วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือน้ำมันล่มปากอ่าว

คราบลอยฟ่อง ประมงมหาชัย เสียหายหนัก!

เรือบรรทุกกากน้ำมันล่มปากอ่าว มหาชัย คราบน้ำมันลอยฟ่องกลาง ทะเล เจ้าหน้าที่การท่าระดมฉีดสาร ลดแรงตึงผิวสลายคราบน้ำมัน แต่ ยังมีบางส่วนถูกลมพัดเข้าหาฝั่ง อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มชาวบ้านที่ทำประมงชายฝั่ง ทั้งฟาร์มหอยแมลงภู่และปูทะเลในกระชัง เผยเป็นเรือประมงดัดแปลงบรรทุกน้ำมันขี้โล้ที่รับมาจากเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ขนขึ้นฝั่งไปส่งโรงงานรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ ลูกเรือ 5 คนปลอดภัย ระบุสาเหตุจากน้ำเข้าห้องเครื่องทำให้เรือจมลงก้นทะเล ผวจ.สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย เตรียมฟ้องร้องเจ้าของเรือทั้งทางแพ่งและอาญา

เหตุการณ์เรือประมงดัดแปลงเป็นเรือบรรทุกกากน้ำมันล่มกลางทะเลปากอ่าวมหาชัย เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 เม.ย. ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผวจ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุเรือบรรทุกกากน้ำมันจมลงบริเวณปากอ่าวมหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ห่างจากชายฝั่งประมาณ 3-4 กม. จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงเรือตรวจ การณ์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสมุทรสาคร ออกไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบว่ามีเรือของกรมเจ้าท่า โดยนายสุรชัย บุรพานนทชัย ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร ให้เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ลงบนพื้นผิวทะเลที่มีคราบน้ำมันลอยอยู่อย่างประปราย โดยสารดังกล่าวจะช่วยทำให้คราบน้ำมันที่จับตัวเป็นก้อนสีดำ เกิดการแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ และจะถูกย่อยสลายไปโดยแสงแดด

นายสุรชัยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรือบรรทุกกากน้ำมันที่จมลงว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือของคนไทย มีความยาวประมาณ 16 เมตร กว้าง 4.5 เมตร และความลึกของเรือ 1.8 เมตร บรรทุกกากน้ำมัน หรือน้ำมันเครื่องเก่า หรือที่เรียกว่าน้ำมันขี้โล้ ประมาณ 3-6 หมื่นลิตร โดยกากน้ำมันเหล่านี้ เรือลำที่เกิดเหตุรับมาจากเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ จะนำไปขึ้นเทียบท่าที่จังหวัดสมุทรสาคร แล้วนำกากน้ำมันทั้งหมดถ่ายเทขึ้นรถบรรทุกไปส่งให้บริษัทรีไซเคิลในกรุงเทพฯ หรือ จ.สระบุรี เพื่อทำการรีไซเคิลนำน้ำมันกลับมาใช้ใหม่

ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร เผยต่อไปว่า จากการสอบถามลูกเรือ 5 คนบอกเพียงว่า สาเหตุที่เรือจมลงเพราะมีน้ำเข้าห้องเครื่อง แต่เข้ามาจากทางใดยังไม่มีใครยอมให้ข้อมูล หลังจากที่ลูกเรือเห็นว่าเรือกำลังจะจมลงก็รีบปิดวาล์วน้ำมันก่อน จากนั้นประสานไปยังบนฝั่งเพื่อแจ้งให้ทราบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีเรือจากฝั่งมาช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 5 คนได้อย่างปลอดภัย ส่วนวิธีการที่จะกู้เรือบรรทุกกากน้ำมันที่จมอยู่ใต้ทะเลลึกประมาณ 6.5 เมตรขึ้นมาก็คือ ใช้ถังน้ำมันเปล่าใส่เข้าไปในห้องเครื่องเพื่อให้ยกตัวลอยขึ้นมา ส่วนปริมาณกากน้ำมันที่รั่วไหลออกมานั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ คงต้องรอให้กู้เรือขึ้นมาได้ก่อน คาดว่าจะสามารถกู้เรือได้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกันนี้

ด้านว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในท้องทะเลบริเวณจุดที่เรือจมลงไม่รุนแรงมากนัก และกรมเจ้าท่าได้นำสารลดแรงตึงผิวมาฉีดพ่นกำจัดได้จนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณชายฝั่งทะเลตรงปากคลองประมง เนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดมีลมพัดเข้าหาฝั่งทำให้คราบน้ำมันลอยเข้าไปยังชายฝั่งที่ชาวบ้านมีการทำประมงกันจำนวนมาก เช่น ฟาร์มหอยแมลงภู่ หอยสองฝา และเลี้ยงปูทะเลในกระชัง ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ ออกสำรวจรายชื่อชาวประมงและความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับเจ้าของเรือต่อไป ส่วนการป้องกันเหตุระดับจังหวัดจะเรียกประชุมคณะกรรมการที่แต่งตั้งไว้แล้วมาหารือเพื่อวางมาตรการที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในการเฝ้าระวังเหตุและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในลักษณะเช่นนี้ต่อไป

พ.ต.ท.ทวีป เงินดี สารวัตรเวร สภ.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร เผยถึงการสอบสวนดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องว่า หลังจากนี้จะสอบปากคำลูกเรือทั้ง 5 คน และติดตามตัวเจ้าของเรือมาสอบปากคำเพื่อแจ้งความดำเนินคดี พร้อมทั้งให้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวประมงชายฝั่งต่อไป ส่วนการแจ้งข้อหานั้น ขอเวลารวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนก่อน

จะต้องมีการตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตเดินเรือจากกรมเจ้าท่า รายละเอียดของเรือ ประเภทของสินค้าที่ขออนุญาตบรรทุก ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ และหลักฐานอื่นๆประกอบ

นายถวิล ขนุนทอง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 157/2 หมู่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยแมลงภู่ กล่าวว่า เห็นคราบน้ำมันลอยมา กลัวหอยแมลงภู่ที่เลี้ยงไว้จะตาย แต่ช่วงนี้ยังดูไม่ออก ต้องรอดูตอนเอาหอยขึ้นมาถึงจะทราบว่ามีผลหรือไม่ คิดว่าคงไม่มีผลกระทบมากนัก ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ที่พบเป็นประจำคือน้ำเสีย ช่วงประมาณเดือน 11 จะมีน้ำจาก กทม.ปล่อยลงมาจะทำให้หอยแมลงภู่ตาย เนื่องจากน้ำฝนที่ตกและมีโรงงานแอบปล่อยน้ำเสียตามมา ถ้าจับหอยขึ้นมาไม่ทันก็ตายหมด

9 เม.ย. 2557 07:40 ไทยรัฐ