วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าที่

ไทยเรารับคติความเชื่อจากอินเดีย...เรื่องอำนาจของพื้นที่ดิน ที่เรียกกันว่า เจ้าที่ เมื่อจะสร้างเมืองจึงต้องตรวจดูพื้นที่ ไชยภูมิ ดีหรือไม่ เมื่อมีเหตุให้เชื่อว่า “เจ้าที่แรง” ก็ทำเครื่องหมาย ที่เรียกว่า ลักขะ หรือลักษะ เอาไว้

วิธีทำง่ายๆ ก็คือเอาเสาปักไว้เป็นเครื่องหมาย

คำว่า ลักข์ เพี้ยนไปเป็นคำว่า หลัก จากเดิมเรียกเสาลักข์เมือง ก็กลายเป็นเสาหลักเมือง

ในสยามประเทศ พระเจ้าอู่ทองทำพิธีวางหลักเมือง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 เวลา 3 นาศิกา 9 บาท ปีขาล จุลศักราช 712 (พ.ศ.1892) สร้างกรุงศรีอยุธยา คำให้การชาวกรุงเก่า...กล่าวว่า...

ในขณะนั้นพระเจ้าอู่ทองจึงทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า พระองค์จะเสี่ยงบารมี ขว้างพระแสงขรรค์ ถ้าพระแสงขรรค์นั้นตกลงปักอยู่ในที่ใด พระองค์จะสร้างพระนคร พระแสงขรรค์ก็ไปตกลงปักอยู่ที่ตำบลหนองโสน

พระองค์จึงเสด็จตามไป ทอดพระเนตรที่ไชยภูมิ อันจะสร้างพระราชวัง

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระราชดำริจะสร้างพระนครใหม่

จึงมีพระดำรัสให้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ เพลาย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที ปีขาล จุลศักราช 1144 (6 เม.ย.2325)

หลักเมืองนี้ ตั้งอยู่สนามข้างกระทรวงกลาโหม ตรงป้อมเผด็จดัสกร มุมพระบรมมหาราชวัง

ในศาลหลักเมือง มีรูปอสูรซึ่งเรียกกันว่า กรุงพาลี ซึ่งที่จริงก็คือ ท้าวพลี อสูรตนสำคัญในวามนาวตาร อวตารปางที่ 6 ของพระนารายณ์

เดิมทีท้าวพลีครองโลกบาดาล ตอนไปช่วยงานเกษียรสมุทร เผลอไปรบกับเทวา ถูกฆ่าตาย

อสูรบริวารพาศพเจ้านายไปชุบในบาดาล ฟื้นขึ้นมาก็บำเพ็ญตบะมีฤทธิ์เดช ก็ยกทัพไปล้างแค้นพวกเทวา ยึดอมราวดี นครของพระอินทร์ได้ เมื่อยึดสวรรค์ได้ โลกมนุษย์ก็ไม่เหลือ

พระอินทร์หนีไปฟ้องพระนารายณ์ พระนารายณ์ ซึ่งเป็นผู้ประทานพรให้ท้าวพลีมีฤทธิ์จนเทวายังแพ้ ก็ต้องรับผิดชอบ

หาวิธีปราบท้าวพลีให้จงได้

โดยธรรมดาของผู้มีฤทธิ์ เมื่อถึงเวลาก็ต้องบำเพ็ญบารมี ด้วยการกระทำทักษิณา หรือการให้ทาน พระรามอวตารเป็นพราหมณ์เตี้ยชื่อ วามน ก็ไปร่วมงาน ท้าวพลีเอ่ยปากให้พราหมณ์เตี้ยขอทักษิณา พราหมณ์ขอแค่ “ที่สามก้าว”

ท้าวพลีอนุญาต พราหมณ์เตี้ยก็สำแดงเดช ก้าวย่างแรก ก็ตลอดโลกสวรรค์ ก้าวย่างสองก็ตลอดโลกมนุษย์

ท้าวพลีรู้ว่า พราหมณ์เตี้ยคือพระอวตาร ก็สำนึกผิด พระนารายณ์สั่งให้ไปอยู่แค่เมืองบาดาล ท้าวพลีตั้งหน้าบูชา พระนารายณ์ ให้พรว่า ต่อไปภายหน้า ท้าวพลีจะกลับมาเป็นใหญ่ในโลกทั้งสามอีก

เหตุนี้พวกพราหมณ์จึงนับถือท้าวพลี เหมือนเทวาเรืองฤทธิ์องค์หนึ่ง

เมื่อสร้างศาลหลักเมือง จึงทำรูปท้าวพลีไปประดิษฐ์ไว้ในศาลหลักเมือง

ผมพอจำได้เมื่อราวๆสักหกเดือนที่แล้ว วันที่กำนันสุเทพ ตัดสินใจย้ายที่ชุมนุมใหญ่ จากสามเสน ไปถนนราชดำเนิน ได้ไปไหว้ “ศาลหลักเมือง” ผมไม่แน่ใจ นอกจากไหว้หลักเมือง แล้ว ในศาลมีรูปท้าวพลีอยู่ด้วยหรือไม่

ถ้ามี...ท่านกำนันไหว้...หรือเปล่า?

ท้าวพลีองค์นี้ ตอนนี้แม้ครองเมืองบาดาลเมืองเดียว ท่านกำนัน ก็หัวอกเดียวกัน ตอนนี้ชนะอยู่แต่ในสวนลุมฯ บนถนนบางสาย...ข้าราชการมากมาย โดยเฉพาะทหาร ยังเอาไม่อยู่

อยากจะชนะทั้งหมด หาเวลาไปไหว้ ขอบารมีท้าวพลีนะครับ...เทพองค์นี้วันหน้า...จะชนะทั้งสามโลก.

 

กิเลน ประลองเชิง

10 เม.ย. 2557 13:55 10 เม.ย. 2557 13:55 ไทยรัฐ