วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปตัวเองก่อนประเทศ

โดย

ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง แต่ดูเหมือนว่านักการเมืองไทยจะชื่นชมยินดี เมื่อมีนักการเมืองชาติตะวันตกมาลูบไหล่ลูบหลัง และสั่งสอนให้เห็นแก่ประเทศชาติ อย่างกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าพบนายกรัฐ-มนตรีและคณะ เรียกร้องให้คู่ความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายเจรจา และขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ฝ่ายรัฐบาลแสดงความชื่นชมอย่างออกหน้าออกตา รัฐมนตรีต่างประเทศแถลงว่าสหรัฐฯแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองของไทย ไม่ต้องการให้มีการยึดอำนาจ หรือปฏิวัติรัฐประหาร ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ส่งหนังสือฟ้องร้องไปทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ มหาอำนาจหรือ องค์กรรัฐสภาโลก กล่าวหาฝ่ายตรงข้ามขัดขวางการเลือกตั้ง

จากการติดตามการแสดงความเห็นของโลกตะวันตก แสดงว่าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยดี รู้ว่าคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายมองประชาธิปไตยต่างมุม ฝ่ายรัฐบาลเน้นย้ำการเลือกตั้ง แต่สื่อตะวันตกมองว่า การเลือกตั้งอย่างเดียวไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้ แต่จะต้องมีหลักนิติธรรม หลักสิทธิเสรีภาพประชาชนและการตรวจสอบถ่วงดุล

ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็ถูกกล่าวหาไม่เป็นประชาธิปไตย อย่างกรณีที่เลขาธิการ กปปส.ประกาศจะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง อาจจะเป็นเพราะมุ่งชัยชนะมากไป หรือพลั้งปากก็ตาม แต่กลายเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายรัฐบาลรุมถล่ม กล่าวหาเป็นกบฏรอบที่สอง เป็นข่าวโด่งดังขณะนี้

“รัฏฐาธิปัตย์” เป็นศัพท์ทางรัฐศาสตร์ บางคนเรียกว่า “องค์อธิปัตย์” ตรงกับคำอังกฤษ Sovereign หมายถึงผู้คุมอำนาจสูงสุดในประเทศ อาจจะได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง หรือด้วยรัฐประหาร ส่วนผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ถ้ายึดตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน จะต้องเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนคำสอนให้ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นตัวตั้ง นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ก็เคยขอร้องนักการเมืองไทยในทำนองนี้ คนไทยที่เป็นนักวิชาการและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ตลอดจนคณะกรรมการหลายคณะที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองในชาติ ก็เคยเสนอแนะมามากมาย แต่ไม่มีใครฟัง

เรื่องง่ายๆแค่นี้ นักการเมืองไทยคิดเองไม่เป็นหรืออย่างไร? จึงต้องให้ฝรั่งมาสอน นั่นก็คือการปลูกฝังจิตสำนึก “ประเทศชาติต้องมาก่อน” และหันหน้าพูดจากันเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมือง นั่นคือ การปฏิรูปขั้นพื้นฐาน ถ้านักการเมืองปฏิรูปตนเองไม่ได้ จะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง และปฏิรูปวงการต่างๆ ได้อย่างไร?

10 เม.ย. 2557 13:51 ไทยรัฐ