วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯตั้งเป้า สงกรานต์ไร้ตาย

ระดมทุกหน่วยเข้มทั่วปท.“นายกฯ ปู” กำชับทุกหน่วยงานร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเข้มข้นขึ้นในช่วงสงกรานต์ปีนี้ โดยให้คมนาคมเป็นแม่งานดูแล จัดระเบียบการใช้ท้องถนน ให้ตำรวจเคร่งครัดบังคับใช้กฎหมาย พร้อมดึงทหารมาร่วมดูแล หวังเปลี่ยน 7 วันอันตรายเป็น 7 วันแห่งความสุขและความปลอดภัยบนท้องถนน ด้านสาธารณสุขระดมบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1.6 แสนคน ทีม-รถพยาบาลฉุกเฉิน 1.4 หมื่นทีม ดูแลประชาชนตลอด 24 ชม. ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดรดน้ำดำหัวขอพรศิลปินแห่งชาติ สืบสานวัฒนธรรมไทย โดย “พ่ออี๊ด-สุประวัติ-แอ๊ด คาราบาว” ขอคนไทยช่วยอนุรักษ์ประเพณีวันสงกรานต์ เล่นน้ำอย่างสุภาพ ถูกกฎกติกา ไม่สร้างความเสียหายต่อสังคม พร้อมทั้งช่วยกันดูแลผู้สูงอายุให้มีความสุขทั้งกายและใจ

รัฐพร้อมรับมือและดูแลคลื่นมหาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2557 โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวในระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.57 ว่าเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นเทศกาลที่สร้างความสุขให้กับคนไทย ดังนั้นการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนต้องเข้มข้นขึ้น โดยให้กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆมากขึ้น และขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมาเป็นกำลังหลักในการดูแลด้วย เชื่อมกับภาคเอกชน มูลนิธิ องค์กรต่างๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องเป็นแม่งานในการดูแล จัดระเบียบการใช้ท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสาดน้ำ การขับรถแล้วดื่มแอลกอฮอล์ จัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ให้มีความปลอดภัย และอยากเห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมกันนี้ ก็ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมการล่วงหน้า อยากให้เป็นช่วงแห่งความสุขและความปลอดภัยบนท้องถนนของประชาชน โดยไม่ใช่ 7 วันอันตราย และขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คุ้มครองทุกคนให้มีความปลอดภัย มีความสุข จะได้มีพลังร่วมกันที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นแก้ปัญหาต่างๆลุล่วงไปได้

ต่อมาที่ บช.น.ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) พร้อมด้วยเครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพฯ และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ 30 ราย ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.เพื่อให้คุมเข้มปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัญหาลวนลามทางเพศช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกับมอบป้ายรณรงค์ระบุข้อความ “บนรถ ขณะอยู่บนทาง งดดื่มสุรา” ให้บช.น. จำนวน 1,000 ผืน ซึ่ง ภก.สงกรานต์กล่าวว่า เครือข่ายเสนอแนวทางการลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ 1.ให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ดื่มแล้วขับ และผู้ที่ดื่มสุราบนรถขณะอยู่บนทางอย่างจริงจัง หากพบว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมา ควรเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่จำหน่ายสุราดังกล่าว ซึ่งจะมีความผิดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ให้มีการตั้งด่าน ห้ามผู้ใดนำสุราเข้าพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ โดยขอความร่วมมือจากพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์จะต้องไม่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด อาทิ สีลม ข้าวสาร โชคชัย 4 และอักษะ เป็นต้น นอกจากนี้อาจทำโครงการฝากเหล้าไว้กับตำรวจ ก่อนเข้าพื้นที่เล่นน้ำ โดยร่วมมือกับกรุงเทพฯ สรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ขอให้มีการตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียน การคุกคามทางเพศ และการทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ทุกชนิดในพื้นที่

ส่วนที่สถานีขนส่งหมอชิต มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) สสส. และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับ ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ “สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์” ในช่วง 7 วันแห่งความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. โดยมีนายณรงค์ บุณยสงวน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องอันตรายจากการเมาแล้วขับ พร้อมแจกสติกเกอร์หลวงพ่อคูณพร้อมจีวร และแผ่นพับ ซึ่งนายณรงค์เปิดเผยว่า อยากขอร้องประชาชน ขอให้สงกรานต์นี้ปลอดแอลกอฮอล์ทุกชนิด เมาก็อย่าขับเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทาง ส่วนผู้ขับขี่รถสาธารณะ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเจตนาที่จะละเมิดกฎแห่งความปลอดภัย ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว และผิดกฎหมายขนส่งโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐต่างๆพร้อมใจร่วมจัดรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ปีนี้ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดโครงการคลินิกช่าง “กรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันระวังอันตราย” รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาคและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ จัดอบรมการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ รถจักรยานยนต์ ให้ความรู้ความเข้าใจการขับขี่อย่างปลอดภัย และวันที่ 11-17 เม.ย.ได้เปิดจุดบริการประชาชนอยู่บนถนนสายหลักทั่วประเทศ 60 จุด ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ บริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น และนวดแผนไทยหากรู้สึกเหนื่อยหรือเมื่อยล้าในระหว่างการเดินทางสามารถแวะพักตามจุดให้บริการ

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการระดมบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1.6 แสนคน ทีมและรถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ประมาณ 14,000 ทีม รองรับความพร้อมใน 3 ระบบ ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. คือ 1.บริการการแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับ โดยผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินโทร.ขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 2.ดูแลผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยฉุกเฉินทุกประเภทในโรงพยาบาล ตลอด 24 ชั่วโมง และ 3.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรวจเตือน ขอความร่วมมือร้านค้าทุกประเภทให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และระดมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1 ล้านคน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งด่านสกัดคนเมาในหมู่บ้าน เมื่อดื่มแล้วห้ามขับรถทุกชนิดออกจากหมู่บ้าน นอกจากนี้ หากพบผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตผู้ป่วยหรือทำให้ผู้ป่วยเกิดความพิการ ขอให้โทร.แจ้งทีมแพทย์ กู้ชีพ ซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญ จะทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยมากขึ้น

เช่นเดียวกัน กรมสรรพสามิตจะกวดขันร้านค้าที่จำหน่ายสุราให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดในการเปรียบเทียบปรับหรือพักใช้ใบอนุญาต รวมถึงร่วมมือกับส่วนราชการแต่ละจังหวัด ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนเพื่อควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจัดเวรยามตามจุดสกัดทางหลวงต่างๆ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก สตช.เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนด 3 มาตรการหลักในการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ใช้ ศปก.ตร.ทุกระดับบูรณาการร่วมกัน มาตรการอำนวยความสะดวกการจราจรทั้งถนนสายหลัก ถนนสายรอง และถนนสายเลี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย และมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยเน้นการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้เหลือน้อยกว่าปีที่แล้วให้น้อยที่สุด โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชนกว่า 9,669 นาย โดยวางกำลังไว้ตามจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 2,380 จุด จุดตรวจจุดสกัด 5,242 จุด จุดบริการประชาชน 2,866 จุด ชุดเคลื่อนที่เร็ว 1,846 ชุด และชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1,468 ชุด

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ลานพระราชวังดุสิต พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานปล่อยแถวข้าราชการตำรวจของ บช.น. บช.ก. เจ้าหน้าที่เทศกิจ อาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆ จำนวน 850 นาย พร้อมยานพาหนะต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเทศกาลสงกรานต์ 57 โดยขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่เน้นการบังคับใช้กฎหมายพร้อมกับการบริการสาธารณะ โดยใช้กำลังตำรวจทุกกองบัญชาการทั้งหมด 90,000 นาย ดูแลการจราจรตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. กระทั่งสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์

สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสงกรานต์ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานสืบสานประเพณีไทยสงกรานต์ ด้วยกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรศิลปินแห่งชาติ และผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการสืบสานคุณค่าวัฒนธรรมไทย มีศิลปินแห่งชาติเข้าร่วมงานกว่า 30 คน ทั้งนี้ นายสุประวัติ ปัทมสูต หรือพ่ออี๊ด ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง กล่าวว่า แม้ว่าประเทศสิงคโปร์จะนำประเพณีสงกรานต์ของเราไปจัด ก็ไม่สามารถนำเอกลักษณ์ที่ดีของความเป็นไทยไปได้ เพราะไม่มีรากเหง้าของประเพณี จึงขอฝากคนไทยทุกคนให้ช่วยผดุงอนุรักษ์ประเพณีวันสงกรานต์ ทั้งการรดน้ำดำหัว การขอพรผู้ใหญ่ และการเล่นน้ำอย่างสุภาพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และไม่ควรคิดว่าการเล่นน้ำสงกรานต์เป็นเพียงความสนุกหรือเป็นการแสดงความห้าวหาญของวัยรุ่นหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์คุณค่าความเป็นไทยไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ชาวต่างชาตินำไปใช้ ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร และยังจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

ด้านนายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ก็กล่าวถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ว่าเด็กรุ่นใหม่ยังคงมีความทะลึ่งอยู่บ้าง ดังนั้น อยากฝากไว้ว่า ขอให้เล่นน้ำสงกรานต์ให้ถูกกฎกติกา ใช้น้ำเป็นสื่อถึงความอ่อนโยน ความเย็นสบาย และความดีงาม โดยไม่สร้างความเสียหายต่อสังคม นอกจากนี้ วันที่ 13 เม.ย.ยังเป็นวันผู้สูงอายุด้วย ตนเห็นว่าผู้สูงอายุก็เปรียบเสมือนต้นไม้ที่โตเต็มที่ มีอายุขัยที่ผ่านร้อนหนาวมา เต็มไปด้วยประ-สบการณ์ และริ้วรอยการต่อสู้ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้กับลูกหลาน จึงควรให้ความรัก เคารพ และอุ้มชูผู้สูงอายุ หาเวลาไปพูดคุยเพื่อทำให้คนสูงอายุมีความสุขทั้งกายและใจ

ขณะที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ลานน้ำพุช้าง สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) นายบัญญัติ อินทร์สุวรรณ ผอ.สวนสัตว์ดุสิต แถลงข่าวการจัดงานสงกรานต์ของสวนสัตว์ดุสิต ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย.นี้ โดยมีความพิเศษที่มีการนำ “แร้งฮู้ด” หรือ “แร้งดำปากเรียว” จำนวน 2 ตัว เพศผู้และเพศเมีย จากสวนสัตว์ขอนแก่น มาให้เด็กๆ และประชาชนทั่วไปได้ชมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ ขบวนพาเหรดสัตว์ การแสดงแมวน้ำ สาธิตการให้อาหารสัตว์ การแสดงดนตรี เป็นต้น โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี

11 เม.ย. 2557 07:12 ไทยรัฐ