วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไพร่

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก ไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลงนะคะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเดี๋ยวเนื้อที่จะหมดต้องติดค้างไปต่อกันในครั้งหน้าอีก ครั้งที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่องละครดังทุกวันจันทร์ อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นั่นคือ ละครเรื่องลูกทาส แล้วก็เล่าถึงเรื่องของคำว่าทาสและทาสประเภทต่าง ๆ เท่าที่คุณครูภาษาไทยคนหนึ่งจะหยิบเอาความรู้มาบอกกล่าวกันได้ มาถึงครั้งนี้เรามาต่อกันอีกนิดนะคะเกี่ยวกับคำว่า ทาส หลายคนคงสงสัยว่าพอเป็นทาสแล้ว ทำอย่างไรถึงจะพ้นสภาพความเป็นทาสไปได้

การที่พ้นสภาพความเป็นทาสเกิดได้จากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ค่ะ คือ วิธีที่หนึ่ง คือ โดยการหาเงินมาไถ่ถอน วิธีที่สอง คือ โดยการบวชเป็นพระสงฆ์ แต่วิธีนี้ต้องได้รับความยินยอมจากนายทาสนะคะ วิธีที่สามคือ การไปศึกสงครามแล้วถูกจับเป็นเชลย จากนั้นถ้าสามารถหลบหนีออกมาได้ก็หลุดจากการเป็นทาสเช่นกันค่ะ วิธีที่สี่ อันนี้ในละครบางเรื่องอาจจะมีก็คือ แต่งงานกับนายทาสหรือลูกหลานของนายทาส อันนี้ก็หลุดพ้นเช่นกัน อีกวิธีหนึ่งก็คือ ไปแจ้งทางการว่านายทาสเป็นกบฏและผลออกมาว่าเป็นกบฏจริง วิธีนี้ก็หลุดพ้นค่ะ และสุดท้ายที่เรา ๆ คนไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณกันดีก็คือ การประกาศไถ่ถอนจากพระมหากษัตริย์ในช่วงของการเลิกทาส อันนี้คุณครูลิลลี่ขอทำหน้าที่คุณครูสังคมพ่วงอีกหนึ่งตำแหน่งเล่าย้อนให้ฟังนะคะ

เรื่องนี้ถือเป็นพระอัจฉริยภาพของล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2472 ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปีที่พระองค์เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ มีบัญญัติว่า ลูกทาสซึ่งเกิดเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2411 ให้มีสิทธิได้ลดค่าตัวทุกปี โดยกำหนดว่าเมื่อแรกเกิด ชายมีค่าตัว 8 ตำลึง หญิงมีค่าตัว 7 ตำลึง เมื่อลดค่าตัวไปทุกปีแล้ว พอครบอายุ 21 ปี ก็ให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิงโดยปริยาย เรียกว่าเป็นการประกาศเลิกทาสแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่มีการเสียเลือดเนื้อและใช้ความรุนแรง นี่แหละค่ะ พระมหากษัตริย์ไทย ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร และอยู่เหนือหัว อยู่ในใจชาวไทยตลอดมาจริงๆ ค่ะ

จบจากคำว่า “ทาส” ไป ก็มีอีกคำหนึ่งที่ตีคู่มาติด ๆ และหลายคนอาจจะสับสนว่าเหมือนกัน ต่างกัน หรือ คล้ายกันอย่างไร คำ ๆ นั้นก็คือคำว่า “ไพร่” ค่ะ ไพร่ คือ ราษฎรทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเจ้านาย ขุนนาง และทาส (พูดง่าย ๆ ก็คือสูงกว่าทาสขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ได้มีตำแหน่งบทบาทสำคัญในสังคมนั่นเองค่ะ) บุคคลกลุ่มนี้มีมากที่สุดในสังคม ชายฉกรรจ์ทุกคนเมื่อมีอายุถึงกำหนดเริ่มตั้งแต่ 18 หรือ 20 ปี ต้องไปขึ้นทะเบียนสังกัดมูลนาย มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมา ทั้งในภาวะที่สังคมสงบหรือมีสงคราม โดยที่ไม่มีการให้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด ไพร่แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ ไพร่หลวง ไพร่ส่วย ไพร่สม ค่ะ

มีหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ไพร่ฟ้าหน้าใส คำ ๆ นี้จริง ๆ แล้วก็มาจากคำว่า ไพร่ นี่แหละค่ะ คำว่า ไพร่ฟ้าหน้าใส เมื่อก่อนใครๆ ก็ล้วนเป็น ไพร่ฟ้าหน้าใส ในแผ่นดินทั้งนั้น เพราะหมายถึงประชาชนอยู่ดีมีสุข จนถึงวันหนึ่งที่ไม่มีระบบไพร่ในสังคมแล้วนั่นแหละค่ะ คำว่า ไพร่ จึงกลายความหมายมาเป็นคำเปรียบเปรยระหว่าง ผู้ดี กับ ไพร่ ให้เราได้ยินได้เห็นกันอยู่ในละครน้ำเน่าทั้งหลาย ทำให้คำนี้มีความหมายไปอีกทางหนึ่ง คือ ผู้ดี หมายถึง ผู้ประพฤติดี พูดดี คิดดี ทำดี ส่วนไพร่ก็คือผู้มีความประพฤติตรงข้ามกับผู้ดี

ไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้แถมให้อีกนิด พูดถึงไพร่แล้ว บางทีในละครจะมีคำสร้อยต่อออกมาอีกว่า ไพร่สถุล (คำนี้ต้องสะกดด้วย ล.ลิงนะคะ ไม่ใช่ น.หนู) เรียกว่า ได้ยินคำว่า ไพร่ เมื่อไหร่ ก็เป็นอันต้องมีสถุลมาต่อท้าย ก็อธิบายกันตรงนี้เลยนะคะ คำว่า สถุล เป็น คำวิเศษณ์ ค่ะ แปลว่า หยาบ ต่ำช้า เลวทราม นิยมใช้เป็นคำด่า ทิ้งท้ายกันไว้ด้วยคำแรง ๆ แบบ ไพร่ สถุล แบบนี้ ก็ไม่ได้มีเจตนาส่งสารไปถึงใครนะคะ แต่ถ้าจะส่งได้ก็คงแค่ขอเอาคำนี้เตือนสติให้ทุกคนดำรงอยู่ในความดี อย่าลดตัวลงไปเป็นไพร่สถุลเหมือนในละครเลยนะคะ สวัสดีค่ะ


คุณครูลิลลี่
instagram : krulilly
facebook : ครูลิลลี่

คุณครูลิลลี่

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก ไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลงนะคะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเดี๋ยวเนื้อที่จะหมดต้องติดค้างไปต่อกันในครั้งหน้าอีก... 10 เม.ย. 2557 08:22 11 เม.ย. 2557 06:41 ไทยรัฐ