วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดแถวแรงงานเด็ก เมืองไทยโดนจับตา

โดย

ปลายปี 2553 กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาได้ออกรายงานเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กของประเทศต่างๆ รวมทั้งเผยรายชื่อประเทศ และสินค้าที่มีเหตุให้เชื่อว่า ยังมีการใช้แรงงานเด็กอย่างไม่ถูกต้อง หนึ่งในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งถูกแฉเอาไว้ว่า

ในภาพรวมเมืองไทยยังคงมีปัญหาการใช้แรงงานเด็ก โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ตามไร่อ้อย นาข้าว และสวนยางพารา รวมทั้งมีการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมประมง งานรับใช้ตามบ้าน ซึ่งแม้ว่ากฎหมายแรงงานของไทยจะระบุประเภทอาชีพที่ไม่อนุญาตให้เด็กทำงาน แต่กฎหมายก็มิได้ครอบคลุมถึงสาขาอาชีพเหล่านี้

นอกจากนี้ เมืองไทยยังมีการเอารัดเอาเปรียบเด็ก ในการค้าประเวณีและสื่อลามก มีการใช้แรงงานเด็กซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย และเด็กที่อพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่กระทรวงแรงงานไม่สามารถตรวจสอบสถานที่ทำงานต่างๆได้อย่างทั่วถึง เพราะขาดกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียง 678 คน ประกอบกับเจ้าหน้าที่ไม่สามารถพูดภาษาของแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นได้ จึงไม่สามารถให้ความคุ้มครองแรงงานเด็กได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม ในรายงานได้ระบุถึงความพยายามของไทย ดังเห็นได้จากนโยบายต่างๆที่มุ่งแก้ปัญหาการใช้แรงงานเด็ก นโยบายและแผนขจัดการใช้แรงงานเด็กแห่งชาติ นโยบายให้การศึกษาฟรี 15 ปีแก่เด็กไทยและเด็กต่างด้าว รวมทั้งกรอบความร่วมมือต่างๆกับประเทศเพื่อนบ้าน

ในรายงานดังกล่าวยังได้เสนอแนะวิธีลดปัญหาการใช้แรงงานเด็กในประเทศไทยว่า ควรมีการแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมการคุ้มครองแรงงานเด็ก ในสาขาเกษตร ประมง และงานบ้าน แก้ไขรายชื่ออาชีพที่เป็นอันตรายต่อแรงงานเด็กให้ชัดเจนขึ้น เพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบแรงงาน

ให้ความสำคัญต่องบประมาณสำหรับการขจัดการใช้แรงงานเด็ก ทำการสำรวจการใช้แรงงานเด็กทั่วประเทศ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุมและลงโทษผู้กระทำผิด ให้ความช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งเจ้าหน้าที่แรงงาน ควรมีการฝึกทักษะภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า ปี 2554 มีการจ้างแรงงานเด็กจำนวน 19,074 คน ปี 2555 จำนวน 14,972 คน และจากฐานข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในปี 2554 มีแรงงานเด็กเข้าสู่ระบบ 50,239 คน ปี 2555 จำนวน 20,465 คน

เทียบกับข้อมูลสำรวจภาวะการมีงานทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ปี 2554 ภาคเอกชนมีการจ้างลูกจ้างที่เป็นเด็กจำนวน 227,013 คน ปี 2555 จำนวน 189,633 คน

อุตสาหกรรมแปรรูปกุ้ง และ อาหารทะเล เป็นหนึ่งใน 4 สาขากิจการ อันประกอบด้วย กุ้ง เสื้อผ้า สื่อลามก และ อ้อย ซึ่งทั้ง 4 กรณีดังกล่าว ไทยกำลังถูกทั่วโลกจับตามองว่า ยังมีการแอบใช้แรงงานเด็ก

จีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า กระทรวงแรงงานได้ร่วมกับสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) จัดสัมมนาระดับชาติเรื่อง “การคุ้มครองแรงงานเด็กและแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งและอาหารทะเล” ขึ้น เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการแก้ปัญหาแรงงานเด็กในกิจการแปรรูปสินค้ากุ้งและอาหารทะเลในประเทศไทย

“ยอมรับว่าประเทศไทยยังมีเด็กเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรม ต่างๆ แม้จะมีข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติการศึกษา สกัดกั้นเด็กซึ่งมีอายุไม่ถึง 18 ปี ให้อยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับถึง 9 ปีก็ตาม แต่ยังมีแรงงานเด็กส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เข้าสู่การศึกษาลักลอบทำงาน โดยเฉพาะเด็กต่างชาติจากพม่า ลาว และกัมพูชา”

ส่วนกรณีสื่อลามก ซึ่งไทยถูกเพ่งเล็งด้วยนั้น ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า กรณีนี้ไทยไม่ได้ทำเป็นสินค้าส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่มีบุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสนำเอาแรงงานเด็กมาใช้เพื่อจูงใจในกิจการท่องเที่ยวหรือความบันเทิง

จีรศักดิ์บอกว่า ในภาพรวมสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในไทย มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังมีปัญหาท้าทายและข้อห่วงใยจากองค์กรทั้งในและต่างประเทศ คือ การใช้แรงงานเด็กในปัจจุบันมีการทำงานหลากหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีความซับซ้อน และค่อนข้างละเอียดอ่อนมากขึ้น

โดยเฉพาะแรงงานเด็กต่างชาติผิดกฎหมาย ที่ลักลอบเข้าเมือง ทั้งที่ติดตามพ่อแม่เข้ามา และเด็กต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในไทยด้วยตัวเอง ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนแรงงานเด็กข้ามชาติเพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกใช้แรงงานในรูปแบบที่เลวร้าย

มอริซิโอ บุสซี รักษาการผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประจำประเทศไทย กัมพูชา และลาว บอกว่า หลัง จากไทยได้รับรองอนุสัญญาไอแอลโอฉบับที่ 182 ว่าด้วย การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ไปเมื่อปี 2544 ทำให้

ขณะนี้การแก้ปัญหาการใช้แรงงานเด็กดีขึ้นมาก

โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งและอาหารทะเล ซึ่งไอแอลโอได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยและภาคเอกชน แก้ปัญหานี้มากว่า 2 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าไทยต้องการจะแก้ปัญหาให้ดีขึ้น ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการในอีก 5 เรื่อง

ประการแรก ควรจัดเก็บสถิติและฐานข้อมูลการใช้แรงงานเด็กในระดับชาติ ถัดมาควรมีระบบเฝ้าระวังติดตาม เพื่อให้การช่วยเหลือแรงงานเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บังคับใช้กฎหมายและลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวด มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายควรมีการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินตามแผนและนโยบายที่วางไว้

ดร.อภิชญา ง่วนบรรจง เจ้าหน้าที่ติดตามและประเมินผลโครงการแก้ปัญหาแรงงานเด็กในกิจการแปรรูปสินค้ากุ้งและอาหารทะเล ไอแอลโอ กล่าวถึงรายงานการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กในเมืองไทยว่า โครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 เพื่อรวบรวมข้อมูลแรงงานเด็กจากกลุ่มพื้นที่อุตสาหกรรมเกี่ยวกับกุ้งและอาหารทะเล โดยล่าสุดจากการลงพื้นที่เป้าหมาย 4 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช และสงขลา เมื่อช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคมปี 2555

จากการลงพื้นที่ พบว่า มีครัวเรือนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานประกอบการกุ้งและอาหารทะเลใน 4 จังหวัด ประมาณ 7,000 ครัวเรือน โดยมีทั้งคนไทยและต่างด้าวกว่า 40,000 คน ในจำนวนนี้มีแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี กว่า 8,000 คน ซึ่งมีทั้งเด็กไทยและต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า

อภิชญาบอกว่า มีเด็กต่างด้าวทั้งที่ติดตามพ่อแม่เข้ามา และเกิดที่ไทย แต่ไม่ยอมเข้าเรียนในโรงเรียนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเด็กไม่มีเอกสาร บางรายกลัวถูกตำรวจจับ บางรายพ่อแม่ไม่สนับสนุนให้เรียน เพราะไม่สามารถนำวุฒิไปเทียบโอนที่ประเทศต้นทางได้ และบางครอบครัวมีความคิดว่า เข้ามาในไทยเพื่อหาเงินเท่านั้น เมื่อมีเงินมากพอก็จะกลับประเทศ รวมทั้งกรณีที่ถูกผู้ปกครองของเด็กไทย ไม่ต้องการให้ลูกของตนเรียนหนังสือร่วมกับเด็กต่างด้าว

ดร.อภิชญาทิ้งท้ายไว้ว่า “อยากให้เมืองไทยมีฐานข้อมูลของเด็กต่างด้าว ทั้งในแง่จำนวนเด็ก อายุ และประเภทงานที่เด็กทำ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และลักลอบใช้แรงงานเด็ก และยังเป็นดัชนีชี้วัดความคืบหน้าในการแก้ปัญหาแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นได้”.

10 เม.ย. 2557 14:13 10 เม.ย. 2557 14:40 ไทยรัฐ