วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กฤษฎีกาหาวิธี เถียงศาลรธน.

ที่รับเรื่องคดีถวิล รับรองส.ว.58คน ทักษิณมาฮ่องกง

“ยิ่งลักษณ์”-บิ๊กเหล่าทัพ พรึ่บ พรั่บร่วมงานวันสถาปนากลาโหม 127 ปี “ปึ้ง” นำทีม ครม.รดน้ำดำหัว อวยพร “ปู” ขอให้ “เทพเทือก” แพ้ภัยตัวเอง นายกฯสั่งทีมทนายกฤษฎีกา ศึกษาอำนาจศาล รธน. ให้ “พงศ์เทพ” ยกร่างคำชี้แจง ร้องถอด “วิชา” พ้นชุดไต่สวนคดีจำนำข้าวรอบที่สาม ยื่น กก.ข้อมูลข่าวสารขอดูสำนวน ทีมทนายยื้อไม่เลิกเพิ่ม ผอ.สศค.เป็นพยานอีกปาก “นิวัฒน์ธำรง” เสียงแข็ง ข้าวไม่หายแค่ไม่ลงบัญชี โยนเจ้าของสต๊อกรับผิด
ป.ป.ช.ยอมให้ “โต้ง” เลื่อนให้ปากคำ เล็งขยายผลเอาผิดเอกชน 89 ราย ปชป.จี้ กกต.สอบรัฐใช้เงินคงคลังผิดประเภท กกต.รับรอง ส.ว.ลอตแรก 58 ราย เหลือ 19 ราย มี “หญิงเป็ด” ติดด่านด้วย ถกฝ่ายมั่นคงเห็นตรงกันยังเลือกตั้งไม่ได้ใน 45-60 วัน “ทักษิณ” โฉบฮ่องกงช่วงสงกรานต์

เส้นตาย 15 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ชี้แจงคำร้องกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. โดยมิชอบ ใกล้เข้ามาทุกที ล่าสุดนายกฯสั่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ศึกษาว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาหรือไม่

นายกฯ–ผบ.เหล่าทัพร่วมงาน 127 ปี กห.

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่กระทรวง กลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบรอบ 127 ปี โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 3 ร่วมพิธี โดยมีการบวงสรวงปืนใหญ่โบราณจำนวน 8 กระบอก พิธีเชิญธงชาติสู่ยอดเสา และพิธีเปิดน้ำพุบริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกลาโหม หลังจากเสร็จพิธี น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ.นิพัทธ์ และ ผบ.เหล่าทัพได้ร่วมรับประทานอาหารเช้าประมาณ 30 นาที ก่อนที่ ผบ.เหล่าทัพจะเดินทางกลับ โดยมีการจัดกำลังทหาร 3 กองร้อย และชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนอีก 2 กองร้อยจาก บก.น.6 ร่วมดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมกับปิดถนนด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เพื่อตั้งแถวทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ซึ่งการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ครม.อวยพร “ปู” ให้ “เทือก” แพ้ภัย

จากนั้นเวลา 11.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปที่ รร.นายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯไม่ได้ใส่เฝือกอ่อนที่ข้อเท้าซ้ายแล้ว แต่ยังคงนั่งวีลแชร์ ผู้ซึ่งภายหลังการประชุม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่าง-ประเทศ ได้นำ ครม.รดน้ำอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์ โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ ขอให้สิ่งที่ไม่ดีต่างๆหมดสิ้นไป โดยเฉพาะศัตรูกับรัฐบาล ใครที่คิดไม่ดีกับนายกฯ ขอให้จงแพ้ภัยตัวเอง โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขอให้พวกนั้นเลิกรา ตั้งแต่นี้ต่อไปก็ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในประเทศ และขออวยพรให้นายกฯมีสุขภาพแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บอย่าได้มาเบียดเบียน นำพาพี่น้องประชาชนก้าวเดินต่อไป ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอวยพรกลับว่า ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยกันนำพาประเทศและบริหารงานกันต่อไป

สั่งทนายศึกษาอำนาจศาล รธน.

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่เป็นธรรมว่า ตนและผู้ปฏิบัติงานตั้งข้อสงสัย 2 ประเด็น คือ 1. ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุดแล้ว และ ครม.มีมติคืนตำแหน่งให้นายถวิลตามที่ศาลปกครองวินิจฉัยแล้ว ทำไมศาลรัฐธรรมนูญจึงรับกรณีนี้พิจารณาอีก ถือเป็นกรณีแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการโยกย้ายข้าราชการ คงต้องดูต่อไปว่าการตัดสินจะเป็นอย่างไร เพราะจะมีผลถึงบรรทัดฐานในกรณีอื่นๆ และ 2.การร้องให้ตนสิ้นสภาพ ทั้งที่สถานภาพนายกฯถือว่าสิ้นสภาพตั้งแต่ยุบสภาฯแล้ว มีหน้าที่เพียงการปฏิบัติหน้าที่รอการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยเมื่อเทียบเคียงกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ต้องให้ฝ่ายกฎหมายและทนายศึกษาพิจารณาเรื่องนี้ และหวังว่าฝ่ายที่อำนวยความยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค และมาตรฐานเดียว เมื่อถามว่า นายกฯจะเดินทางไปชี้แจงต่อศาลด้วยตัวเองหรือส่งเป็นเอกสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่ายังไม่รู้

มอบ “พงศ์เทพ” ร่างหนังสือแจง

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายก-รัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ร่างหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 17 เม.ย. โดยจะไม่เดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม คนใกล้ชิดนายกฯระบุว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายกฯได้ให้ทีมกฎหมายและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาพิจารณาว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาหรือไม่ ผู้ร้องสามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาซ้ำได้อีกหรือไม่ เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุดแล้ว โดยความเห็นส่วนตัวของนายกฯ เห็นว่าไม่น่าทำได้

ฉุน 40 ส.ว.ชงศาล รธน.ขยายอำนาจ

ที่พรรคเพื่อไทย นายคณิน บุญสุวรรณ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ของนายสุเทพ เทือก-สุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะเป็นผู้เสนอชื่อและรับสนองพระบรมราชโองการนายกรัฐมนตรีคนกลาง สอดคล้องกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเพื่อวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯ ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับการที่นายสุเทพตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ใช่หรือไม่ โดยมี ส.ว.บางกลุ่มฉวยโอกาสที่ไม่มีสภา ไม่มีประธานรัฐสภา ยื่นรายชื่อ ส.ว. 28 คน ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 61 ที่ระบุว่า ต้องใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาจำนวน 1 ใน 10 หรือ 65 คน จึงเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ฉวยโอกาสเล่นงานรัฐบาล ที่สำคัญคือ ไม่สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกฯพ้นจากตำแหน่งซ้ำซ้อนได้ แสดงว่ามีเจตนาชงเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายขอบเขตอำนาจออกไปอีกใช่หรือไม่

ฟ้องโลกเครือข่าย ปว.49 คืนชีพ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะคณะทำงานยุทธศาสตร์ฝ่ายต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า คณะทำงานฯได้เข้าพบเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และทุกประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรขององค์การสหประชาชาติ ส่งจดหมายให้รับรู้สถานการณ์ที่ไม่ปกติในประเทศไทยว่า มีบางกลุ่มบางพวกพยายามล้มล้างประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ นิติธรรมสากล โดยกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากเครือข่ายรัฐประหาร 2549 พรรคเพื่อไทยจึงเรียกร้องให้นานาอารยประเทศ ติดตามเหตุการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด และประณามการกระทำที่ขัดกับหลักประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ นิติธรรม ในประเทศไทยโดยเร็ว และขอให้สหภาพรัฐสภาโลก (ไอพียู) เข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน กรณีที่ ป.ป.ช.จะวินิจฉัยคดี ส.ส. ส.ว. 308 คน ที่ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.ด้วย

ยื่นถอด “วิชา” พ้นคดีรอบที่สาม

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีถูกกล่าวหาละเลยปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวว่า ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. 2 เรื่องคือ คัดค้าน นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการสอบสวน ซึ่งยื่นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว และขอให้ ป.ป.ช. สืบพยานเพิ่มอีก 4 ปาก ที่ล้วนอยู่ในระดับปฏิบัติการสามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงได้ คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และนายพิชัย ชุณหวชิร ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายข้าวในตลาด หวังว่า ป.ป.ช.จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ประเด็นนี้ เพราะตนดูในระดับนโยบาย แต่การกล่าวหานั้นลงไปในระดับฝ่ายปฏิบัติ

ร้อง กก.ข้อมูลฯขอดูสำนวน ป.ป.ช.

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาตนด้วย เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยเสนอนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว (กขช.) ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า จากหน่วยงานไม่มี มีแค่หนังสือทักท้วงจาก ป.ป.ช.

ทนายไล่บี้สอบ 4 พยานปากเอก

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. จ.นนทบุรี นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนาย-ความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว เข้ายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอเปลี่ยนตัวนายวิชา มหาคุณ ออกจากองค์คณะไต่สวนคดีรับจำนำข้าว และขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก คือ 1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 2.พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา หรือ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง คนใดคนหนึ่ง 3.นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 4.นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย ทั้ง 4 ปากเป็นพยานปากสำคัญ เพื่อมายืนยันว่า นายกฯไม่ได้ละเลยการปราบทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และหักล้างข้อมูล น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่า โครงการดังกล่าวขาดทุน 2 แสนล้านบาท ไม่อยากให้ ป.ป.ช.ด่วนตัดพยานเหล่านี้ทิ้ง

ยื้ออีกขอสอบ ผอ.สศค.เพิ่ม

นายบัญชากล่าวว่า และในสัปดาห์หน้าจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มอีก 1 ปาก คือ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อมาหักล้างข้อมูลของ น.ส.สุภาว่า มีความคลาดเคลื่อน ขัดต่อหลักการปิดบัญชี ส่วนการขอให้เปลี่ยนตัวนายวิชาออกจากองค์คณะไต่สวนคดีจำนำข้าวเป็นครั้งที่สาม เนื่องจากล่าสุด นายวิชาไปปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในลักษณะมีอคติว่ามีข้าวหายจากโกดัง 2 ล้านตัน และโครงการมีลักษณะคล้ายแชร์แม่ชม้อย ถือเป็นการชี้นำคดี เพราะไม่มีข้าวหายจากโกดัง อีกทั้งคดีแชร์แม่ชม้อยศาลได้ตัดสินว่ามีความผิดแล้ว ขณะที่คดีจำนำข้าวอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.เท่านั้น

“นิวัฒน์ธำรง” พร้อมหักล้างข้อหา

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเตรียมให้ปากคำในฐานะพยานคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของนายกฯ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ได้เตรียมข้อมูลอย่างดีที่สุด ป.ป.ช. ต้องการข้อมูลด้านใดเพิ่ม หรือจะสอบปากคำกี่ครั้งยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ โดยจะชี้แจงไปถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการเงินในส่วนของกระทรวงคลังด้วย การที่นายกฯถูกข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ไม่ได้หมายความว่าถูกตั้งข้อกล่าวหาทุจริต ซึ่งข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.ต้องดูทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน การที่นายกฯจะยุติโครงการต้องเป็นการทำนอกนโยบายรัฐบาล หรือขัดมติ ครม. และถ้าไม่มีหน่วยงานใดมาเสนอให้นายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ยกเลิก ก็ไม่มีอำนาจยุติโครงการ

เสียงแข็งข้าวไม่หายแค่ไม่ลงบัญชี

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมนายกฯสำรองไว้หรือไม่หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายนิวัฒน์ธำรงตอบว่า ไม่ทราบ แต่เวลานี้เราเตรียมข้อมูลปฏิเสธข้อกล่าวหาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวหายจากสต๊อก 2 ล้านตัน ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพบว่าไม่ได้หาย แต่เป็นเพราะไม่ได้ลงบัญชี เรื่องนี้เจ้าของสต๊อกต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และถือว่าข้าวที่เป็นของราชการไม่หาย ส่วนการขาดทุนตัวเลขอยู่ที่ประมาณแสนล้านบาท ไม่ใช่สองแสนล้านบาทอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ยืนยันว่ามีตัวเลขไปชี้แจงกับ ป.ป.ช. ส่วนการจ่ายเงินให้กับชาวนาล่าช้านั้น เพราะมีวิกฤติทางการเมือง แต่มีการแก้ไขมาเป็นลำดับและทยอยจ่ายบ้างแล้ว เชื่อว่า ป.ป.ช.จะใช้วิจารณญาณด้วยความเป็นธรรม เพราะเรื่องนี้อยู่ในสายตาประชาชนทั่วไป

ข้องใจซุกคดีทุจริต ปชป.ไว้ไหน

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวว่า มีคำถาม ถึง ป.ป.ช.ว่า สมัยพรรคประชาธิปัตย์บริหารกรุงเทพ-มหานคร สร้างอุโมงค์ ทุจริต 16 โครงการ ป.ป.ช.เอาไปเก็บไว้ไหน เรื่องยังอยู่หรือไม่ หรือจะเก็บไว้ให้คดีขาดอายุความ ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สั่งฟ้องแล้ว เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. จึงอยากเรียกร้องให้ตอบในเรื่องนี้ด้วย

ป.ป.ช.ยอมให้ “โต้ง” เลื่อนให้ปากคำ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นชอบให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เลื่อนการให้ปากคำเป็นพยานคดีรับจำนำข้าวเป็นวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. เนื่องจากนายกิตติรัตน์ติดภารกิจไปประชุมธนาคารโลกที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย. จึงไม่สามารถมาให้การเป็นพยานต่อ ป.ป.ช.ได้ ส่วนกรณีทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปากนั้น เนื่องจากทีมทนายความเพิ่งยื่นคำร้องมาในวันที่ 8 เม.ย. ทำให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ไม่ทัน ดังนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงนัดพิจารณาว่าจะสอบพยานเพิ่ม 4 ปากให้นายกฯหรือไม่ในวันที่ 10 เม.ย. ส่วนที่ทีมทนายความขอให้ ป.ป.ช.ตัดนายวิชาออกจากองค์คณะไต่สวนเป็นรอบที่สามนั้น ที่ประชุมเห็นว่า เหตุผลที่ร้องมาไม่เข้าข่ายแห่งการถอดนายวิชาออกจากองค์คณะไต่สวนได้ ให้ยกคำร้อง

ขยายผลเอาผิดเอกชน 89 ราย

นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนการไต่สวนกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น คณะอนุกรรมการไต่สวนได้พิจารณาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่ามีบุคคลที่มิใช่เจ้าหน้าที่รัฐอีก 89 ราย มีส่วนร่วมกระทำผิดในเรื่องดังกล่าวด้วย ในฐานะเป็นผู้เกี่ยวข้องอันเป็นเหตุให้มีการสั่งจ่ายแคชเชียร์เช็ค เจ้าของบัญชีที่นำเงินไปซื้อแคชเชียร์เช็ค ซึ่งนำไปมอบให้กรมการค้าต่างประเทศ จึงให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนบุคคลที่มิใช่เจ้าหน้าที่รัฐอีก 89 รายดังกล่าวด้วย

ปชป.จี้ กกต.สอบรัฐใช้เงินคงคลัง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ขอเลื่อนเข้าชี้แจงคดีรับจำนำข้าวต่อ ป.ป.ช. โดยอ้างติดภารกิจประชุมเวิลด์แบงก์ และไอเอ็มเอฟที่สหรัฐอเมริกาว่า ควรมอบให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปแทน น่าจะเป็นเจตนาเตะถ่วงเพื่อยืดเวลาในคดีมากกว่า ส่วนกรณีที่นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่ามีการยืมเงินคงคลัง 2 หมื่นล้านบาทเพื่อมาจ่ายค่าจำนำข้าว โดยจะหาเงินมาคืนจากการระบายข้าวหรือจากการกู้เงิน ภายในวันที่ 31 พ.ค. ตามที่ กกต.กำหนด เป็นการโยนหินถามทางว่ารัฐบาลจะไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนภายในเวลาดังกล่าวใช่หรือไม่ จึงขอให้ กกต.ตรวจสอบว่า เหตุใดจึงมีการใช้เงินคงคลังมาจ่ายค่าจำนำข้าว เพราะ กกต.มีมติให้ใช้งบฯกลางตามที่ ครม.เสนอเรื่องไป ขอให้ตรวจสอบว่าเป็นการใช้เงินผิดประเภท หรือผิดกฎหมายหรือไม่

ซัด “เด็จพี่” พวกลิเกหลงโรง

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย หยุดพฤติกรรมออกสื่อรายวันเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. เป็นพฤติกรรมลิเกหลงโรง เพราะถึงที่สุดแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่มีทางหลุดพ้นบ่วงกรรมที่ทำไว้ การกล่าวอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการคดีประกันรายได้ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ไม่เป็นความจริง เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ยอมส่งข้อมูลเพิ่มให้ ป.ป.ช.เอง

กกต.รับรอง ส.ว.ลอตแรก 58 จว.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุม กกต. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณารับรองผลเลือกตั้ง ส.ว. จำนวน 58 จังหวัด ที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนและเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ นายอภิชาติ ดำดี จ.กระบี่ พล.อ.องอาจ พงษ์ศักดิ์ จ.กาญจนบุรี นายวิรัช พิมพะนิตย์ จ.กาฬสินธุ์ นายจุลพันธ์ ทับทิม จ.กำแพงเพชร นายวัน สุวรรณพงษ์ จ.ขอนแก่น
นางพจนา กิจกาญจน์ จ.จันทบุรี นายสุนันต์ อรุณ–นพรัตน์ จ.ฉะเชิงเทรา นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ จ.ชลบุรี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา จ.ชัยนาท นายมงคลชัย ดวงแสงทอง จ.เชียงราย นายอดิศร กำเนิดศิริ จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ จ.ชุมพร นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ จ.ตรัง นายบุญส่ง ไข่เกษ จ.ตราด นายชิงชัย ก่อประภากิจ จ.ตาก นายธงชัย ศรีสุขจร จ.นครปฐม นายสมนาม เหล่าเกียรติ จ.นครพนม นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู จ.นครศรีธรรมราช ร.อ.อ.จักวาล ตั้งภากรณ์ จ.นครสวรรค์ นายธนพงศ์ ธนเดชากุล จ.นนทบุรี นายนิมันซูร จิยี่งอ จ.นราธิวาส นายอานนท์ ตันตระกูล จ.น่าน

นอมินีพาเหรดเข้าสภาสูง

นายณัฐพล เนื่องชมภู จ.บึงกาฬ นายเสริม–ศักดิ์ ทองศรี จ.บุรีรัมย์ นายสืบยศ ใบแย้ม จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร จ.ปราจีนบุรี นายสมหวัง อภิชัยรักษ์ จ.ปัตตานี นายสุชาติ อุสาหะ จ.เพชรบุรี นายคณิพงษ์ แขวัฒนะ จ.พระนครศรีอยุธยา นายเสถียร เชื้อประเสริฐศักดิ์ จ.พะเยา นายวระชาติ ทนังผล จ.พังงา นายทวี ภูมิสิงหราช จ.พัทลุง นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ จ.พิจิตร นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา จ.พิษณุโลก นายชัยยศ ปัญญาไวย จ.ภูเก็ต นายศรีเมือง เจริญศิริ จ.มหาสารคาม นายวิริยะ ทองผา จ.มุกดาหาร นางประยูร เหล่าสายเชื้อ จ.ยโสธร นายอับดุลอายี สาแม็ง จ.ยะลา นายสมเกียรติ พื้นแสน จ.ร้อยเอ็ด นายสุรชัย ปิตุเตชะ จ.ระยอง นางเพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ จ.ราชบุรี นายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ จ.เลย นายดำเกิง วงศ์กาฬสินธุ์ จ.สกลนคร นายอนุมัติ อาหมัด จ.สงขลา นายอิบรอเหม อาดำ จ.สตูล น.ส.บุญยืน ศิริธรรม จ.สมุทรสงคราม นางดวงพร เทียนทอง จ.สระแก้ว นายบุญส่ง เกิดหลำ จ.สระบุรี นางบุญพา ลิมปะพันธุ์ จ.สุโขทัย นายจองชัย เที่ยงธรรม จ.สุพรรณบุรี นายนุรุทธิ์ เจริญพันธ์ จ.สุรินทร์ นายอาทิตย์ ศรีตะบุตร จ.หนองคาย นายชูศักดิ์ ศรีราชา จ.อ่างทอง นางอาภรณ์ สาราคำ จ.อุดรธานี นายพีระศักดิ์ พอจิต จ.อุตรดิตถ์ และนายไพโรจน์ ทุ่งทอง จ.อุทัยธานี

“หญิงเป็ด-นิพัทธา”ยังติดด่าน

นายภุชงค์กล่าวต่อว่า ส่วนจังหวัดที่ไม่ประกาศผลเนื่องจากมีเรื่องร้องคัดค้าน 19 จังหวัด ได้แก่ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กทม. นายบัณฑูรย์ เกียรติก้อง–ชูชัย จ.ชัยภูมิ นายมารุต โรจนาปิยาวงศ์ จ.นครนายก นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา จ.ปทุมธานี นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์ จ.เพชรบูรณ์ ด.ต.บุหลัน ราษฎร์คำพรรณ์ จ.แพร่ นายสุรพล สันติโชตินันท์ จ.แม่ฮ่องสอน นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ จ.ระนอง นายประทวน สุทธิอำนวยเดช จ.ลพบุรี นายวราวุฒิ หน่อคำ จ.ลำปาง นายตรี ด่านไพบูลย์ จ.ลำพูน น.ส.วิลดา อิน–ฉัตร จ.ศรีสะเกษ น.ส.วราภรณ์ อัศวเหม จ.สมุทรปราการ นายสุนทร วัฒนาพร จ.สมุทรสาคร นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จ.สิงห์บุรี พล.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย จ.สุราษฎร์ธานี นายประพาส นวนสำลี จ.หนองบัวลำภู นางญาณีนาถ เข็มนาค จ.อำนาจ­เจริญ และนายสมชาย เหล่าสายเชื้อ จ.อุบลราชธานี
ให้ว่าที่ ส.ว.รับหนังสือรายงานตัว

นายภุชงค์กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามาทั้งหมด 46 เรื่อง เป็นคำร้องคัดค้านผู้สมัคร 44 เรื่อง อีก 2 เรื่องเป็นการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. ที่ไม่เป็นไปโดยสุจริต ในส่วนของ กทม. มีทั้งหมด 4 คำร้อง เป็นการปราศรัยใส่ร้ายป้ายสี และติดป้ายหาเสียง ส่วนผู้ที่ได้รับการรับรองผลไปแล้ว สามารถมารับหนังสือรับรองเพื่อนำไปรายงานตัวต่อวุฒิสภา ได้ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไป แต่ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรอง ส.ว.ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 เมื่อนำไปรวมกับ ส.ว.สรรหาที่มีอยู่เดิม เนื่องจากต้องทำการปฏิญาณตนเพื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่พร้อมกัน

“สมชัย” เผยอาจมีตามสอยทีหลัง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กรณี กกต.ไม่สามารถประกาศผลเลือกตั้งได้ครบร้อยละ 95 ส.ว.เลือกตั้งชุดเดิมต้องทำหน้าที่แทนจนกว่าจะมี ส.ว.ครบ โดย กกต.จะเร่งพิจารณาคำร้องคัดค้านในส่วนที่เหลือให้สามารถประกาศผลให้ครบภายใน 30 วัน

วันเดียวกัน นายสมชัยได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ที่ยังไม่ประกาศผลเลือกตั้งอีก 19 จังหวัด ในกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีกระบวนการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม และจะทยอยประกาศเพิ่มเติมอีก 2 รอบ รอบแรก เป็นคำร้องที่ไม่เป็นสาระสำคัญ อาจประกาศรับรองได้ประมาณวันที่ 22 เม.ย. รอบที่สอง จำนวนที่เหลือหากไม่สามารถดำเนินการได้ทันใน 30 วัน หลังการเลือกตั้ง จะประกาศรับรองผลไปก่อนในวันที่ 29 เม.ย. แล้วตามสอยทีหลัง

ถกฝ่ายมั่นคงจัดเลือกตั้งใหม่

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนจะจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งใหม่ว่า กกต.ได้อธิบายให้ตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคงทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดย กกต.ได้สรุปแนวทาง 5 ประเด็นที่จะทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ ดังนี้ 1.ต้องดำเนินการรับสมัคร ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตให้ได้ทั้งหมด 2.ต้องดำเนินการให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตจังหวัดให้ครบทุกหน่วย เพราะหากมีปัญหาเพียงหน่วยเดียว จะส่งผลกระทบกับการเลือกตั้งทั้งหมด 3.ต้องจัดพิมพ์และส่งบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อนวันเลือกตั้ง 4.ต้องจัดเตรียมบุคลากรที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งให้ครบ และมีชุดสำรองไว้ด้วย และ 5. กกต.ต้องเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย

เห็นพ้อง 45-60 วันยังจัดไม่ได้

นายภุชงค์กล่าวต่อว่า ในวงหารือเห็นตรงกันว่า สถานการณ์ใน 45-60 วันนี้ ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งที่สงบขึ้นได้ ต้องประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน โดยมีข้อสรุปร่วมกัน 5 ข้อ คือ 1.เห็นตรงกันว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ เพราะการที่รัฐบาลรักษาการเป็นเวลานานจะกระทบกับเศรษฐกิจและสังคม 2.กกต.และหน่วยงานความมั่นคงยืนยันว่า มีความพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งในสถานการณ์ปกติ สถานการณ์คลี่คลายความขัดแย้งแล้ว 3.สถานการณ์ปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคที่จะจัดเลือกตั้งให้สำเร็จ 4.ยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้ง ต้องรอฟังความเห็นจาก 73 พรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย. และขอเชิญชวน 7 องค์กรธุรกิจ มาร่วมหารือเพื่อเอาแนวทางประกอบการตัดสินใจกำหนดวันเลือกตั้ง และ 5.ระหว่างประเมินสถานการณ์ ทาง กกต.จะมีการแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการเลือกตั้ง

“ทักษิณ” โฉบฮ่องกงช่วงสงกรานต์

อีกเรื่อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่าช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปยังฮ่องกง แต่ไม่ทราบว่าจะมี ส.ส.เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณหลายคนหรือไม่ แต่ตนได้เร่งจองตั๋วเพื่อเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 9 เม.ย. เพราะไม่ได้พบ พ.ต.ท.ทักษิณมานานแล้ว อยากไปอวยพรให้ท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและได้กลับประเทศไทย ส่วนเหตุที่ระยะหลัง พ.ต.ท.ทักษิณไม่ค่อยสไกป์มายังเวทีคนเสื้อแดง เพราะไม่อยากให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปเป็นประเด็นโจมตี ไม่อยากให้ถูกมองว่าปัญหาต่างๆเกิดจากตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดงระดับจังหวัดหลายคน นัดแนะจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะบินมาที่ฮ่องกง และจะพักอยู่ร่วมสัปดาห์ เพื่อไปอวยพร รดน้ำดำหัวช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากอดีต ส.ส.เพื่อไทยแล้ว ยังมีกลุ่มข้าราชการที่จะร่วมเดินทางไปจำนวนมาก อาทิ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่ขอลาราชการวันที่ 9 เม.ย. โดยคณะที่เดินทางไปฮ่องกงได้ประสานไปยังเลขาคนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อจัดคิวเตรียมเข้าพบ

9 เม.ย. 2557 07:35 9 เม.ย. 2557 08:12 ไทยรัฐ