วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนเลี้ยงหมูบ่นบักโกรก

นายภมร ภุมรินทร์ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงหมูในหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาภาวะอากาศที่ร้อนจัด มีผลทำให้หมูเกิดความเครียด กินอาหารน้อย การเจริญเติบโตช้าลง ภูมิคุ้มกันลดลง เป็นโรคได้ง่าย ต้องใช้เวลาในการเลี้ยงนานขึ้นกว่าจะได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการ ขณะเดียวกันยังมีภาวะภัยแล้งคุกคามทำให้ขาดน้ำสำหรับการเลี้ยงหมู และคุณภาพน้ำต่ำลง แบคทีเรียในน้ำมากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพหมู เกษตรกรหลายรายต้องซื้อน้ำมาใช้เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตขึ้นไม่ต่ำกว่า 2,500 บาทต่อวัน ขณะที่ภาวะโรค PED และโรค PRRS ที่ก่อความเสียหายสะสมจาก 6 เดือนที่แล้วก็ยังไม่คลี่คลาย โดยโรค PRRS ยังคงเป็นโรคสำคัญที่กระทบต่อปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบมากกว่า 20%

“จากปัจจัยต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงหมู ทำให้เกษตรกรหลายรายจำเป็นต้องเลิกเลี้ยงหมูไป โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายย่อยที่เลี้ยงหมูประมาณ 100-200 ตัว ที่ไม่สามารถแบกรับภาวะขาดทุนจากโรคหมูที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากได้ โดยนอกจากปัญหาภาวะขาดทุนแล้ว หมูที่เหลือรอดจากภาวะโรคก็มีจำนวนน้อย เงินที่ขายได้ก็ไม่มากพอที่จะประคองธุรกิจต่อไปได้ ยกตัวอย่างสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรีเดิมมีสมาชิกรวม 75 ราย ปัจจุบันคนเลี้ยงหายไปมากกว่าครึ่ง เหลือเพียงไม่ถึง 40 ราย ภาวะที่คนเลี้ยงหมูลดลงยิ่งทำให้ปริมาณน้อยลงเป็นการซ้ำเติมวิกฤติเข้าไปอีก”

นายภมรกล่าวว่า ผู้บริโภคอาจมองว่าราคาหมูที่สูงขึ้นในขณะนี้เป็นผลดีต่อผู้เลี้ยงที่จะได้กำไรจากภาวะดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงแล้วขณะที่ราคาสูงขึ้นก็จริงแต่ปริมาณหมูน้อยลง ทำให้เกษตรกรได้เงินจากการขายหมูลดลง กล่าวคือ วันนี้เกษตรกรขายหมูที่ราคา 75 บาทต่อกิโลกรัมที่น้ำหนัก 100 กิโลกรัม จำนวน 100 ตัว เกษตรกรจะได้เงิน 750,000 บาท เทียบกับภาวะปกติที่จำนวนหมูมากไม่เสียหายขายได้ 120 ตัว แม้ราคาจะอยู่ที่ 70 บาท เกษตรกรจะได้เงินถึง 840,000 บาท เห็นได้ชัดว่าแม้ราคาถูกกว่าแต่จำนวนหมูมากกว่าเกษตรกรถึงจะขายได้เงินมากกว่า.

นายภมร ภุมรินทร์ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงหมูในหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาภาวะอากาศที่ร้อนจัด มีผลทำให้หมูเกิดความเครียด กินอาหารน้อย การเจริญเติบโตช้าลง ภูมิคุ้มกันลดลง เป็นโรคได้ง่าย 11 เม.ย. 2557 01:33 11 เม.ย. 2557 01:33 ไทยรัฐ