วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ทางหลวง' เตือนผู้ขับขี่ช่วงสงกรานต์ ระวัง 10 เส้นทางอันตราย

'ทางหลวง' เตือนผู้ขับขี่ช่วงสงกรานต์ ระวัง 10 เส้นทางอันตราย

  • Share:

"กรมทางหลวง" เตือน 10 เส้นทาง ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางช่วงสงกรานต์ เผยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากขับรถเร็ว พร้อมประสาน ตร.ตั้งจุดสกัด วอนผู้ขับขี่ศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทาง...

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 57 นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยเส้นทาง 10 จุดบนทางหลวงทั่วประเทศ ที่กรมทางหลวงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยระบุว่า จากสถิติอุบัติเหตุบนทางหลวงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีที่ผ่านมา (2550-2556) พบว่า สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง คือ การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 49.78% การตัดหน้ากระชั้นชิด 13.64% เมาสุราในการระหว่างการเดินทาง 10.93% และสาเหตุอื่นๆ 25.65%

สำหรับ 10 เส้นทาง ที่ควรระมัดระวัง มีดังนี้ 1.ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงประตูน้ำพระอินทร์ - หนองแค (กม.60-67) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นทางตรง 10-12 ช่องจราจร (รวมทางขนานฝั่งละ 2 ช่องจราจร) บริเวณนี้ปริมาณการจราจรสูง และมีรถขนาดใหญ่วิ่งเป็นจำนวนมาก บางครั้งรถขนาดใหญ่ใช้ความเร็วสูงเกินกฎหมายกำหนด เกิดการตัดหน้ากระชั้นชิดบริเวณจุดเปิดเกาะกลาง 2.ทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงหน้าค่ายเพชรรัตน์ (กม.24-34) จ.สระบุรี เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขา มีโค้งหลายโค้งต่อเนื่องกัน และเป็นทางลาดชันลงเขา

3.ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงเขาพะวอ (กม.23-30) และดอยรวก (กม.64-70) จ.ตาก ทั้ง 2 ช่วง เป็นทางที่ตัดผ่านภูเขาที่มีความคดเคี้ยวและลาดชัน รวมทั้งสภาพเป็นป่ารกทึบ ประกอบกับเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งไปยังประเทศพม่า ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปริมาณการจราจรมาก 4.ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงสะพานพ่อขุนผาเมือง (กม.347-375) จ.เพชรบูรณ์ บริเวณนี้เป็นทางลงเขาลาดชัน ยาวประมาณ 3 กม. เป็นทางโค้งรูปตัวเอส (S) ต่อเชื่อมกับสะพานคอนกรีต ข้ามทางระหว่างเขา ถนน 2 ช่องจราจร สะพานอยู่ระหว่างโค้ง (โค้งมีรัศมี 200 เมตร) ช่วงบริเวณสะพานเป็นเหวลึก กว่า 50 เมตร

5.ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วง อ.พรหมบุรี (กม.77– 82) จ.สิงห์บุรี เนื่องจากเป็นถนนทางตรง ขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเปิดเกาะกลางกลับรถรอเลี้ยว ที่ กม.77+500, 78+000, 78+600, 80+340 และรถมักวิ่งด้วยความเร็วสูง หรือประชาชนอ่อนเพลียจากการขับรถในระยะทางไกล ผู้ขับขี่หลับใน รวมถึงมีการตัดหน้ากระชั้นชิด 6.ทางหลวงหมายเลข 35 บริเวณสะพานแม่น้ำท่าจีน (กม.28–32) จ.สมุทรสาคร เป็นเส้นทางเข้าเมืองสมุทรสาคร และไป อ.กระทุ่มแบน เป็นย่านชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม มีปริมาณการจราจรสูงและรถใช้ความเร็วสูง ประกอบกับเป็นทางโค้งและมีจุดเข้า-ออกทางขนานหลายแห่ง อีกทั้งรถจักรยานยนต์มักจะวิ่งย้อนศรบนสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

7.ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงอุทยานแห่งชาติทับลาน (กม.42-45) จ.ปราจีนบุรี เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขา ที่มีความคดเคี้ยวและลาดชัน มีรถบรรทุกหนักจำนวนมากวิ่งผ่าน ซึ่งรถเหล่านี้จะเคลื่อนตัวได้ช้าเมื่อวิ่งขึ้นเขา จึงเกิดการแซงกันของรถขนาดเล็กในระยะคับขัน ขณะเดียวกัน รถบรรทุกและรถสัญจรโดยส่วนใหญ่ขณะขับลงเขามักจะใช้ความเร็วเกินกำหนด เมื่อมีสถานการณ์เฉพาะหน้า คับขัน จะทำให้การควบคุมรถเป็นไปด้วยความยากลำบาก 8.ทางหลวงหมายเลข 225 ช่วงทางลงเขาพังเหย (กม.181–185) จ.ชัยภูมิ บริเวณนี้เป็นทางโค้ง และเป็นทางลาดชันสูง

9.ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงโค้งหนองหญ้าปล้อง (กม.365+013–365+113) และช่วงโค้งสายเพชร (กม.389+700-390+000) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นถนนสายหลักลงสู่ภาคใต้ เป็นทางโค้งต่อเนื่อง และมีจุดกลับรถอยู่ในบริเวณใกล้เคียง รถสัญจรด้วยความเร็วสูง 10.ทางหลวงหมายเลข 4197 ช่วงโค้งบางโสก (กม.5+400–8+680) จ.พังงา เป็นทางโค้งลาดชันลงเนิน

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มักพบว่าช่วงวันแรกๆ ของการเดินทางปริมาณรถจะหนาแน่นในฝั่งขาออก แต่ถนนจะโล่งในฝั่งขาเข้า และในทางกลับกัน เมื่อประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถจะหนาแน่นในฝั่งขาเข้า รถจะโล่งในฝั่งขาออก ทำให้รถจะวิ่งด้วยความเร็วสูง เพราะถนนโล่ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กรมทางหลวงจึงได้ประสานงานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรในพื้นที่ ตั้งจุดสกัดบนทางหลวง พร้อมขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนระมัดระวังการเดินทางด้วย

สำหรับมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจราจร ใน 10 เส้นทาง ได้เตรียมพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อาทิ ติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบเคลื่อนที่ บริเวณที่มีปริมาณการจราจรมาก เพื่อรายงานสภาพการจราจร การติดตั้ง พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน และประสานกรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด ในการแจ้งเตือนผู้ขับรถโดยสารและรถบรรทุกให้ระมัดระวังในการเดินทางบนทางหลวง ในช่วงเส้นทางที่มีความลาดชันเกิน 7% และที่เป็นทางโค้งต่อเนื่องระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร เป็นต้นไป และขอความร่วมมือให้หยุดวิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ยังย้ำด้วยว่า ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางศึกษาเส้นทางก่อนการออกเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง พักผ่อนให้เพียงพอ และหากรู้สึกง่วงขณะขับรถให้จอดแวะพักในจุดบริการของกรมทางหลวง รวมทั้งต้องไม่ขับขี่ขณะมึนเมา และที่สำคัญขอให้เคารพกฎจราจร กฎหมายอย่างเคร่งครัด หรือหากมีปัญหาในการเดินทาง โทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1586 กรมทางหลวงฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้