วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การบินพลเรือนเต้น เรียกสอบทอท.-นกแอร์

การบินพลเรือนเต้น เรียกสอบทอท.-นกแอร์

  • Share:

อธิบดีกรมการบินพลเรือนออกโรง จี้ทอท.และสายการบินชี้แจงรายละเอียดกรณีมีคนนอกแอบขึ้นเครื่องนกแอร์ ขณะที่ปลัดคมนาคมชี้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน จึงจะต้องมีคนรับผิดชอบ

เมื่อวันที่8เม.ย.นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน(บพ.) เปิดเผยถึงกรณีพบคนนอกหลบเลี่ยงมาตรการความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ ขึ้นเครื่องบินบริษัทนกแอร์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความบกพร่องด้านความปลอดภัย ดังนั้น บพ. จึงใช้อำนาจตามพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 เรียกตัวแทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.) และบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) มาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสอบสวนหาคนผิด

นายวรเดช กล่าวด้วยว่า จากการพิจารณาข้อเท็จจริงเบื้องต้นถือว่าทั้ง2หน่วยงานมีความหละหลวม โดยปล่อยให้บุคคลภายนอกลักลอบขึ้นเครื่องมาได้โดยไม่มีการตรวจบัตรโดยสาร ซึ่งจะต้องสืบหาข้อมูลรายละเอียดให้ได้ว่าปัญหานี้ มีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดพลาดของคนหรือระบบความปลอดภัย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขให้ตรงจุด คาดว่าจะสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จและนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ภายใน เดือนเม.ย. นี้

"ปกติสนามบินทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัยในการเดินอากาศอย่าง เคร่งครัด 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือ การตรวจสอบความปลอดภัยการเข้าสู่สนามบิน โดยเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจเอ็กซเรย์ผู้โดยสาร สัมภาระ และการปลดอาวุธ รวมไปถึงการตรวจบัตรโดยสารครั้งแรก และขั้นตอนที่ 2 การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องโดยสาร โดยเจ้าหน้าที่สายการบินจะต้องมีการตรวจสอบบัตรโดยสารของผู้โดยสารทุกคนก่อนขึ้นเครื่อง จึงจะสามารถขึ้นเครื่องได้"อธิบดีกรมการบินพลเรือนกล่าว

ทางด้านนายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมได้กำชับให้เร่งสืบหาข้อเท็จจริงและสาเหตุของปัญหากรณี นายอาซิส ไม่ทราบนามสกุล ได้ลักลอบขึ้นเครื่องบินของสารการบินนกแอร์ ทั้งที่ไม่มีตั๋วโดยสาร และไม่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สนามบินหาดใหญ่ เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ซึ่งตนได้กำชับให้กรมการบินพลเรือน เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยผลการสอบสวนจะต้องสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และจะต้องมีคนที่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกันนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กก.ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) กล่าวว่า ทอท.ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงจ.เชียงราย โดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามมาตรการและข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศ หรือ ICAO อย่างเคร่งครัด โดยมีการเพิ่มมาตรการดังนี้

1. ประสานกับส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้จัดกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในแต่ละจุดที่รับผิดชอบให้เพียงพอ 2. ให้ผู้ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานทุกคนปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานอย่าง เคร่งครัด โดย ทอท.จะไม่มีการผ่อนผัน หรืออะลุ้มอล่วยให้แก่บุคคลใด 3. จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการตรวจตราบริเวณจุดตรวจค้นเพิ่มเติม และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีผู้โดยสารหนาแน่น หรือชั่วโมงคับคั่ง

4. ให้ทบทวนจุดติดตั้งและพื้นที่เฝ้าระวังโดยกล้อง CCTV พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานห้อง CCTV เฝ้าระวังและสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ และรายงานเหตุการณ์ที่ผิดปกติให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที 5. ปรับเปลี่ยนช่องทางเข้าจุดตรวจค้น โดยการวาง Snake Line ด้านหน้า เพื่อให้ผู้โดยสารผ่านการตรวจ Boarding Pass เป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ทอท.ขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานปฏิบัติตามมาตรการ รักษาความปลอดภัยของ ทอท.ข้างต้น เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้