วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาดวันนี้ กู้เรือจม ต้นเหตุมลพิษปากอ่าวมหาชัยได้

โดย mythairath

คาดวันนี้ สามารถกู้เรือที่จม ต้นเหตุทำเกิดคราบน้ำมัน สร้างมลพิษปากอ่าวมหาชัยได้ ขณะที่ล่าสุด ตำรวจ สภ.โคกขาม รู้ตัวเจ้าของเรือแล้ว พร้อมเตรียมดำเนินคดี...

วันนี้ (9 เม.ย.57) เวลา 09.00 น. ความคืบหน้าเรือบรรทุกกากน้ำมันจมลงบริเวณปากอ่าวมหาชัย จ.สมุทรสาคร ล่าสุด นายคณกร พลายรักษา อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร รองประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงพันท้ายนรสิงห์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้เรือที่จม ได้มีหน่วยงานราชการประสานความร่วมมือกันในการกู้แล้ว แต่ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา มีคลื่นลมแรง แต่คาดว่าวันนี้จะพยายามให้จบให้ได้ และจะพยายามปิดวาล์วไม่ให้น้ำมันรั่วไหลออกมาเพิ่ม โดยวิธีการกู้เรือนั้น จะเอาผู้ชำนาญการมากู้ โดยจะคำนวณและเอาถังน้ำมันมาจมดูว่าน้ำหนักเรือกี่ตัน และจะได้นำถังทำเป็นทุ่นโดยการอัดลมเข้าไปในถังเพื่อให้เรือลอยขึ้นมา และเมื่อเรือลอยขึ้นมา ก็จะเอาเรืออีกลำเทียบเพื่อทำการดูดน้ำมันออกมา

นายคณกร กล่าวต่อว่า ผลกระทบในขณะนี้ ตนยังไม่รู้ว่าเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ บ่อหอยแครงเดือดร้อนแน่ เพราะเมื่อมีการระบายน้ำออกและไม่สามารถเอาน้ำเข้าไปเนื่องจากมีคราบน้ำมัน จะทำให้ถูกแสงแดด ซึ่งจะมีผลกระทบแน่นอนแต่ทางด้านหอยแมลงภู่ต้องรอดูก่อน ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะมีหอยเลี้ยงประมาณ 1 พันไร่ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ติดต่อกันในตำบลโคกขาม ตำบลพันท้ายนรสิงห์ และเขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งถือว่าเชื่อมต่อเป็นทะเลเดียวกัน แต่การเกิดเหตุครั้งนี้ ก็ถือว่าโชคดี เพราะหลังเกิดเหตุ ลมได้เกิดเปลี่ยนทาง จึงได้พัดเอาคราบน้ำมันไปที่ทะเลลึก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้ใช้สารเคมีสารลดแรงตึงผิว เพื่อที่จะช่วยให้คราบน้ำมันถูกย่อยสลายไปในแสงแดด โดยคาดว่าน่าจะเป็นปกติในเร็ววันนี้

ส่วนทางด้านนายวรพล ดวงล้อมจันทร์ ประธานกลุ่มรักษ์อ่าวไทยตอนบน จังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวว่า จริงๆ แล้วเหตุการณ์แบบนี้ทางเครือข่ายอ่าวไทยและตะวันออก ได้รับรู้เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว เกิดซ้ำๆ มาหลายครั้ง และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หน่วยงานรัฐก็ออกมาแก้ไข แต่ทางเราถือว่ามันเป็นปลายเหตุแล้ว เราเห็นว่า การขนถ่ายมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ยิ่งมีผลกระทบกับระบบนิเวศ ให้มีความระมัดระวังมากว่านี้ เวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้วมันแก้ไขยาก อย่างระบบนิเวศหาดโคลน มันเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ง่ายมาก หากมีสิ่งใดมากระทบ สารเคมีโมเมนตัมต่างๆ เข้ามาหาชายฝั่ง สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ง่ายแม้กระทั่งทำลายตัวเอง เราถึงรวมกลุ่มขึ้นมาเพื่อปกป้อง หากจะต้องมีกิจกรรมใดๆ ที่จะต้องผ่านชายฝั่ง อยากให้เพิ่มความระมัดระวังมากกว่านี้ หน่วยงานรัฐอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ไม่ควรปล่อยปละละเลยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

โดยหากในอนาคต มีการลักลอบขุดเจาะน้ำมันเกิดขึ้นจริง อาจทำให้เกิดวิกฤติ ที่ก่อให้เกิดการทำลายล้าง ต้นทุนทางอาหารของชายฝั่ง ความรู้สึกการแก้ปัญหา ก็ยังแก้ไม่หมด การกู้เรืออันที่จริงต้องรีบกระทำ อย่าปล่อยให้คราบน้ำมันลอยขึ้นมาแบบนี้ เปรียบเหมือนตอนนี้เราไปไล่กวาดบ้าน แต่ว่ากองสกปรกยังไม่ได้ถูกกำจัด พอเจอลมฝุ่นก็ฟุ้ง น่าจะมีเรือใหญ่ของทางราชการหรือกองทัพเรือก็ได้ ใช้เบสกู้เรือดึงขึ้นมา

และที่สำคัญ จนถึงขณะนี้ เรายังไม่รู้ว่าเลยว่า เจ้าของเรือคือใคร จึงไม่น่าแปลก ที่จะมีการตั้งข้อสงสัยในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่หากมีความบริสุทธิ์ใจจริง เจ้าของเรือก็ควรออกมาให้ข้อมูลกับสังคม ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเอง ก็ควรที่จะเร่งสืบหาความจริงในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ พ.ต.ท.ทวีป เงินดี พนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม เจ้าของคดี เปิดเผยว่าเรือดังกล่าวชื่อเรือนภสินธิ์ จากการตรวจสอบใบทะเบียนเรือทราบว่าเจ้าของคือนายมนัส นาควิเศษ อยู่บ้านเลขที่ 29/1 ม.3 ต.ท่านั่ง อ.โพทะเล จ.พิจิตร โดยขณะนี้ได้มีทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคมาแจ้งความในเรื่องของ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย และก็มีทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร ได้แจ้งความเรื่องที่ทางเรือปล่อยคราบน้ำมันทำให้สัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งได้รับความเสียหาย ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านก็จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบชาวประมงในหมู่บ้านอีกครั้งว่าใครมีความเสียหายอย่างไรบ้าง และจะได้มาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

คาดวันนี้ สามารถกู้เรือที่จม ต้นเหตุทำเกิดคราบน้ำมัน สร้างมลพิษปากอ่าวมหาชัยได้ ขณะที่ล่าสุด ตำรวจ สภ.โคกขาม รู้ตัวเจ้าของเรือ แล้ว พร้อมเตรียมดำเนินคดี... 9 เม.ย. 2557 14:59 ไทยรัฐ