.จะทำคือนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อฟังความเห็นจากประชาชนว่าต้องการจะให้ กปปส.ดำเนินแนวทางการขับเคลื่อนจากนี้ต่อไปอย่างไร

พท.ยื่นศาล รธน.สกัดรัฏฐาธิปัตย์

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และผู้ที่เกี่ยวข้องจากการชุมนุม ได้ใช้สิทธิเสรีภาพที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจโดยมิชอบหรือไม่ จากกรณีที่นายสุเทพ แถลงเมื่อวันที่ 5 เม.ย.จะตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถือเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย และละเมิดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครอง จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้นายสุเทพ ยุติการตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และยุติการชุมนุม ขอให้ศาลวินิจฉัยและไต่สวนฉุกเฉิน มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับยับยั้งอย่างเร่งด่วน

อดีต ส.ส.สิงห์บุรีแจ้งจับ “สุเทพ”

เมื่อเวลา 11.00 น. นายสุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย นำกลุ่มชาวบ้านเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุรินทร์ เวชปาน พงส.ผนก.สภ.เมืองสิงห์บุรี ให้ดำเนินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยประกาศเป็นรัฏฐาธิปัตย์ พร้อมทั้งมอบซีดีการปราศรัยของนายสุเทพ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

“อดุลย์” เตรียมออกหมายจับ “โกตี๋”

ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องนี้ ตนจึงรับปากที่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน เมื่อถามว่าจะมีการเฝ้าระวังไม่ให้นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี หนีออกนอกประเทศหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ได้สั่งการไปแล้วกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อสกัดกั้นตามแนวชายแดน ตนได้ดูคลิปของนายโกตี๋แล้ว ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกแล้วว่าจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน และออกหมายจับกุม ยืนยันว่าตำรวจให้ความสำคัญต่อการจับกุมผู้หมิ่นสถาบัน หากพี่น้องประชาชนพบการกระทำความผิดดังกล่าวแจ้งมาที่สายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

รับ “ตั้ง อาชีวะ” หนีไปนอกแล้ว

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า กรณีที่นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันนั้น นายตั้งได้ออกนอกประเทศไปตั้งแต่ต้นแล้วนั้น ขณะนี้กำลังติดตาม มีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ กำลังเร่งดำเนินการอยู่ และ บก.ปอท.ประสานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารปิดกั้นการเข้าถึงคลิปวีดิโอดังกล่าว

จี้ “วินัย” หามือระเบิดป่วน มท.

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวถึงคดีขว้างระเบิดข้างกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กำชับให้ สน.สำราญราษฎร์ และ บก.น.6 เร่งดำเนินการเพื่อพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว ส่วนคดีระเบิดที่เกิดขึ้นมอบหมายให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแลการดำเนินการในคดีระเบิดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ให้นำข้อมูลของเหตุขว้างระเบิดในครั้งนี้ รวมเป็นฐานข้อมูลเพื่อเทียบเคียงกับเหตุระเบิดครั้งอื่น ที่มีการใช้ระเบิดในลักษณะคล้ายกันเพื่อนำมาเปรียบเทียบเชื่อมโยงคนร้าย

จ่อขอหมายเพิ่ม “อ่าว ไปป์บอมบ์”

มีรายงานว่า ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมคดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี รายงาน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.ว่า พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายจับ นายอ่าว อิสระส์ หรือกษิ ดิษธนรัชต์ หรือ “อ่าว ไปป์บอมบ์” อายุ 52 ปี อยู่เลขที่ 30 ถนนรักษ์ชนะอุทิศ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส มีหมายจับศาลอาญาคดีระเบิด สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ปี 2553 นางอัมพร ใจก้อน อายุ 53 ปี อยู่เลขที่ 78/1 หมู่ 5 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ มีหมายจับคดีระเบิด สภ.บางบัวทอง ปี 2553 น.ส.ธัญธิดา ติรอดิรอ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 129/89 ซอยกำแพงเพชร แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. น.ส.ธันยา เสรีวัฒน์ อายุ 43 ปี อยู่เลขที่ 1207 ซอยร่มเกล้า 56 แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม. นางนวลอนงค์ อาทารัตน์ อายุ 46 ปี อยู่เลขที่ 10 หมู่ 7 ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายสุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อายุ 34 ปี อยู่เลขที่ 85/83 หมู่ที่ 1 แขวง-เขตบึงกุ่ม กทม. ซึ่งมีประวัติหลบหนีคุมขัง สภ.ประตูน้ำจุฬา ปี 2551 ข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย สภ.คูคต ปี 2551 และคดีเสพยาเสพติด สภ.ประตูน้ำจุฬา ปี 2555 และนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว อายุ 44 ปี

ศอ.รส.เตือนแพร่คลิปต่อผิดม.112

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุมศอ.รส.ว่า กรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ คาดว่าจะขอศาลอนุมัติหมายจับได้ภายวันที่ 11 เม.ย. ศอ.รส. จึงได้กำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งรัดดำเนินคดีโดยเร็ว และให้ติดตามการกระทำผิดลักษณะนี้ โดยจะต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายไม่มีละเว้น และขอเตือนประชาชนว่าการเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปวีดิโอดังกล่าว ถือเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ยังอาจถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

ขู่เล่นงานแกนนำระดมคนชนกัน

น.ส.สิริมากล่าวต่อว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานว่าช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะชี้มูลความผิดในกรณีโครงการรับจำนำข้าว ทำให้กปปส.และนปช. ปลุกระดมให้มวลชนให้เข้าร่วมชุมนุมลักษณะท้าทายแข่งขันกัน อาจเป็นชนวนเหตุปะทะหรือเผชิญหน้า รวมถึงก่อเหตุร้ายจึงขอร้องประชาชนงดเว้นการสนับสนุน และเรียกร้องแกนนำทั้ง 2 กลุ่มให้คำนึงถึงเหตุร้ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ศอ.รส.จะได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด หากเกิดการกระทำผิด แกนนำทุกคนต้องรับผิดทั้งทางอาญา และทางแพ่ง

ย้ำ ขรก.รับ “กำนัน” มีความผิด

น.ส.สิริมา กล่าวว่า ศอ.รส.ขอย้ำว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ อีก 58 ราย เป็นผู้ต้องหาในคดีพิเศษ ซึ่งถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดฐานอื่นๆ เช่น การขัดขวางการเลือกตั้ง และการบุกรุกสถานที่ราชการ ดังนั้น หากหน่วยราชการใดแสดงการสนับสนุนตามที่ กปปส.เรียกร้อง ศอ.รส.จะถือว่าหน่วยราชการดังกล่าวให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมาย และอาจต้องถูกดำเนินคดีในโอกาสต่อไป

งดประชุมช่วงสาดน้ำสงกรานต์

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ คณะทำงานศอ.รส. กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศอ.รส.จะงดประชุมตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย.นี้ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และเฝ้าติดตามสถานการณ์ตามปกติ ซึ่งการปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม และความจำเป็น

“ชัยเกษม” ยันไม่มีปัญหากับปลัด ยธ.

ที่อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 14.30 น. นายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม กล่าวระหว่างอวยพรข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่เข้ารดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ว่า นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม แจ้งว่าป่วยไม่สามารถมาร่วมงานได้ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่กระทรวงยุติธรรม และกลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร ตนในฐานะ รมว.ยุติธรรม และรอง ผอ.ศอ.รส. มีความจำเป็นต้องตำหนิปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่เปิดห้องรับรองนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ เพราะเป็นการแสดงบทบาทที่ไม่เหมาะสม ส่วนตัวขอยืนยันไม่มีปัญหากับปลัดกระทรวงยุติธรรม เชื่อว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมคงไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาสามารถทำงานร่วมกันได้ดี จึงขอให้ข้าราชการอย่าวิตกกังวล และขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางไม่ทำงานรับใช้ฝ่ายการเมือง

ปชป.จี้ “ประยุทธ์” ปราบคดีหมิ่นฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล และนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เพื่อให้พิจารณาดำเนินการเอาผิดกับขบวนการสร้างความเกลียดชังต่อสถาบัน โดยเฉพาะกรณีของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี และนายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ พร้อมทั้งนำหลักฐานเป็นซีดีบันทึกข้อมูลโดยมี พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับหนังสือ

แฉมีระดับ พล.ต.ท.อุ้ม “โกตี๋”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายโกตี๋อยู่กับนายตำรวจยศ พล.ต.ท.ใกล้ๆ ถ้าจับไม่ถูกขอให้บอกมา หากละเลยเพิกเฉยเหมือนกรณีนายตั้ง อาชีวะ แสดงว่าจงใจปกปิดช่วยเหลือผู้กระทำผิดและผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องดำเนินการกับ พล.ต.ท.ที่ให้การดูแลนายโกตี๋

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายวิรัตน์พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชัยพร นิตยภัตร์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง นอกจากนี้ยังมีนายบวร ยสินธร แกนนำเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน นายอุดร แสงอรุณ ตัวแทนเครือข่ายเฝ้าระวังพิทักษ์และปกป้องสถาบัน ม.ล.วันชัย นวรัตน์ และ ม.ล.ภูดิศ ศุชสวัสดิ์ เข้าพบ พ.ต.ท.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ พงส.
ผนก.กก.2บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับนายโกตี๋เช่นกัน

“ป๋า” ปัดเป็นตัวเชื่อม “ปู-เทือก”

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงทางออกต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสานใจไทยครั้งที่ 21 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “อยากให้สื่อนำเสนอในสิ่งที่ดีต่อประเทศ และช่วยชาติบ้านเมือง” เมื่อถามถึงกรณีที่บางฝ่ายอยากให้ พล.อ.เปรม เรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.มาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตนไม่เคยได้ยินมาก่อน เพิ่งจะได้ยินจากสื่อเป็นคนแรก เมื่อถามว่า ท่านจะลองเชิญทั้ง 2 คนมาพูดคุยหรือไม่ เพราะทั้งสองฝ่ายน่าจะฟังท่าน พล.อ.เปรม หัวเราะก่อนกล่าวว่า “คุณคิดว่า เขาจะฟังผมหรือ”

ยิ้มรับกระแสนายกฯคนกลาง

เมื่อถามว่า เพราะ พล.อ.เปรม เป็นที่เคารพรักของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากขณะนี้ไม่มีใครคุยกับสองฝ่ายได้ พล.อ.เปรม กล่าวว่า “ตัวผมเองก็โดนเหมือนกัน” เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า จะเชิญ พล.อ.เปรม มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง พล.อ.เปรม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพียงแต่ยิ้มเท่านั้น ทั้งนี้ก่อนที่ พล.อ.เปรม จะเดินกลับเข้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ โดยมี ผบ.เหล่าทัพเดินไปส่งนั้น พล.อ.เปรมได้มีการพูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพเล็กน้อย ก่อนจะหันมากล่าวกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ว่า “อดทนหน่อยนะ แต่ต้องทำต่อไป”

“นพดล” ชงกุญแจ 5 ดอกผ่าทางตัน

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ขณะนี้ความขัดแย้งทางการเมือง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 5 แสนล้านบาท ความสุขของคนไทยหายไป ทั้งที่ช่วงเวลาสงกรานต์ ควรเป็นช่วงเวลาเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย เริ่มต้นชีวิตใหม่ในทุกด้าน แต่ความขัดแย้งยิ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น อนาคตของไทยยังมืดมนไม่แน่นอน จึงขอเสนอแนวคิดกุญแจ 5 ดอก หาทางออกให้ประเทศ เพื่อให้คนไทยร่วมกันพิจารณาดังนี้ 1. ต้องผลักดันการเลือกตั้งให้ประชาชนทั้งประเทศเลือกอนาคตของตนเอง ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเลือกอนาคตให้ กกต.ควรกำหนดวันเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว 2.ทุกพรรคการเมืองต้องเสนอแพ็กเกจปฏิรูปด้านต่างๆให้ประชาชนพิจารณาในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนชอบแบบไหนก็เลือกพรรคนั้น 3.เมื่อเปิดสภาฯหลังเลือกตั้งให้ออกกฎหมายตั้งสภาปฏิรูป มีประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพเข้าร่วม ผลักดันการปฏิรูปประเทศ

ปูทางตั้งรัฐบาลปฏิรูป 6 เดือน

นายนพดลกล่าวว่า 4. หลังเลือกตั้ง ให้ตั้งรัฐบาลเพื่อการปฏิรูป อยู่ในวาระ 6 เดือน-1 ปี เพื่อปฏิรูปเรื่องสำคัญ แล้วยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ 5. ถ้ามีข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ให้มีการออกเสียงลงประชามติว่า ประชาชนทั้งประเทศเห็นด้วยหรือไม่ ตนเสนอกุญแจ 5 ดอกนี้ ให้ทุกภาคส่วนพิจารณา ถ้าปล่อยเวลาผ่านไป ทางออกจะตีบตันลงเรื่อยๆ อาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง เสียเลือดเนื้อคนไทยด้วยกันเอง ได้เวลาที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันหาทางออกให้ประเทศโดยสันติวิธี ยึดมั่นในความยุติธรรม เคารพเสียงและเห็นหัวประชาชน
aนปช.ทำบุญครบรอบ 4 ปี 10 เม.ย.

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ นายสมหวัง อัสราษี นัดหมายคนเสื้อแดงร่วมกันจัดงาน “อาลัยแด่วีรชนผู้กล้า เม.ย.53” ในโอกาสครบรอบ 4 ปีเหตุการณ์ 10เมษา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คนเสื้อแดง และผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมที่ถนนดินสอและสี่แยกคอกวัว โดยนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มาประกอบพิธีถวายสังฆทาน สวดบังสุกุล กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณ สำหรับการจัดงานรำลึกครั้งนี้ นปช.ต้องย้ายที่จากเดิมอนุสาวรีย์ประชา– ธิปไตย มาศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เนื่องจากใกล้กับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ขณะที่กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้นัดหมายไปรวมตัวกันทำบุญอุทิศส่วนกุศล ที่วัดพลับพลาชัยด้วย

เฮือกสุดท้ายขอรัฐบาลรับไอซีซี

นายจตุพรกล่าวว่า น่าห่วงว่าคดีสั่งฆ่าประชาชน อาจจะถูกลากออกจากศาลอาญาไปเก็บที่ ป.ป.ช.เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในประเทศนี้ ครบ 4 ปี วันนี้คนบงการสั่งฆ่าประชาชนยังลอยหน้า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลรักษาการยอมรับเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี เป็นภารกิจสุดท้ายให้กับประชาชน ในฐานะที่คนเสื้อแดงร่วมทุกข์สุขมาและให้ได้แม้ชีวิต ในการรำลึก 4 ปี เม.ย.53 ก่อนรัฐบาลจะโดนอะไรขอให้ทำสิ่งนี้ให้ประชาชน เราหวังฝากชะตากรรมกับโลก ในไทยเขาทำอะไรก็ได้ แต่กับโลกเขาทำไม่ได้ เพียงแค่พิสูจน์หัวใจเซ็นยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ มิฉะนั้นคนเสื้อแดงเจ็บปวด ที่เห็นฆาตกรลอยนวล ทั้งกำลังสถาปนาตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ คดีความยังไม่เคยติดคุกซักวันยังมาให้ร้ายคนที่ตายอีก จากผังล้มเจ้า ผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง ไปถึงการฆ่าคนเสื้อแดง ทั้งที่คนตายไม่มีอาวุธในมือแม้แต่รายเดียว

กร้าวพร้อมวัดกำลังกับ กปปส.

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า นายสุเทพ วันนี้เป็นยิ่งกว่าโมฆบุรุษ เป็นขยะบุรุษ ของประเทศ ไทย ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนไหวทำให้ระบอบประชาธิปไตย เปรอะเปื้อน ดังนั้น หลังวันที่ 15 เม.ย. ขอเสนอให้ กปปส.ย้ายที่ชุมนุมจากสวนลุมฯ ไปที่บ่อขยะแพรกษา ส่วนนัดหมายคนเสื้อแดงในวันไทยแลนด์โอเพ่นเดย์ หรือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดหมายอ่านคำวินิจฉัย คนเสื้อแดงมาแน่ ขอให้คนไทยเป็นพยาน ที่นายสุเทพบอกแล้วว่า ถ้าคนมาชุมนุมน้อยกว่า นปช.จะยุติการเคลื่อนไหว ไม่ใช่พอถึงเวลามาบอกว่าที่พูดไว้สมมติเอา เหมือนเรื่องที่จะตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และจะให้ชี้ขาดกันในวันเดียว หรือจะชุมนุมแบบยืดเยื้อก็ได้ นปช.พร้อม

คปท.ปรับพื้นที่จัดงานสงกรานต์

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาลตลอดทั้งวันผู้ชุมนุมยังคงปักหลักพักผ่อนตามอัธยาศัย ส่วนแกนนำ คปท. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และ นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน พร้อมด้วยแกนนำเวที คปท. ได้หารือการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงวันที่ 13-15 เม.ย.นี้ โดยสั่งการเจ้าหน้าที่เวที คปท.จัดเตรียมสถานที่ ตกแต่งเวทีปราศรัยและโดยรอบพื้นที่การชุมนุมรองรับกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดต่อเนื่อง

กปปส.ระทึกพบซุกบึมใกล้เวที

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนลุมพินีว่า บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ช่วงเช้าผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างคืนตื่นขึ้นมาทำภารกิจส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวเดินทางออกไปร่วมชุมนุมเชิญชวนข้าราชการให้ออกมาร่วมชุมนุมกับ กปปส. ในการนัดหมายชุมนุมใหญ่หลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีการจัดรถกระบะ รถบัส ไว้ให้ผู้ชุมนุมใช้เดินทางที่หน้าลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ทั้งนี้ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางออกจากสวนลุมพินีมีการพบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นแท่งกลมยาว ที่ประตูทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหน้าอาคารคิวเฮ้าส์ สถานีสวนลุมพินี อยู่ที่แยกวิทยุ ตรงข้ามกับสวนลุมพินี ทำให้การ์ดต้องใช้ความเข้มงวดในการเคลื่อนขบวนอย่างมาก และรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะตึกสูงและจุดเสี่ยง

ไม่ยี่หระ “เทือก” นำทัพไปกรมชลฯ

กระทั่งเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ นำผู้ชุมนุมเดินทางออกจากสวนลุมพินี ไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยใช้ เส้นทางถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนหัวลำโพง ลงทางด่วนถนนแจ้งวัฒนะ จนถึงแยกปากเกร็ด เลี้ยวซ้ายเข้าถนนติวานนท์ และเลี้ยวขวาเข้ากรมชลประทาน และเมื่อถึงอาคารสำนักชลประทานฯ มีข้าราชการให้การต้อนรับโบกธงชาติ และเป่านกหวีดจำนวนมากจนทำให้บรรยากาศครึกครื้นและเป็นกันเอง

ขอผู้บริหารร่วมต่อสู้กับ ปชช.

เมื่อเดินทางไปถึงนายสุเทพได้เข้าพบและหารือกับนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯพร้อมผู้บริหารระดับสูงของสำนักกรมชลประทาน โดยนายสุเทพชี้แจงเจตนารมณ์การเคลื่อนไหวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลใช้อำนาจเกินขอบเขตมาแทรกแซงการทำงานของข้าราชการทุกหน่วยงาน จนนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน เกิดเผด็จการพรรคการเมือง วันนี้รัฐบาลล้มเหลวการบริหารประเทศและทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ทำให้ไม่มีความชอบธรรม ส่งผลให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้าน ขอให้ข้าราชการทุกหน่วยงานเข้ามาร่วมเคียงข้างประชาชน มั่นใจว่าประชาชนจะชนะเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไป

ลั่นจะปกป้องหาก ศอ.รส.เล่นงาน

ต่อมาเวลา 12.40 น. นายสุเทพ พร้อมผู้บริหารกระทรวง ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายสุเทพกล่าวว่า วันนี้ทราบว่าผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ทำงานอยู่ที่กรมชลประทานฯ จึงมาขอพบเพื่ออธิบายให้ทราบว่าประชาชนลุกขึ้นเพื่อประโยชน์ชาติ หากข้าราชการเห็นว่าการตัดสินใจของประชาชนเป็นประโยชน์ก็ขอความร่วมมือใช้ดุลพินิจตัดสินใจออกมาสมทบกับประชาชน แต่ถ้าศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) หรือรัฐบาลบังอาจตั้งข้อกล่าวหาเล่นงานปลัดกระทรวงฯ มวลมหาประชาชนก็พร้อมปกป้อง และขอประณาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน หรือนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ที่ใช้อำนาจข่มเหงข้าราชการโดยไม่เป็นธรรม

นำมวลชนรำลึก 10 เม.ย.เลือด

หลังจากที่นายสุเทพนำผู้ชุมนุมออกจากกรมชลประทานแล้ว ได้เดินทางต่อมายังถนนราชดำเนินกลาง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำพิธีรำลึกการจากไปของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และทหาร ประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 นายสุเทพกล่าวว่า ที่แห่งนี้เมื่อ 4 ปีก่อน มีทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่รักษาระบอบประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แต่ถูกทำร้ายด้วยอาวุธสงครามที่คนร้ายตระเตรียมมา ทหารได้รับคำสั่งจากตนไม่ให้ใช้อาวุธทำร้ายประชาชน แต่เหตุการณ์นั้นมีพี่น้องทหาร 5 นายต้องเสียชีวิต ขอเทิดเกียรติรำลึกถึงดวงวิญญาณทหารกล้า ยืนยันว่าเราจะสืบทอดเจตนารมณ์การรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยหัวใจที่รักชาติเหมือนทหารกล้าที่ได้เสียสละชีวิตครั้งนั้น

“สุเทพ” อัดแกนนำแดงสันดานโจร

ต่อมาเวลา 20.50 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ได้นำพี่น้องไปที่อนุสาวรีย์ประชา– ธิปไตยที่ถนนดินสอ เราไปทำพิธีรำลึกถึงทหารหาญของชาติ ที่เสียชีวิตเมื่อ 10 เม.ย.2553 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เพราะถูกกระทำโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายใส่ชุดดำ แกนนำบนเวทีเสื้อแดงก็รู้เรื่อง อาวุธแจกจ่ายหลังเวที ใช้อาวุธทุกชนิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำให้ พล.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม พร้อมทหารคนอื่นๆ ประชาชนเสียชีวิต บาดเจ็บ ตั้งใจจะจุดชนวนให้เกิดเหตุเข่นฆ่ากันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนปลุกระดมมวลชนให้ลุกฮือขึ้นทำสงครามกลางเมือง พวกมันสันดานโจร และยังคงความเป็นโจรอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นต่อเพื่อประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้าง แต่ต่อสู้เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อไม่ให้ติดคุกและได้เงินที่ถูกยึดคืน

โวยรัฐอันธพาลเล่นงาน ขรก.

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ช่วงนี้เราไปพบข้าราชการ พวกขี้ข้ามันออกคำสั่งอันธพาลตำหนิข้าราชการที่ให้การต้อนรับ เล่นงานปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ปลัดกระทรวงกลาโหมทำไมไม่เล่นงานก็ไม่รู้ ทั้งที่ต้อนรับเหมือนกัน และไปกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ ก็มีข้าราชการออกมาต้อนรับเต็มที่ จึงขอเตือนว่า ถ้า ศอ.รส.ไปรังแกปลัดกระทรวงเกษตรฯ จะตกนรก 10 ชาติ เพราะท่านถือศีลกินเจ กำลังจะเป็นพระยาแรกนาขวัญ และวันนัดหมายใหญ่ของเรา กระทรวงเกษตรฯ ทั้งกระทรวงจะออกมายืนเคียงข้างมวลมหาประชาชนแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขอประกาศว่าวันที่ 11 เม.ย. เวลา 10.00 น. จะไปกระทรวงสาธารณสุข

11 เม.ย. 2557 07:26 11 เม.ย. 2557 07:26 ไทยรัฐ