วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จิตแพทย์ห่วงเหตุ 'ฆ่ายกครัว' เกิดซ้ำ แนะคนรอบข้างต้องดูแลใกล้ชิด

จากกรณีที่ลูกชายคนโตสารภาพเป็นคนปลิดชีพ พ่อ แม่ และน้อง 3 ศพยกครัว โดยวางแผนใช้ยานอนหลับ แต่ไม่เป็นผล ก่อนลงมือยิงทั้งสามแทน และล่าสุด ชายอายุ 22 ปี ฆ่ายกครัว 3 ศพ โดยคนลงมือเป็นน้องชายคนเล็ก รับสารภาพจ้างฆ่าพ่อ แม่ และพี่ชายตนเอง ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงสาเหตุพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่น ที่มีอายุระหว่าง 18-22 ปีเท่านั้น

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึง 2 กรณีที่เกิดขึ้นกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า เนื่องจากช่วงวัยนี้ไม่ใช่ช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นแล้ว แต่เป็นช่วงที่เรียกว่า Youth บางคนนับแล้วว่าเป็นวัยรุ่นตอนปลาย แต่ส่วนตัวมองว่า เป็นช่วงวัยที่ผ่านกระบวนการพัฒนาตัวเองมาพอสมควร ต้องรู้จักรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง

เนื่องจากยังไม่ได้มีโอกาสศึกษาดูประวัติโดยละเอียดของผู้ที่กระทำทั้งสอง จากที่คาดการณ์จากข้อมูลที่ปรากฏออกมา สาเหตุน่าจะมาจาก 1.ความรู้สึกแปลกแยกออกจากครอบครัว ไม่ได้รู้สึกว่ามีความผูกพัน หรือว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเหมือนกับครอบครัวอื่นๆ ทั่วไป หลังๆ จะแยกตัวออกมา 2.ดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลจากคนรอบข้างอยู่พอสมควร ที่เข้ามาเป็นคนช่วยคิดช่วยตัดสินใจ ช่วยหาวิธีการต่างๆ แต่แน่นอนว่าคนลงมือกระทำก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เชื่อมโยงกับประเด็นแรกเวลาที่เราผลักใครบางคนออกจากครอบครัว ทำให้ไปหาคนอื่นที่เขาคิดว่าให้ความเข้าใจ สนใจเขามากกว่า บางทีคนที่เข้ามาก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องการ เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

การคิดตัดสินใจ ไม่ใช่เพื่อเพราะสิ่งแวดล้อม เกิดคนเฉพาะกับบางคนเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคน เพราะบางคนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่า อะไรเหมาะสมหรือไม่ บางคนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนอื่นได้ง่าย ทำให้กลายเป็นว่า ถูกชักจูงจากบุคคลรอบข้าง บางทีไม่ได้เสนอแนะ หรือให้ข้อชี้แนะในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ถูกต้อง

แต่ว่ากลับไปที่ตัวอายุไม่สามาถปฏิเสธความรับผิดชอบอันนี้ อันนี้ถือเป็นบทเรียนว่า เวลาที่เราตัดสินใจไปแล้ว ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

ทางด้าน นพ.ปราการ ถมยางกูร จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นมาจากได้หลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพสังคม ที่เด็กและวัยรุ่นมีความต้องการทางด้านสิ่งของ วัตถุอยู่มาก ทั้งหนัง เกมส์ที่เล่นก็ตาม เป็นส่วนกระตุ้น แต่ถ้าเป็นเด็กปกติทั่วไป มีความรู้สึก แต่ไม่ได้ทำ

สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือ ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ พี่น้อง ว่ามีความสัมพันธ์กันมากน้อยแค่ไหน และสาเหตุอะไรที่ทำให้ต้องโกรธแค้นกันถึงมากขนาดนั้น ที่มากกว่านั้น คือ การที่จะฆ่าใครได้สักคนหนึ่ง ที่เป็นคนที่มีบุญคุณกับเรา มีเรื่องของปัญหาในด้านจิตใจเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เช่น มีความคิดที่แปลกประหลาดไปกว่าคนอื่น หรือเรื่องของภาวะ Anti- social เกิดขึ้นได้เฉพาะคนเท่านั้น ไม่ได้พบทั่วไปในเด็กวัยรุ่นทุกคน จากกรณีที่เกิดขึ้น จากที่ฟังดูจากรายแรก เป็นคนที่ดีอยู่แล้ว แต่โดนภาวะบีบคั้นทางด้านจิตใจ อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ลึกๆ ข้างใน อันนี้จำเป็นต้องไปดูตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ ตั้งแต่ 3-5 ขวบ ว่าในวัยเด็กเป็นเช่นไรบ้าง แต่เนื่องจากเราไม่สามารถมีข้อมูลตรงส่วนนี้ได้ ที่สำคัญอาจต้องมีการทดสอบทางจิตวิทยาเข้ามาร่วมด้วย

ส่วนรายที่ 2 นั้นเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่เรียกว่า Copy cat ลอกเลียนแบบจากรายแรก ยิ่งเกิดในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ถ้าเห็นคนทำ ฉันสามารถทำอย่างนี้ได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรุนแรงและการฆ่าตัวตายก็เช่นเดียวกัน

ที่สำคัญอีกประการ คือ การรู้จักจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ไขอย่างไร ซึ่งสามารถสร้างได้ในครอบครัว คือ มีการสร้างความยืดหยุ่นในครอบครัว ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีทางออกแค่ทางเดียว พยายามมองปัญหาในแง่ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นมีทางออกอีกหลายทาง แต่ทางเรามองแต่ในแง่ลบหมดเลย จะแย่ลงๆ แล้วต้องทำในสิ่งที่แย่กว่านั้น

นอกจากนี้ พญ.พรรณพิมล ยังได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับวัยรุ่น อายุรุ่นหนุ่มสาว ให้ระมัดระวังความต้องการที่เข้ามาในชีวิตของเรา ทั้งความต้องการในแง่เงินทอง เรื่องวัตถุข้าวของ ความสำเร็จ ชื่อเสียง ต้องระมัดระวังว่า บางทีอาจไม่ได้ไปถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว อยากจะได้ทุกอย่างโดยเร็ว ทำให้บางทีเลือกวิธีการที่ไม่เหมาะสมของการที่จะได้สิ่งเหล่านั้น ต้องเรียนรู้ที่จะอดทนรอ มีเวลา วิธีการ

ส่วนคนรอบข้างครอบครัว ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร จะประสบความสำเร็จหรือไม่ เขาเหล่านั้นยังต้องการพ่อแม่ที่จะอยู่เคียงข้าง ค่อยๆ ชี้แนะให้เขาพัฒนาด้านต่างๆ และด้านที่ไม่เหมาะสมด้วย และหากพ่อแม่ปฏิเสธแล้ว เขาเหล่านั้นหลุดออกจากระบบครอบครัว ใช้ชีวิตนอกบ้าน ส่วนนี้คือเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกเรา ส่วนนี้จะทำให้เราไม่สามารถเฝ้าระวังเขาได้ พ่อแม่เองอาจต้องเริ่มสังเกต หากลูกเงียบขรึมลงหงุดหงิดขึ้น หรือว่าถอยห่างออกจากครอบครัว การที่พ่อแม่เองยังต้องพยายามรักษาเชื่อมโยงดึงกลับเข้ามาให้ได้ เป็นเกราะป้องกันในการที่จะเกิดปัญหาขึ้น เพราะเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นอาจจะแก้ไขได้ยาก.

จากกรณีฆ่ายกครัว 2 ครั้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่นานนี้โดยผู้ลงมืออายุ18-22ปีสารภาพว่าต้องการทรัพย์สมบัติหรือเกิดจากความน้อยล่าสุดจิตแพทย์แนะครอบครัว คนรอบข้างและวัยรุ่นเองต้องมีการดูแลซึ่งกันและกัน ร่วมรับมืออุปสรรคอย่างมีสติ 8 เม.ย. 2557 18:23 ไทยรัฐ