วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไพร่ฟ้าสุดอาวรณ์ รวมใจส่ง 'เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ' สู่สวรรคาลัย

แม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้วกว่า 2 ปี แต่พสกนิกรยังคงโศกเศร้าและอาลัยมิเสื่อมคลาย กับการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ผู้ทรงมีพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อผืนแผ่นดินไทย โดยทรงบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สุขของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ดังพระดำรัสที่ทรงตรัสไว้เมื่อนานแสนนานมาแล้ว

“ฉันขอกล่าวต่อท่านทั้งปวงว่า จะพยายามบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์แก่บ้านเมือง ด้วยความจงรักภักดีต่อบ้านเกิดและต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทั้งจะได้รักษาเกียรติศักดิ์แห่งความเป็นราชนารีในมหาจักรีบรมราชวงศ์ไว้ชั่วชีวิต”

และตั้งแต่นั้นมา พระองค์ก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อยจวบกระทั่งวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ

สิ้นแล้วดวงแก้วแห่งพระมงกุฎ

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ประสูติเมื่อวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง โดยเป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี  

ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงเป็นราชนารีในมหาจักรีบรมราชวงศ์ ผู้เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เพราะทุกสิ่งที่ทรงปฏิบัติก็เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง โดยพระราชกรณียกิจสำคัญที่มุ่งมั่นปฏิบัติมาตลอด คือ การปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในโอกาสต่างๆ เรื่อยมา

ทว่าด้วยเวลาที่ผ่านพ้นไปทำให้พระองค์ท่าน ประชวรด้วยอาการตามพระชันษา โดย สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเข้าประทับรักษาตัวในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2554 ซึ่งคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่อาการพระประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ เมื่อเวลา 16 นาฬิกา 37 นาที ของวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สิริรวมพระชันษา 85 ปี

เป็นอีกวันที่ปวงชนชาวไทยต้องเผชิญกับความทุกข์ครั้งใหญ่หลวงเมื่อต้องเสียดวงใจอันเป็นที่รักยิ่งไปอีกหนึ่งดวง

ถวายพระเกียรติสูงสุดตามราชประเพณี

หลังจากสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามโบราณราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป

 ครั้นถึงอวสานแห่งการพระราชกุศลพระศพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระศพออกสู่พระเมรุ ท้องสนามหลวง มีกำหนดพระราชพิธีระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2555 โดยในวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน เป็นงานพระราชกุศลออกพระเมรุ วันจันทร์ที่ 9 เมษายน เป็นงานพระราชทานเพลิงพระศพ และวันอังคารที่ 10 เมษายน เป็นงานเก็บพระอัฐิ

 


คลื่นมหาชนทั่วหล้าร่วมถวายอาลัย

 

เมื่อถึงวันที่ 9 เมษายน 2555 มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้ถูกเนรมิตเป็นมณฑลพิธีสำหรับ พิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี อย่างงดงาม ในการนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเรื่องการกำหนดวันหยุดและการไว้ทุกข์งานพระราชพิธี โดยกำหนดให้วันที่ 9 เมษายน 2555 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ และเพื่อการนี้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วทุกสารทิศ ต่างเข้ามาจับจองพื้นที่โดยรอบ เพื่อรอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ สู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

 

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ประชาชนชาวไทยยังคงไม่ลืมเลือนคุณงามความดี ที่พระองค์เคยทำให้ผืนแผ่นดิน แม้ว่าจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ คือความเป็นเจ้าฟ้าที่มีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้น เผื่อแผ่ไปทุกพื้นที่ ทุกซอกหลืบที่มีความเดือดร้อน ฉะนั้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพของพระองค์ ปวงชนชาวไทย ขอน้อมถวายความจงรักภักดีและสดุดี ขัตติยนารีแห่งจักรีวงศ์ นามว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 
 
พระกรุณาธิคุณจะประทับตราตรึงใจพสกนิกรไทยตราบชั่วนิรันดร์

 

แม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้วกว่า 2 ปี แต่พสกนิกรยังคงโศกเศร้าและอาลัยมิเสื่อมคลาย กับการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ผู้ทรงมีพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อผืนแผ่นดินไทย... 9 เม.ย. 2557 00:51 ไทยรัฐ