วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เริ่มทดลองออกอากาศ "ทีวีดิจิตอล" แล้ว คนดูได้อะไร?

เริ่มทดลองออกอากาศ "ทีวีดิจิตอล" แล้ว คนดูได้อะไร?

  • Share:

วันที่ 1 เมษายน 2557 นับเป็นอีกวันหนึ่งที่วงการโทรทัศน์ไทยจะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า เป็นวันเริ่มต้นการทดลองออกอากาศ “ทีวีดิจิตอล” ในประเทศไทย หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดให้มีการประมูลใบอนุญาตออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง เสร็จสิ้นไปเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา

ท้งนี้ กสทช.มีกำหนดการที่จะออกใบอนุญาตออกอากาศอย่างเป็นทางการให้กับผู้ประกอบการทั้ง 24 ช่อง ในวันที่ 25 เมษายนที่จะถึงนี้ โดยมีเป้าหมายว่า การออกอากาศอย่างเป็นทางการ หรืออายุของสัมปทานจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ซึ่งพื้นที่การออกอากาศจะครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา

หลังจากนั้น จะมีการขยายพื้นที่การออกอากาศให้ครอบคลุมร้อยละ 95 หรือเกือบทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยภายในระยะเวลา 4 ปี หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2561 พร้อมทั้งมีแผนที่จะยุติการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ในระบบ “อะนาล็อก” เดิมจำนวน 6 ช่อง ภายในปี 2563 หรือภายในระยะเวลาเกือบ 7 ปีข้างหน้า

เริ่มทดลองออกอากาศ "ทีวีดิจิตอล" แล้ว คนดูได้อะไร?

แม้ว่าในวันนี้ ทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง จะเริ่มทยอยทดลองออกอากาศกันบ้างแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า การรับรู้และความตื่นตัวของประชาชนต่อการเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอลในประเทศไทย ยังอยู่ในระดับต่ำมาก นั่นอาจเป็นเพราะเครื่องรับโทรทัศน์ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดที่คนไทยใช้กันอยู่ เป็นเครื่องรับในระบบอะนาล็อก การจะรับชมในทีวีดิจิตอลได้นั้นจะต้องมีกล่องแปลงสัญญาณ หรือ “Set Top Box” พร้อมเสาอากาศแบบก้างปลาหรือหนวดกุ้ง ซึ่งปัจจุบันจะมีค่าใช้จ่ายทั้งชุดอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,000 บาท แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อของอุปกรณ์

ขณะที่ในส่วนของครัวเรือนจำนวนมากที่ติดตั้งโทรทัศน์ในระบบดาวเทียม หรือเคเบิลทีวีที่จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน แม้ว่าจะสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ครบทุกช่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์แปลงสัญญาณตามกฎ “Must Carry” แต่จนถึงวันนี้ ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ ก็ยังไม่ได้นำสัญญาณในช่วงทดลองออกอากาศมาให้ชมครบทุกช่อง ซึ่งเชื่อว่าทุกรายจะสามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกช่องภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ให้บริการโทรทัศน์ดาวเทียมจะนำช่องทีวีดิจิตอลทั้งในแบบบริการสาธารณะที่มีการออกอากาศแล้ว 3 ช่อง และภาคบริการธุรกิจอีก 24 ช่องมาออกอากาศภายในเดือนเมษายน ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ชมจะได้รับชมภาพที่คมชัดในระบบดิจิตอลเสียทีเดียว ต้องขึ้นกับว่าสัญญาณที่ส่งออกไปเป็นระบบดิจิตอลด้วยหรือไม่

ส่วนครัวเรือนที่ไม่ได้ใช้บริการทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลทีวี และยังมีเครื่องรับโทรทัศน์แบบเดิม หากต้องการรับชมช่องดิจิตอลเพิ่มเป็น 27 ช่อง (สาธารณะ 3 ช่อง/ธุรกิจ 24 ช่อง) และรองรับทีวีสาธารณะอีก 9 ช่อง กับทีวีชุมชนอีก 12 ช่องในอนาคตโดยไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมมากนัก ก็ต้องรอ กสทช.แจกคูปองสำหรับไปแลกซื้ออุปกรณ์แปลงสัญญาณ ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการเคาะจำนวนเงินที่แน่นอนว่า จะสนับสนุนให้ครัวเรือนละเท่าไหร่ (เดิมมีการเสนอที่ 690 บาท แต่คาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 บาท)

มีการคาดหมายว่าเมื่อใดที่ กสทช.เริ่มแจกคูปองสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์แปลงสัญญาณทีวีดิจิตอล ความตื่นตัวของประชาชนในการชมทีวีดิจิตอลน่าจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มที่ใช้บริการทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลทีวี จะไม่ค่อยตื่นตัวมากนักเพราะเดิมก็มีช่องโทรทัศน์ดาวเทียมให้ชมอย่างหลากหลายอยู่แล้ว หากเนื้อหาของทีวีดิจิตอลช่องใหม่ๆ ไม่โดนใจจริงๆ แล้วล่ะก็ ความตื่นตัวในการรับชมช่องใหม่ๆ คงมีไม่มากนัก

ในด้านของคุณภาพของสัญญาณแล้ว แน่นอนว่าทีวีดิจิตอล จะมีความคมชัดมากกว่าทีวีในระบบอะนาล็อกหลายเท่านัก รวมทั้งระบบเสียงก็จะดีกว่าด้วยเช่นกัน แต่นั่นคงไม่ได้สำคัญไปกว่าคุณภาพของเนื้อหารายการที่จะถูกนำเสนอในช่องทีวีดิจิตอลใหม่ทั้ง 24 ช่อง

แน่นอนว่า สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีในระบบอะนาล็อกเดิมทั้ง 6 ช่อง ซี่งจะมีการออกอากาศในช่องดิจิตอลด้วยนั้น จำเป็นจะต้องปรับปรุงเนื้อหาและรูปแบบรายการให้สามารถแข่งขันกับช่องใหม่ๆ ขณะที่ช่องใหม่ๆ ที่ก้าวเข้ามาเป็นฟรีทีวีในระบบดิจิตอลก็ต้องพยายามนำเสนอเนื้อหาและรูปแบบรายการที่แตกต่างไปจากรายการในทีวีช่องเดิมๆ

ดังนั้น นอกจากผู้ชมโทรทัศน์จะได้พบกับรายการที่มีเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ เป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่ผู้ชมน่าจะสัมผัสได้แน่นอนคือ เนื้อหาของรายการข่าวที่จะมีความหลากหลายมากขึ้น เพราะคนทำข่าวในทีวีดิจิตอลจะหลุดพ้นจากพันธนาการทางการเมืองที่เคยครอบงำอยู่ในทีวีอะนาล็อกที่เป็นของหน่วยงานรัฐ หรืออยู่ภายใต้สัมปทานของหน่วยงานรัฐ

รายงานข่าวเชิงสืบสวนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและพรรคการเมือง น่าจะปรากฏให้เห็นมากขึ้น เว้นแต่อิทธิพลทางการเมืองจะแผ่ขยายเข้ามาครอบงำภาคธุรกิจจนสามารถเข้ามากดดันการนำเสนอข่าวสารของทีวีดิจิตอล ดังที่เคยเกิดขึ้นกับสื่อหนังสือพิมพ์บางฉบับบางค่ายมาแล้ว

เริ่มทดลองออกอากาศ "ทีวีดิจิตอล" แล้ว คนดูได้อะไร?

ความอยู่รอดทางธุรกิจกับความเชื่อถือศรัทธาของผู้ชม จึงอาจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจะต้องเลือกในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะสองสิ่งนี้ ย่อมไม่สามารถไปด้วยกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะสามารถสร้างจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ให้ได้อย่างไร

เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การลงทุนอันมหาศาลในธุรกิจทีวีดิจิตอลนั้น จำเป็นที่จะต้องได้ผลตอบแทนทางธุรกิจที่คุ้มค่า ซึ่งผลตอบแทนนี้ย่อมมาในรูปแบบของรายได้จากค่าโฆษณาเป็นหลัก ซึ่งหากรายได้จากค่าโฆษณาถูกกำหนดโดยกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองแล้ว เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารเพื่อให้เกิดความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนจึงเป็นไปได้ยาก เมื่อนั้น ความนิยมในสถานีก็จะเสื่อมถอยลง และกลายเป็นสื่อที่รับใช้การเมืองในที่สุด...

ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
www.twitter.com/chavarong
chavarong@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้