วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธาริตเด้งรับเล่นงานกํานัน เป็นกบฏรอบ2

กวาดพร้อมแกนนำ ระเบิดลงมหาดไทย ‘การ์ด’บาดเจ็บ2ราย ม็อบเยือนยุติธรรม มีบรรยากาศชื่นมื่น

ดาหน้าถล่ม “เทือก” ตั้งตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ “ยิ่งลักษณ์” ข้องใจใช้ ก.ม.ไหนมาอ้าง เชื่อ ผบ.ทบ.รู้ดีต้องจัดการอย่างไร ทูตสหรัฐฯหารือนายกฯห่วงการเมืองไทย อยากเห็น 2 ฝ่ายเจรจา “ปึ้ง” ได้ทีฟ้องโมเดล “สุเทพ” เล็งยัดข้อหากบฏรอบ 2 “พร้อมพงศ์” ลุยยื่นดีเอสไอตามนัด “ธาริต” เด้งรับทันควันจ่อฟันแกนนำทั้งคณะ พท.ออกแถลงการณ์เฉ่งยับฉีก รธน.-ละเมิดสถาบัน ลุยแจ้งความทั่วประเทศ ตท.10 ปูดรัฏฐาธิปัตย์คิดไว้นานแล้วก่อนปฏิวัติ 49 เสื้อแดงบี้ “ประยุทธ์” แสดงจุดยืนให้ชัด “สุเทพ” นำมวลชน กปปส.เคลื่อนไป ยธ. ขรก.แห่ต้อนรับคึกคัก ชวนออกมาร่วมไล่รัฐบาล ตูมสนั่นข้างกระทรวงมหาดไทย การ์ดสหภาพแรงงาน เจ็บ 2 แขนฉีก อีกคนหูดับ เชื่อขว้างป่วนจากระยะไกล

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศตั้งตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ล่าสุดคนในฝ่ายรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ชักแถวกันออกมาถล่มแหลก พร้อมฟ้องร้องดำเนินคดี

ทูตสหรัฐฯพบ “ปู” ห่วงการเมืองไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชียแปซิฟิก นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย พร้อมคณะ โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมหารือด้วย จากนั้นนายสุรพงษ์กล่าวว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯได้นำหนังสือของนายจอห์น
แคร์รี่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ในนามรัฐบาลสหรัฐฯมายื่นให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองไทย และไม่ต้องการให้มีการยึดอำนาจ สหรัฐฯยังสนับสนุนให้ไทยเดินแนวทางประชาธิปไตย ใช้การเจรจาแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดความรุนแรง วุ่นวาย ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือก–สุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์นั้น เรื่องนี้ชัดเจนว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ตนได้หยิบประเด็นนี้มาหารือเพื่อให้สหรัฐฯทราบแนวคิดของผู้ชุมนุม กปปส. ภายใต้การนำของนายสุเทพ ที่จะยึดอำนาจ ตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสภาประชาชนด้วยตนเอง

“ปึ้ง” ประจานโลกโมเดลรัฏฐาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำของนายสุเทพถือว่าเป็นกบฏหรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า แน่นอนจะคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ข้าราชการและกองทัพควรคิดให้หนักในสิ่งที่นายสุเทพให้เลือกข้าง พยายามดึงมาเป็นเครื่องมือ องค์กรอิสระก็ต้องคิดให้รอบคอบ ตนได้แปลคำแถลงการณ์ของนายสุเทพที่ประกาศเมื่อวันที่ 5 เม.ย. บนเวที กปปส. แบบคำต่อคำ วันนี้จะส่งไปให้ทูตทุกประเทศที่ประจำอยู่ประเทศไทย ซึ่งเบื้องต้นได้เล่าสถานการณ์ให้ทูตทุกประเทศฟังหมดแล้ว นอกจากนี้ตนจะนำเข้าไปหารือในที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่าจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง จัดการกับนายสุเทพได้อย่างไร ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด นายสุเทพและพวกถูกตั้งข้อหาเป็นกบฏจากพฤติกรรมที่ผ่านมา วันนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำการเป็นกบฏชัดเจนมากยิ่งขึ้น อาจเป็นกบฏรอบสอง

สหรัฐฯห่วงธุรกิจพังจี้ 2 ฝ่ายเจรจา

ด้านนายแดเนียลกล่าวว่า ประเทศไทยกับสหรัฐฯถือเป็นเพื่อนที่มีความสัมพันธ์ร่วมกันมายาวนานที่มาในวันนี้นั้นก็มาพูดคุยเรื่องสถานการณ์การเมือง ซึ่งสหรัฐฯยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่สิ่งที่มีความเป็นห่วงคือเรื่องธุรกิจ ที่ปัจจุบันสหรัฐฯเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น บางอย่างเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และความมั่นคงของประชาธิปไตยในไทย และความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยความมั่นคงของไทยส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ จึงอยากเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากัน มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสัมพันธ์ของนานาชาติเป็นหลัก

“ปู” ถามใช้ ก.ม.ไหนตั้งรัฏฐาธิปัตย์

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ร.ร.นายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศตั้งรัฏฐาธิปัตย์ว่า ถ้าตั้งรัฏฐาธิปัตย์ภายใต้กรอบของกฎหมายก็คงจะไม่มีคำถาม ตามหลักภายใต้กรอบกฎหมายผู้ปฏิบัติ หน้าที่นายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่ในการทูลเกล้าฯถวายเรื่องคณะรัฐมนตรี ต้องมีสภานิติบัญญัติ วันนี้ตนต้องยึดกฎหมาย ถ้าบ้านเมืองไม่มีกฎหมายแล้วเราจะตอบนานาประเทศได้อย่างไร เราไม่อยากเห็นใครก็ได้สามารถตั้ง ครม. และสภานิติบัญญัติ ปกครองบริหารประเทศได้ การยอมรับการให้ความเชื่อถือของนานาประเทศเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้อยากให้ประชาชนพูดคุยช่วยกันหาทางออกอย่างสันติ

เชื่อ “ประยุทธ์” รู้จุดยืน–มีคำตอบในใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หรือยัง หลังจากนายสุเทพประกาศตั้งรัฏฐาธิปัตย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า เชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผบ.ทบ.และในฐานะรองประธาน กอ.รมน.จะมีจุดยืนของตัวเอง รู้ว่าควรจะปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ฝ่ายความมั่นคงต้องปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน คงไม่ต้องถาม ผบ.ทบ. คิดว่าคงมีคำตอบในใจอยู่แล้ว เมื่อถามว่า คปท.ที่ชุมนุมปักหลักอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาล ใช้อาวุธหนักอาวุธร้ายแรง จะสั่งให้ทหารช่วยเคลียร์หรือไม่ นายกฯตอบว่า วันนี้การดูแลทำเนียบฯทาง ศอ.รส.ได้มอบหมายให้กองทัพบกดูแลสถานที่ เชื่อว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ทหารที่ทำงานร่วมกันภายใต้ ศอ.รส. จะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า ขณะนี้คิดว่าประเทศป่วยนานเกินไปหรือไม่ ต้องใช้ยาแรงขนานไหนที่จะช่วยแก้ปัญหาซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ้มแต่ปฏิเสธตอบคำถาม

พท.ยื่นดีเอสไอฟัน “เทือก-กปปส.”

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นำซีดีบันทึกการปราศรัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เมื่อวันที่ 5 เม.ย. มายื่นต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีนายสุเทพ กับพวกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 เนื่องจากประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ จะแต่งตั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ และจะเป็นผู้รับสนองบรมราชโองการเอง โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การที่นายสุเทพออกมาพูดในลักษณะนี้ต้องมีการวางแผน มีผู้อยู่เบื้องหลัง และทำกันเป็นขบวนการ ถือเป็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ ภายในสัปดาห์นี้จะเดินทางไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเอาผิดกับนายสุเทพและพวกด้วย

“ธาริต” รับลูกทันควันจ่อเล่นทั้งคณะ

นายธาริตกล่าวว่า เรื่องนี้ดีเอสไอ สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้รวบรวมข้อมูลและติดตามมาโดยตลอด หลังจากนี้จะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจสอบคำปราศรัยและพฤติการณ์ทั้งหมด เนื่องจากก่อนที่นายสุเทพจะออกมาปราศรัยมีการประชุมร่วมกับแกนนำคนอื่นๆ และยังเป็นมติของที่ประชุมด้วย จึงถือว่าผูกพันกับแกนนำทุกคน ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวนายสุเทพคนเดียว ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้สั่งให้นำคลิปคำปราศรัยทั้งหมดเข้าพิจารณาในที่ประชุม ศอ.รส.ด้วย ส่วนตัวมองว่า นายสุเทพและแกนนำ กปปส.มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และยังเป็นความผิดต่อเนื่องเพราะนายสุเทพและแกนนำ กปปส.มีความผิดฐานกบฏอยู่แล้ว

ศอ.รส.สั่งถอดคำปราศรัย “เทือก”

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส. น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงาน ศอ.รส.แถลงผลการประชุม ศอ.รส.ว่า ศอ.รส.ขอบคุณประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมกับ กปปส.และ นปช.โดยสงบ ไม่มีการปะทะกัน ส่วนการชุมนุมที่คาดว่าจะจัดขึ้นอีกช่วงหลังสงกรานต์ ศอ.รส.จะบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและพลเรือนเพื่อดูแลความสงบ อย่างไรก็ตาม ขอประณามคปท.จากเหตุยิงนายทหารจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย สำหรับกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยประกาศจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลและรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯนั้น เมื่อพิจารณาถ้อยคำดังกล่าว ประกอบพฤติการณ์อื่น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านายสุเทพกับพวกมีเจตนาล้มล้างการปกครองและมีความผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 ดังนั้น ศอ.รส.จึงได้กำชับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำพฤติการณ์และถ้อยคำมาเป็นพยานหลักฐานการดำเนินคดี เร่งรัดดำเนินคดีกับนายสุเทพและแกนนำ กปปส.ทั้ง 58 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏและความผิดอื่นๆ ซึ่งศาลอาญาได้ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏแล้ว

ห่วงปาก “สุเทพ” จุดชนวนขัดแย้ง

น.ส.สิริมากล่าวว่า ศอ.รส.ยังมีความกังวลอย่างยิ่งว่าคำพูดนายสุเทพจะสร้างความขัดแย้งจนเผชิญหน้ากัน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว ศอ.รส.จึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมาบนหลักความยุติธรรม เพื่อลดความขัดแย้งวุ่นวายที่เกิดขึ้นและทำให้ประเทศชาติกลับสู่สภาวะปกติ

“เฉลิม” เย้ย “เทือก” ทำ ปชป.วายวอด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ในที่สุดนายสุเทพก็เปิดเผยพฤติกรรมที่แท้จริงว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวมาทั้งหมดมีคนกำกับอยู่เบื้องหลัง ไม่อยากใช้คำพูดว่าโง่ นายสุเทพจะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้อย่างไร การแสดงออกมาเช่นนี้ถือว่าเป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ข้อหากบฏก็ชัด พอพูดเรื่องรัฏฐาธิปัตย์อีกตอนนี้จึงเรียกว่าเติมเต็ม ทำงานง่ายขึ้น พยานหลักฐานไม่ต้องหา แค่ถอดเทปคำปราศรัยที่พูดเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ก็จบ ขั้นตอนรายละเอียดนายสุเทพสารภาพสิ้น วันนี้นายสุเทพฆ่าตัวตาย และจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ฉิบหายไปด้วย มาเรียกร้องแบบนี้ไม่สำเร็จหรอกถ้ากองทัพไม่เอาด้วยก็จบ ฝันค้าง

มั่นใจชุมนุมใหญ่ 2 ม็อบไม่ปะทะ

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ส่วนการนัดชุมนุมใหญ่พร้อมกันของกลุ่ม นปช.และ กปปส.นั้นหากตนยังเป็น ผอ.ศอ.รส.เชื่อว่าจะไม่มีเหตุปะทะ ตอนนี้นายสุเทพมีหน่วยขึ้นตรงคือ คปท.เป็นกองกำลังติดอาวุธ ตนกำลังตามพวกที่วางระเบิดรถยกของตำรวจ ขณะนี้ได้เบาะแสแล้ว และจะให้ทหารเข้าไปช่วยดูแล ตรวจตราค้นอาวุธกลุ่ม คปท.และทุกพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง

พท.ปลุกต้าน “เทือก” ตั้งรัฏฐาธิปัตย์

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการกิจการพรรค นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ร่วมกันอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย โดยนายโภคินกล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศเมื่อวันที่ 5 เม.ย.57 ตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เพื่อเสนอทูลเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯคนกลาง ถือเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังนี้ 1.เป็นการทรยศต่ออำนาจปวงชนชาวไทยและพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 เพราะนายสุเทพไม่ใช่รัฐสภา ครม. หรือศาล แต่เป็นกบฏซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา113 และ 116 2.เป็นการทรยศต่อระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2 ที่บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำและการประกาศของนายสุเทพจึงเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญมาตรา 2 และ มาตรา 6 ที่บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

เฉ่งยับฉีก รธน.–ละเมิดสถาบัน

นายโภคินกล่าวว่า 3.เป็นการล่วงละเมิดพระ–ราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 ที่บัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และรัฐธรรมนูญมาตรา 195 บัญญัติว่า บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้น ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจึงได้แก่ รัฐมนตรีหรือบุคคลอื่นที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น การที่นายสุเทพกำหนดตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์จึงเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ ล่วงละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างชัดแจ้ง 4.ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ต่อต้านและพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยและอำนาจปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69 ที่บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใดๆที่ให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

บี้รัฐบาล–กกต.เร่งออกกฤษฎีกา ลต.

นายโภคินกล่าวว่า ประชาชนที่รักประชาธิปไตยมีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีต่อการกระทำของนายสุเทพ พรรคเพื่อไทยจะทำทุกวิถีทางตามกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพื่อรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้ประชาชน หน่วยงานรัฐใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69 มาตรา 70 ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อต้านนายสุเทพอย่างเข้มแข็ง อย่ากลายเป็นเครื่องมือของนายสุเทพ รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ อย่าร่วมมือหรือสมคบคิดกับนายสุเทพ เพราะจะเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประ– ชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคเพื่อไทยเห็นว่าทางออกของประเทศเพื่อให้การใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์เป็นไปโดยถูกต้อง คือการเลือกตั้ง ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 9/2549 วันที่ 8 พ.ค.49 จึงเรียกร้องให้ กกต. และรัฐบาลรีบตราพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่โดยด่วน

ศิษย์เก่า ตท.จี้ทหาร-ตร.ชักตะบอง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย อดีตเตรียมทหารรุ่น 10 นำโดย พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี อ่านแถลงการณ์ โดยอ้างในนามศิษย์เก่านักเรียนเตรียมทหารรุ่นต่างๆที่เกษียณอายุราชการ และยังรับราชการอยู่ ถึงกรณีนายสุเทพประกาศตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ว่า ที่ผ่านมาเราเห็นด้วยกับการประกาศอย่างแข็งกร้าวของ ผบ.ทบ.ในการจัดการกับมวลชนบางกลุ่มที่แสดงออกถึงการแบ่งแยกดินแดน แต่กรณีนายสุเทพประกาศให้ตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ จะนำรายชื่อนายกฯและ ครม.คนกลางขึ้นทูลเกล้าฯ แสดงออกชัดเจนว่าเป็นกบฏต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา–กษัตริย์เป็นประมุข เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ถือเป็นการบีบบังคับให้พระองค์ท่านมีพระบรมราชวินิจฉัย เป็นการหมิ่นพระ– บรมเดชานุภาพ จึงขอเรียกร้องให้ ผบ.เหล่าทัพ และ สตช.แสดงท่าที และปฏิบัติเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

จากนั้นช่วงเย็น พล.อ.ไตรศักดิ์นำอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่ บช.น. ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีนายสุเทพ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราที่ 108, 111 และ 112 เบื้องต้น บช.น.พิจารณาแล้วเห็นว่าความผิดเกิดขึ้นในท้องที่ของ บก.น.5 จึงส่งเรื่องไปให้ทำการสอบสวนต่อไป

ปูดรัฏฐาธิปัตย์คิดไว้ก่อนปฏิวัติ 49

พล.ท.มนัส เปาริก อดีตเตรียมทหารรุ่น 10 กล่าวว่า การประกาศยึดอำนาจและตั้งรัฏฐาธิปัตย์ว่าเป็นไปตามเอกสารที่ชื่อว่ายึดอำนาจรัฐเพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยประชาชน ซึ่งมีการแจกจ่ายให้ผู้บังคับหน่วยในกองทัพบกเมื่อปี 2551 แต่คาดว่าร่างขึ้นก่อนปี 2549 ที่มีการรัฐประหาร การดำเนินการของ กปปส.วันนี้ เหมือนกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร และม็อบของ พล.อ.บุญเลิศ แก้ว–ประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ทั้งนี้ แผนดังกล่าวดำเนินการเป็นบันไดสามขั้น ขั้นแรกยึดทำเนียบรัฐบาล ขั้นที่ 2 ขับไล่รัฐบาลออกไปโดยใช้กลไกองค์กรอิสระ และขั้นที่ 3 ระดมประชาชนนับล้านคน เพื่อขอประชามติตั้งรัฐบาลแห่งชาติเฉพาะกาล จะเห็นได้ว่าแผนสุดท้ายคือการปิดประเทศเป็นเวลา 3 ปี ที่ผ่านมายังไม่สามารถเดินไปสู่ขั้นที่ 3 ได้ แต่คาดว่า กปปส.จะดำเนินการได้สำเร็จ

ตั้ง 31 ผู้บริหารครอบงำประเทศ

พล.ท.มนัสกล่าวว่า น่าสนใจว่าในเอกสารดังกล่าวหลายหน้าได้เขียนไว้ว่าการดำเนินการต่างๆให้ปรึกษาการปฏิบัติได้กับบุคคลสำคัญหลายคน ทั้ง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และอดีต ผบ.ทอ. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าคณะสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 นอกจากนี้ยังได้เขียนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารประเทศ มีการตั้งฝ่ายนิติบัญญัติจำนวน 250 คน คัดเลือกจากแต่ละวิชาชีพ ตั้งคณะผู้บริหารจำนวน 31 คนที่สามารถขับเคลื่อนการบริหารประเทศได้

ลุยแจ้งความทั่ว ปท.เอาผิด “สุเทพ”

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนกลาง เข้าข่ายทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และ 116 ข้อหากบฏ และจาบจ้วงสถาบัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะให้สมาชิกพรรคแจ้งความเอาผิดนายสุเทพทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า

“เต้น” จี้ ผบ.ทบ.แสดงจุดยืนให้ชัด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช. กล่าวว่า การปราศรัยของนายสุเทพที่ประกาศเป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นคนป่วยต้องพบจิตแพทย์ สิ่งที่นายสุเทพพูดจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากกองทัพที่ออกมายึดอำนาจเท่านั้น เพราะไม่มีประชาชนคนใดยอมให้นายสุเทพถือนกหวีดไปฉีกรัฐธรรมนูญ และยึดอำนาจของประชาชนไว้ที่คนคนเดียว ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่กองทัพต้องออกมาแสดงท่าทีหรือตอบคำถามเรื่องนี้ว่า ที่ได้มีการตกลงหรือมีสัญญาณว่า กปปส.จะได้รับความร่วมมือจากกองทัพหรือไม่ ถ้านายสุเทพทำสำเร็จ ผบ.ทบ.จะยินยอมให้นายสุเทพ สถาปนาตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งรัฐใช่หรือไม่ ผบ.ทบ.ยินดีที่จะไปรายงานตัวตามคำสั่ง นำกองทัพของชาติไปอยู่ใต้อำนาจของนายสุเทพอย่างไม่มีเงื่อนไขใช่หรือไม่ คำตอบของกองทัพจะมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อเป้าหมายทางการเมืองของนายสุเทพ

รับคำท้านับหัวมวลชนใครแพ้เลิก

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนการนัดชุมนุมนั้นมีความชัดเจนแล้วว่า ทั้ง 2 ฝ่ายรอการชุมนุมในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯและ ครม.จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถ้าศาลวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง นปช.จะออกมาแสดงพลังโดยผู้ชุมนุมไม่ต้องรอฟังแกนนำ และถือว่าเป็นครั้งแรกที่องค์กรอิสระมีส่วนร่วมในการกำหนดวันชุมนุมใหญ่ทางการเมือง เราไม่กังวลจะเกิดความรุนแรงหรือเผชิญหน้ากัน นปช.จะประกาศให้ชัดว่าจะชุมนุมอยู่ในจุดหนึ่ง ส่วน กปปส.อยู่อีกจุด นปช. ไม่มีแนวคิดที่จะเคลื่อนขบวนเข้าไปใกล้การชุมนุมของ กปปส. และจะไม่ไปชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญ สถานที่การชุมนุมดูไว้หลายจุดทั้ง กทม.และปริมณฑล แต่ยังไม่ประกาศเป็นทางการ นปช.ยินดีรับคำท้าเดิมพัน ถ้ากลุ่มของนายสุเทพมีคนมาน้อยกว่าต้องเก็บนกหวีดแล้วกลับบ้านไป เลิกขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ถ้า นปช.มาน้อยกว่าต้องยอมรับและยุติบทบาท หวังว่านายสุเทพจะไม่เปลี่ยนคำพูดภายหลัง

“จตุพร” ลั่นสู้ตาต่อตาฟันต่อฟัน

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวภายหลังการประชุมแกนนำ นปช.ว่า หากนายสุเทพประกาศสถานที่ชุมนุมคืนนี้ นปช.ก็จะประกาศด้วยเช่นกัน และหากคนของฝั่งนายสุเทพมาน้อย ขอให้สาบานว่าหยุดชุมนุม ให้เอาคณะกรรมการกลางขึ้นมาสักชุดมาวัดพื้นที่ ตนแพ้จะกราบเท้าสุเทพ แต่ถ้าสุเทพแพ้ให้มากราบเท้าประชาชนคนเสื้อแดง ระหว่างทางกลับก็แวะไปมอบตัวคดีฆ่าคนเสื้อแดงด้วย คนเสื้อแดงต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้ แต่ประชาชนสองข้างต้องไม่ปะทะกัน สมมติถ้าฝั่งคนเสื้อแดงจะเอาถนนอักษะ ขึ้นไปถึงบรมราชชนนีแล้วให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นตัวกั้นกับอีกฝั่ง แล้วสุเทพจะเอาที่ไหนก็เอา แต่ฝากว่าอย่าจองที่ไว้เยอะเพราะถึงยังไงคนก็ไม่มี

ทบ.เด้งเชือกจัดการ “สุเทพ”

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกว่า นายทหารระดับสูงในกองทัพบกได้มีการหารือถึงกรณีที่นายสุเทพพูดถึงการจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ หลังถูกฝ่ายการเมืองตั้งคำถามว่าเหตุใดกองทัพจึงไม่แจ้งความเอาผิดเหมือนกับกรณีที่แจ้งความเอาผิดกลุ่มคนเสื้อแดง โดยยังถกเถียงเรื่องภาษากฎหมาย และกรณีของนายสุเทพเห็นว่าเป็นเพียงการพูดว่าจะดำเนินการ ยังไม่มีการกระทำที่เป็นรูปธรรม ต่างจากกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีการติดแผ่นป้ายข้อความแบ่งแยกดินแดนชัดเจนในหลายพื้นที่ อีกทั้งยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ หรือใครไปแจ้งความดำเนินคดี กองทัพจึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคนดังกล่าว นอกจากนั้นกรณีนายสุเทพได้พูดปราศรัยในพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง อยู่ในความรับผิดชอบของ ศอ.รส. ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความดำเนินการกับนายสุเทพในข้อหากบฏไปแล้ว กองทัพจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปแจ้งความเอาผิด เพราะจะเกิดความซ้ำซ้อน

ระเบิดปลอมลอยน้ำป่วน คปท.

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.10 น. พบวัตถุต้องสงสัยลอยมาในคลองเปรมประชากร หน้าวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม การ์ด คปท.ที่อยู่บริเวณดังกล่าวจึงนำขึ้นมาวางไว้บนทางเท้า และแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่จุดบังเกอร์ในบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต จึงนำยางรถยนต์มาครอบวัตถุดังกล่าวไว้ ต่อมาเวลา 13.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) บช.น. ทำการเก็บกู้วัตถุต้องสงสัย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้น ร.ต.ต.สมศักดิ์ ภูแก้ว รองสารวัตรกลุ่มงานอีโอดี บช.น. เปิด เผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวมีการประกอบให้มีรูปแบบเหมือนวัตถุระเบิด เพราะมีการต่อวงจร และมีสะเก็ดระเบิด แต่เมื่อตรวจสอบพบเพียงกระป๋องสเปรย์พ่นสีหลายใบและตะปูที่ใส่ไว้ภายในกระป๋องถูกพันด้วยเทปกาว ไม่สามารถทำให้เกิดระเบิดได้เพราะไม่มีดินปืน จึงเชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังก่อกวน

แกนนำเผย 9 เม.ย. เริ่มลุยรุกคืบ

นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. กล่าว ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคิดว่าเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว และเป็นการก่อเหตุป่วนที่อุกอาจเพราะทำในเวลากลางวัน ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใด สำหรับการรักษาความปลอดภัยของ คปท.แม้จะเป็นไปอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่ก็จะมีการเพิ่มและปรับปรุงแนวบังเกอร์ให้มีความแข็งแรงขึ้นและหนาขึ้นกว่าเดิมด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไป คปท.จะเดินหน้าเคลื่อนไหวเชิงรุก มีเป้าหมายสอดคล้องกับ กปปส.ในการเชิญชวนข้าราชการให้ออกมาร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยพร้อมกับประชาชน

“สุเทพ” นำ กปปส.บุก ยธ.ปลัดฯรอรับ

ด้านความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการประ– ชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าบรรยากาศการชุมนุมที่สวนลุมพินีเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างคืนตื่นมาทำภารกิจส่วนตัว เตรียมพร้อมเดินทางออกไปชุมนุม กระทั่งเวลา 09.30 น. ผู้ชุมนุมรวมตัวกันที่หน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ที่มีการจัดรถสองแถว รถกระบะ รถบัสไว้ให้ ต่อมาเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำขบวนผู้ชุมนุมออกเดินทาง ใช้เส้นทางถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนด่านพระราม 4 โดยการ์ดรักษาความปลอดภัย ใช้กล้องส่องทางไกลดูตามตึกสูงที่อยู่ข้างๆ ทางด่วน โดยเฉพาะบริเวณทางด่วนเหนือวัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี จุดที่ ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ การ์ด คปท.ถูกยิงเมื่อวันที่ 1 เม.ย. มีการ์ดยืนรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากนั้นขบวนลงทางด่วนถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวขวาเข้าศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ถึงกระทรวงยุติธรรม เวลา 11.00 น. แกนนำได้นำผู้ชุมนุมขึ้นไปยังลานจอดรถชั้น 2 หน้าประตูกระทรวงยุติธรรม โดยมีทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 (ปตอ. พัน.5) ยืนทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหน้าประตู ขณะที่ภายใน นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงพร้อมผู้บริหารกระทรวง ยืนรอต้อนรับ

อ้อน ขรก.ร่วมต่อสู้เคียงข้าง

จากนั้นนายกิตติพงษ์ พร้อมด้วยนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ และ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระ- ทรวงยุติธรรม เชิญนายสุเทพ พร้อมแกนนำ เข้าหารือภายในห้องรับรองของกระทรวงยุติธรรม โดยนายสุเทพกล่าวว่า เจตนารมณ์การเดินทางมาเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันกับข้าราชการ และใช้ดุลพินิจตัดสินใจออกมาต่อสู้กับประชาชน เราจะปฏิรูประบบราชการไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือนักการเมือง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งวันใดที่ ป.ป.ช. ชี้มูลทุจริตโครงการจำนำข้าว หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐบาลกระทำขัดรัฐธรรมนูญ เราจะชุมนุมอีก ทั้งนี้ประชาชนจะทำสำเร็จได้หรือไม่ขึ้นอยู่ที่ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร หากถึงเวลาก็ต้องตัดสินใจ ต้องเลือกข้างระหว่างความดีและความชั่ว เลือกข้างเพื่อความอยู่รอดของประเทศ

เป่านกหวีดเชียร์-“สุเทพ” เขินสาวจุ๊บ

ต่อมานายสุเทพได้ขอหารือเป็นการส่วนตัวกับปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยข้าราชการและผู้บริหารระดับสูง ก่อนกินข้าวเที่ยงร่วมกัน จากนั้นนายสุเทพได้เดินออกจากห้องรับรอง ปรากฏว่ามีข้าราชการจำนวนมากมายืนรอขอถ่ายรูปคู่ พร้อมเป่านกหวีดให้กำลังใจ โดยข้าราชการหญิงคนหนึ่งขอหอมแก้มด้วย ทำให้นายสุเทพออกอาการเขินอาย กระทั่งเวลา 13.50 น. นายสุเทพขึ้นรถปราศรัยหน้ากระทรวงยุติธรรม ขอบคุณข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่ให้การต้อนรับและรายงานผลการหารือกับผู้บริหารกระทรวงฯ ต่อผู้ชุมนุมที่นั่งรอด้านหน้าว่า ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมทุกคน ยกเว้นนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ อยู่ข้างประชาชนหมดแล้ว ภายหลังปราศรัยเสร็จ นายสุเทพนำผู้ชุมนุมเดินไปเยี่ยมหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำเวทีแจ้งวัฒนะด้วย

“พุทธอิสระ” นัดเคลื่อนพลอีก

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พระพุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เผยว่า วันที่ 9 เม.ย.เวลา 09.00 น. พร้อมด้วย กปปส. ภาค 7+2 และมวลชน จะออกเดินทางไปหาเช่าที่ดินเพื่อให้ชาวนาที่ไม่มีที่ดินทำกินได้เช่าทำนาทำสวน แต่ยังไม่บอกว่าเป็นที่ใด และจะไปติดตามคดีที่ สตช. รวมทั้งจะไปฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เรื่อง จัดงานบวชให้สามเณร เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนมอบหมายให้พระมหาประสิทธิชัย ปณฑินโต เจ้าคณะตำบลโพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม ทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ ไม่ใช่ตนเป็นพระอุปัชฌาย์ แต่กลับมีการกล่าวหาจาก พศ. ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ยังจะไปทำกิจกรรมต่ออีก 2 ที่แต่ยังไม่บอกว่าเป็นที่ใด

พบบึ้มน้อยหน่าป่วนใกล้สวนลุมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวที กปปส. สวนลุมพินีว่า เมื่อเวลา 17.00 น. พบวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณประตู 6 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนราชดำริ ใกล้กับทางเข้าพื้นที่การชุมนุม กปปส. เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงเข้าไปตรวจสอบพร้อมประสานกับหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) นำยางรถยนต์ 3 เส้น ครอบวัตถุต้องสงสัย ก่อนตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดชนิดเอ็มเค 2 หรือเรียกว่าระเบิดน้อยหน่า ระเบิดดังกล่าวมีกระป๋องครอบอยู่อีกชั้นหนึ่ง ยังไม่มีการดึงสลักออก ทหารหน่วยอีโอดีจึงเก็บกู้นำไปตรวจสอบ

ระเบิดข้าง มท.การ์ดสหภาพฯเจ็บ 2

เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณสะพานช้างโรงสี ข้างกระทรวงมหาดไทย ถนนบำรุงเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อนายณรงค์ชัย ก้อนจันทึก อายุ 36 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณแขนซ้าย และนายปรมัด บุญ–จันทร์ อายุ 56 ปี มีอาการบาดเจ็บหูซ้ายอื้อ และมึนงงจากแรงอัดของระเบิด นำส่งไปยังโรงพยาบาลกลาง สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่เป็นการ์ดของสหภาพแรงงานที่มีหน้าที่ยึดกระทรวงมหาดไทย ระเบิดน่าจะเป็นชนิดขว้างที่ขว้างมาจากระยะไกลต้องการป่วน ทั้งนี้ตำรวจจะตรวจภาพวงจรปิดบริเวณโดยรอบหาบุคคลต้องสงสัยเป็นมือระเบิดครั้งนี้ต่อไป

กปปส.เปิด ยธ.ให้ ขรก.ทำงาน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ให้ สัมภาษณ์ถึงมาตรการเปิดกระทรวงต่างๆ ให้ข้าราช-การเข้าทำงานที่เริ่มวันที่ 8 เม.ย. ว่าจากการเคลื่อนไหวของ กปปส. ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เพื่อขอให้ข้าราชการเลิกรับใช้ระบอบทักษิณ เริ่มตั้งแต่ศูนย์ราชการฯ และไปในอีกหลายๆที่ มีการแลกเปลี่ยนข้อแนะนำหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ ทั้งหมดยอมรับเงื่อนไขของเราว่า ต่อไปนี้ข้าราชการจะทำงานรับใช้ประชาชนเท่านั้น กปปส.จะนำป้ายที่แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันไปปิดไว้ให้เห็นชัดเจน เป็นไปตามข้อตกลงเงื่อนไขที่ กปปส.เสนอไป เบื้องต้นจะประสานงานกับ กปปส. เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เปิดกระทรวงยุติธรรมให้ข้าราชการมาทำงานรับใช้ประชาชนได้สะดวกมากขึ้น ส่วนกระทรวงอื่นๆหากปฏิบัติและรับเงื่อนไขที่ กปปส.เสนอ ก็จะให้ความร่วมมือเปิดกระทรวงให้ข้าราชการสามารถทำงานได้ตามปกติ

เปิดศาลากลาง จ.สุราษฎร์ธานี

ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้าราชการ ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ทยอยเดินทางเข้าทำงานตามปกติบรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้น โดยก่อนหน้านี้กลุ่ม กปปส. ยกระดับการชุมนุมเป็นการขับไล่รัฐบาลแกนนำมีมติให้ปิดสถานที่ราชการเมื่อต้นเดือน ม.ค.2557 ล่าสุด ผู้ชุมนุมยอมเปิดศาลากลางให้เจ้าหน้าที่ทำงาน แต่ยังคงชุมนุมที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเวทีปราศรัย ตั้งเต็นท์รวมทั้งแผงจำหน่ายของที่ระลึกอยู่รอบๆเวที กปปส.เช่นเดิม

5 แกนนำ กปปส.ทุ่งใหญ่มอบตัว

ที่ จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มแกนนำ กปปส.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ หลังถูกออกหมายจับในคดีการขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. ประกอบด้วยนายจรัญ ยศขุน อายุ 61 ปี นายอภิศาล มีความสุข อายุ 39 ปี นายสุพัทชัย เพ็ชรศรี อายุ 42 ปี นายชัยณรงค์ หีดเสน อายุ 51 ปีและนายณรงค์ แสนเดช อายุ 37 ปี โดยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. แกนนำทั้ง 5 นำชาวบ้านไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองคล้า หมู่ 1 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ ทำให้คณะกรรมการที่คุมหน่วยเลือกตั้งต้องสั่งยุติการลงคะแนนโดยทันทีเกรงจะเกิดเหตุร้าย โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

“วิทยา” ลั่นเตรียมลุยครั้งสุดท้าย

บ่ายวันเดียวกัน ที่โรงละครศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. เดินทางมาประชุมแกนนำ กปปส.ในพื้นที่ 23 อำเภอของ จ.นครศรี-ธรรมราช โดยนายวิทยากล่าวว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจะต้องจบ แต่จบแบบไหนนั้นไม่มีใครรู้ได้ เป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นเดิมพันไม่เขาก็เรา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รับผิดชอบอะไร แม้ประชาชนจะลุกขึ้นมาต่อสู้ มาขับไล่ ก็อยู่แบบทองไม่รู้ร้อน คนแบบนี้น่ากลัว ดังนั้น การเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะต้องยาวนานและเป็นกลุ่มเป็นก้อน ต้องเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา เสียงเรียกเมื่อไหร่เดินทางถึงทันที

“เทือก” เมินดีเอสไอฟันตั้งรัฏฐาธิปัตย์

ต่อมาเวลา 20.35 น. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยว่า การที่คนของพรรคเพื่อไทยไปยื่นเรื่องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ดำเนินคดีกับตนจากการประกาศตั้งรัฏฐาธิปัตย์นั้น ไม่ต้องเป็นห่วง จะตั้งข้อหาอีกกี่คดีก็ไม่น่ากลัว เพราะก่อนหน้านี้ออกหมายจับข้อหากบฏแล้ว จะตั้งข้อหากบฏแผ่นดินอีกกี่ครั้งก็เท่าเดิม ขอประกาศว่าทุกข้อหาที่ตั้งขึ้นจะไปมอบตัวสู้คดีในศาลเมื่อเรื่องนี้เสร็จ จะไม่หนีไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าถึงวันที่ต้องขึ้นศาลข้อหาประกาศจะเป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้น จะกราบเรียนศาลว่า ข้าแต่ศาลที่เคารพ พวกนางดอกงิ้วถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นจากตำแหน่งแต่ไม่ไป จะให้ทำอย่างไร ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยลุกขึ้นประกาศว่าหมดอำนาจไม่มีสิทธิใช้อำนาจ และข้าทั้งหลายคือเจ้าของอำนาจ เจ้าของรัฏฐา– ธิปัตย์ ตนพูดมีบันทึกชัดเจนว่าจะประกาศรัฏฐาธิปัตย์ทันทีเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง และเมื่อคำวินิจฉัยบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้อำนาจแทนประชาชนต่อไปไม่ได้แล้ว ใครจะรับอำนาจต่อไป หากไม่ทำเช่นนี้ นปช. ก็จะลุกขึ้นประกาศก่อน พวกตนก็จะเสร็จ นปช.

ลั่นถ้าศาล รธน.สั่ง “ปู” ไม่ไปจะไล่เอง

นายสุเทพกล่าวว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศว่ารักษากฎหมายนั้น ไม่ทราบว่าใครที่ไหนที่ประกาศไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ต้องรอดูให้ชัดเจนอีกครั้งในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะว่าอย่างไร แต่ขณะนี้แบะท่าแล้วว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็จะไม่ยอมรับ ถือได้ว่าเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล และถ้าถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่มีสิทธินั่งในตำแหน่งนายกฯต่อไป เราจะจัดการกับ น.ส.ยิ่ง– ลักษณ์เอง หากประชาชนชนะจะยึดทรัพย์หมดทั้งตระกูล สำหรับการเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะไปหาข้าราชการ ทหาร และตำรวจ โดยวันที่ 9 เม.ย. จะเดินทางไปอีกในเวลา 10.30 น.

9 เม.ย. 2557 07:46 9 เม.ย. 2557 07:53 ไทยรัฐ