วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'WHO'ชี้ 'อีโบลา'ระลอกใหม่รับมือยาก ยอดตายพุ่ง 111 ศพ

องค์การอนามัยโลกชี้ ไวรัส อีโบลา ที่กำลังระบาดในแอฟริกาตะวันตกอยู่ ณ ขณะนี้ เป็นปัญหาท้าทายที่สุด ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 111 คนแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก (ฮู) กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ 'อีโบลา' ในแอฟริกาตะวันตก เป็นปัญหาท้าทายที่สุดนับตั้งแต่พบไวรัสตัวนี้เป็นครั้งแรกเมื่อ 4 ทศวรรษก่อน ขณะที่จำนวนผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตจากเชื้ออีโบลาในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเป็น 111 คนแล้ว

นายเคจิ ฟุคุดะ ผู้ช่วยอธิบดีองค์การอนามัยโลก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ฮูรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของการระบาดของเชื้ออีโบลา โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในป่าทางใต้ของประเทศกินี "เราไม่เคยพบการระบาดของอีโบลาในพื้นที่ส่วนนี้ของแอฟริกามาก่อน นี่เป็นหนึ่งในการระบาดที่เป้นปัญหาท้าทายที่สุดเท่าที่เราเคยพบ" นายฟุคุดะกล่าว

ไวรัสอีโบลาสายพันธ์มี่ร้ายแรงที่สุด มีอัตรการเสียชีวิตสูงถึง 90% และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกัน รวมถึงไม่มียาหรือวิธีรักษาที่แน่นอน การระบาดที่เกิดขึ้นจึงทำให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนกินี โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวกินีในภาคใต้ของประเทศออกมารวมกลุ่มกัน เข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์จากนานาชาติ ที่พวกเขากล่าวโทษว่าเป็นผู้ที่นำเชื้อไวรัสมรณะตัวนี้เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งนายฟุคุดะกล่าวว่า การระบาดเช่นนี้มักทำให้เกิดความหวาดกลัวและความวิตกกังวลอย่างกว้างขวาง

จากรายงานล่าสุดของฮูที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร จำนวนผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาในประเทศกินีมีทั้งสิ้น 157 รายแล้ว ในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 101 คน โดย 67 คนได้รับการยืนยันการผลพิสูจน์จากห้องแลปว่าติดเชื้ออีโบลา ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ไลบีเรียมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 21 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 10 คน โดย 5 คนในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้ออีโบลา

นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยตอกเชื้ออีโบลาอีก 2 รายในประเทศเซียร์ราลีโอน และอีก 9 รายในประเทศมาลี แม้ 2 คนในจำนวนนี้จะไม่ปรากฏอาการว่ามีไข้ ส่วนผู้ป่วย 1 รายในประเทศกานา ผลตรวจชี้ว่าไม่ได้ป่วยเพราะไวรัสอีโบลา

"อีโบลา ชัดเจนว่าเป๋นโรคที่ร้ายแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่การติดต่อสามารถควบคุมได้ ซึ่งเป้าหมายหลักของเราคือการสนับสนุนความพยายามของประเทศต่างๆ ในการป้องกันและหยุดการติดเชื้อ ยุติการระบาด และจากนั้นจำทำให้แน่ใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด" นายฟุคุดะกล่าว

ทั้งนี้ ไวรัสอีโบลาพบครั้งแรกในยุคทศวรรษที่ 1970 ที่ประเทศซาอีร์ หรือในปัจจุบันคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) แต่การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 2000-2001 ที่ประเทศยูกันดา มีผู้ติดเชื้อ 425 ราย ครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิต

ไวรัสอีโบลาทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก ส่งผลให้เจ็บปวดกล้ามเนื้อ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, อาเจียน, ท้องร่วง และผู้ป่วยหลายรายมีอาการอวัยวะภายในล้มเหลว รวมถึงเลือดไหลไม่หยุด มันสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ด้วยการสัมผัส เลือด, อุจจาระ หรือ เหงื่อของผู้ป่วยโดยตรง การมีเพศสัมพันธ์และการจัดการศพผู้ติดเชื้อโดยไม่ป้องกัน ก็เป็นสาเหตุให้ติดโรคได้เช่นกัน

องค์การอนามัยโลกชี้ ไวรัส อีโบลา ที่กำลังระบาดในแอฟริกาตะวันตกอยู่ ณ ขณะนี้ เป็นปัญหาท้าทายที่สุด ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 111 คนแล้ว... 9 เม.ย. 2557 01:58 ไทยรัฐ