วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักสู้ชีวิตทั่วไทย...เดินทางกลับบ้านวันนี้

โดย ซูม

หลายๆปีที่ผ่านมานี้ วันทำงานวันสุดท้าย ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ 13-14-15 จะเป็นวันที่กรุงเทพมหานครโกลาหลอลหม่านที่สุด โดยเฉพาะที่สถานีรถขนส่งสายต่างๆ และที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

เพราะผู้คนที่มาทำงานในกรุงเทพฯ จะเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปฉลองตรุษสงกรานต์กับครอบครัว บวกด้วยคนไทยที่อยู่เมืองกรุง แต่มีความประสงค์จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัด

สถานีขนส่งสายเหนือจะโกลาหลอลหม่านที่สุด ติดขัดไปหมด รอบๆสวนจตุจักรลามไปถึงถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต

ปีนี้วันทำงานวันสุดท้ายก่อนหยุดยาวสงกรานต์คือวันนี้ ความโกลาหลอลหม่านจะเกิดขึ้นหรือไม่ โปรดติดตามเหตุการณ์กันต่อไป

อาจจะไม่หนักหนาสาหัสเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เพราะทราบว่ามีการทยอยเดินทางกลับไปบ้างแล้ว

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานข่าวบางกระแสแจ้งว่า จากความซบเซาทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมเจ๊งระนาวไปพอสมควร ทำให้ต้องเลิกจ้างงาน และคนงานจำนวนหนึ่งได้เดินทางกลับไปหลายเดือนแล้วด้วยซ้ำ

แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ผมต้องขอขอบคุณ มูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิเมาไม่ขับ ตลอดจนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ยังคงร่วมมือกันในการดำเนินโครงการ “สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์” อย่างแข็งขัน

โดยจะมีการรณรงค์เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ไปจนถึงการตั้งจุดพักรถต่างๆ และการประกาศมอบรางวัลให้แก่จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจาก อุบัติเหตุเลยหลายต่อหลายรางวัล

ผมก็ได้แต่หวังว่าผู้เดินทางทุกท่าน ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะในการเดินทางทุกประเภท จะใช้ความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด เพื่อให้อุบัติเหตุหรือการเสียชีวิตเกิดขึ้นน้อยที่สุด

ผมเป็นคนหนึ่งที่เขียนสนับสนุนการเดินทางในช่วงเทศกาลมาตลอด พร้อมกับเชิญชวนขอให้ท่านที่มีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ในชนบท เดินทางกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์

เพราะเป็นโอกาสที่เราจะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง “เมือง” กับ “ชนบท” ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยไม่ตัดขาดจากกัน

นักพัฒนาจำนวนมากเป็นห่วงว่า การพัฒนาประเทศแบบทุ่มเทความเจริญให้แก่เมืองหลวงและเมืองใหญ่ จะทำให้คนไทยหนีชนบทเข้าเมืองแล้วไม่กลับไปเลย จะทำให้ชนบทโดดเดี่ยวอ้างว้าง ถูกทอดทิ้ง และมีแค่คนแก่กับเด็กๆเท่านั้น

ที่ผ่านมาระยะหนึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง เพราะในบางช่วงบางเวลา ชนบทไทยแทบจะไม่มีหนุ่มสาวหรือคนในวัยทำงานหลงเหลืออยู่เลย

มีแต่คนแก่และเด็กๆที่อยู่กันอย่างเงียบเหงา

แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีปรากฏการณ์สำคัญประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราอย่างชนิดที่ไม่มีประเทศใดเสมอเหมือน

เพราะแทนที่ชนบทซึ่งถูกทอดทิ้งจะเสื่อมโทรม กลับมีบ้านหลังคาสังกะสีและบ้านที่ทาสีสันฉูดฉาดสวยงามเกิดขึ้นมากมาย

วัดวาอารามก็ยังคงใหม่เอี่ยม ตกแต่งประดับประดาสร้างพระอุโบสถ สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่อย่างต่อเนื่อง

นั่นเป็นเพราะว่าแรงงานชนบทที่ไปอยู่ในตัวเมืองหรือในเมืองหลวงมิได้ตัดขาดชนบททิ้งโดยสิ้นเชิง เหมือนที่เกิดขึ้นในบางประเทศ

พวกเขาส่งเงินกลับบ้านไปให้ผู้อยู่ข้างหลัง และยังแวะกลับไปเยี่ยมบ้านเสมอๆ ในเทศกาลสำคัญๆ โดยเฉพาะวันสงกรานต์ วันปีใหม่ และวันเข้าพรรษา ออกพรรษา รวมไปถึงเทศกาลทอดกฐิน

ชนบทไทยกับเมืองหลวงและเมืองใหญ่ของประเทศไทย จึงยังคงมีความสัมพันธ์และยึดโยงกันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

วันนี้กองทัพแรงงานจากชนบทจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปต่ออายุสายใยแห่งความสัมพันธ์ด้วยการกลับไปฉลองปีใหม่แบบไทยๆ กับครอบครัวของพวกเขา

ลูกหลานกลับไปหาพ่อ แม่ และปู่ ย่า ตา ยาย...หัวหน้าครอบครัวกลับไปหาเมียและลูกๆที่เขาฝากปู่ ย่า ตา ยาย ช่วยเลี้ยง ฯลฯ

ผู้สูงอายุจะไม่โดดเดี่ยว เพราะมีลูกหลานมากราบไหว้ รดนํ้า ดำหัว ขอพร ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้า

ตักตวงความสุขกันให้เต็มที่นะครับ อัดแบตเตอรี่หัวใจให้ถึงขีดสูงสุดเลยนะครับ เพื่อจะกลับมาสู้โลก สู้ชีวิต และเผชิญกับการเมืองอันเลวร้ายหลัง 15 เมษายนต่อไป

สุขสันต์เทศกาลสงกรานต์ครับ!

 

“ซูม”

10 เม.ย. 2557 13:58 10 เม.ย. 2557 14:42 ไทยรัฐ