วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ไวกิ้งสุดหล่อ ทดสอบ VOLVO V40 T5 (ตอนที่1)

ความปลอดภัยถือเป็นหัวใจของ Volvo ทุกคัน นับจากห้วงเวลากว่า 80 ปี ที่ค่ายรถของสวีเดนได้ก่อตั้งขึ้น มาตรฐานความปลอดภัยของการขับขี่ใช้งาน ในรถยนต์แบรนด์ลูกศรสัญชาติไวกิ้งเพิ่มพูนขึ้นตลอดเวลา การเน้นไปที่ความแข็งแกร่งของโครงสร้าง รูปแบบของตัวถังและระบบป้องกันต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ขับและคนเดินเท้าปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หลายคนเลือกซื้อพาหนะสำหรับเดินทางโดยมองไปที่ระบบความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

รถยนต์สมัยใหม่ต้องมีระบบที่รองรับกับสภาพการที่อาจเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน อุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดเดา และอันตรายจากสภาพถนนในสภาวะที่มีความแตกต่างกันออกไป ค่าย Volvo ใช้ความพยายามในการผลักดันเทคโนโลยีใหม่ด้านความปลอดภัย ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพของยานยนต์ภายในค่ายที่ต้องมีความสอดคล้องและรองรับกับยุคสมัยที่แปลเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา และนี่คือ Volvo V40 หนึ่งในรถยนต์แฮตชแบค 5 ประตู ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดคันหนึ่งในวงการยนตรกรรม

Volvo V40 คือ การแสดงออกทางนวัตกรรมด้านความปลอดภัย บนเรือนร่างที่ทันสมัยแบบ 5 ประตูประกอบขึ้นด้วยไฟหน้าแบบใหม่และกระจังหน้าที่ Volvo พยายามปรับใช้กับรถยนต์เกือบทุกโมเดลภายในค่าย มันคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งนำค่ายรถแห่งนี้ไปสู่สิ่งที่ทันสมัยกว่าเดิม สำหรับการออกแบบนั้น ทีมดีไซน์ของ Volvo มีงานล้นมือในการรังสรรค์รูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้ ที่ต้องดูดีและมีความปลอดภัยสูงในขณะขับเคลื่อน

รถ Volvo V40 กลบลบภาพลักษณ์ของรถรุ่นเก่าที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม โดยปรับทรงของตัวถังให้มีสัดส่วนที่โค้งมนสอดรับกับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ 0.29 (Cd 0.29) มิติตัวถังกว้าง 1783 มิลลิเมตร ยาว 4369 มิลลิเมตร และสูง 1439 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2647 มิลลิเมตร ช่วงล้อหน้า-หลัง 1546-1559 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวทำได้ 11.70 เมตร สำหรับน้ำหนักตัวของ V40 T5 อยู่ที่ 1564 กิโลกรัม โดยมีถังเชื้อเพลิงขนาดความจุ รวม 62 ลิตร

ส่วนเว้าและส่วนโค้งที่ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของ V40 ให้ดูมีสง่าราศีและสมส่วน เกิดขึ้นจากแนวความคิดของทีมดีไซน์ ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มคนรุ่นใหม่ของ Volvo รูปทรงด้านหน้าที่โค้งมนรองรับกฎหมายความปลอดภัยของคนเดินถนน (ซึ่งอาจโดนเฉี่ยวชน) เพิ่มเติมคุณสมบัติด้านความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น รถ 5 ประตูแบบแอตชแบค ในรุ่น V40 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ หรือค่าทางแอร์โรไดนามิกส์ ที่ 0.29-0.31 จัดอยู่ในระดับกลางๆ ของรถยนต์ที่มีเรือนร่างแบบนี้

ตัวถังที่ลู่ลม ช่วยให้การค่าการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้น การออกแบบทรงของตัวถังผ่านการวิจัยในอุโมงค์ลม มีส่วนอย่างมากในการลดแรงต้านทานของอากาศ มันยังช่วยลดภารกรรมการทำงานของเครื่องยนต์ขณะขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง นอกจากจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงแล้ว ยังช่วยลดมลภาวะจากการปล่อยของเสีย ซึ่งหมายรวมถึงค่าการปล่อย CO2 ที่ดีขึ้น ประเด็นสำคัญสำหรับลูกค้าระดับพรีเมียมคือ ลักษณะของการออกแบบใน V40 ยังช่วยให้กระแสลมที่เข้ามาปะทะกับตัวถังมีความลื่นไหล ส่งผลไปถึงเสียงรบกวนจากกระแสลมในย่านความเร็วสูงนั้นลดลงตามไปด้วย

เป้าหมายในการพัฒนารถ รุ่น V40 นอกเหนือไปจากระบบความปลอดภัยขั้นก้าวหน้าแล้ว ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังสามารถเชื่อมโยงการใช้งานอุปกรณ์ ให้เข้ากับรูปแบบของการใช้ชีวิตในยุคใหม่ได้อีกด้วย วิศวกรและนักออกแบบของ Volvo พยายามหาหนทางในการที่จะทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทำให้เกิดความปลอดภัยขณะใช้ยานพาหนะ จักรกลยานยนต์และมนุษย์จึงต้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ด้วยการออกแบบที่ดีไล่เรียงตั้งแต่ภายนอกไปจนถึงภายในห้องโดยสาร สัดส่วนด้านข้างตัวถังของ V40 T5 จึงมีความลื่นไหล ตามลักษณะของการออกแบบที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์

อากาศที่ไหลผ่านด้านหน้าจะผ่านตัวถังด้านข้างที่เรียบง่าย และมีเพียงแค่ความโค้งของขอบประตูทั้งสองบานที่ด้านข้างไล่ไปจนถึงขอบไฟท้าย การออกแบบในลักษณะดังกล่าว ส่งผลไปถึงอารมณ์ด้านมุมมองเมื่อมีแสงเงามาตกกระทบ บั้นท้ายที่งดงามลงตัวจากไฟท้ายขนาดใหญ่ ที่ประดับประดาอยู่บนเสาหลังตามสไตล์ของ Volvo ที่มักออกแบบทรงของไฟท้ายในลักษณะดังกล่าวกับรถยนต์แบบ 5 ประตู ฝาท้ายขนาดกะทัดรัด ออกแบบให้เปิดได้ด้วยมุมที่กว้างมากกว่าปกติ เพื่อการขนสิ่งของมาใส่ไว้ยังส่วนเก็บสัมภาระท้าย

สปอยเลอร์หลังที่ทันสมัยจากรูปทรง ท่อระบายไอเสียแบบแยก แผ่นพลาสติกสะท้อนแสงสำหรับความปลอดภัยในตอนกลางคืน ใบปัดน้ำฝนที่กระจกบังลมบานฝาท้าย สปอยเลอร์พร้อมกับไฟเบรกดวงที่ 3 ซึ่งใช้หลอดแบบ LED รวมถึงเสาโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรงครีบปลาฉลามที่ลู่ลมและใช้งานได้จริง

โครงสร้างที่แข็งแกร่งของ Volvo ยุคใหม่ ไล่เรียงตั้งแต่กันชนหน้า-หลังที่ถูกเสริมด้วยโลหะเหล็ก ซึ่งมีค่าความเหนียวเป็นพิเศษ ฝากระโปรงหน้าผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย บานประตูถูกดามด้วยเหล็กกันการยุบตัว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ขับ หรือผู้โดยสาร ขณะเกิดอุบัติเหตุ กว่า 20% ของโครงสร้างหลักใน V40 ผลิตขึ้นรูปด้วยโลหะเหล็กโบรอน Ultra high Strength เนื่องจากเป็นส่วนที่จะต้องใช้ในการปกป้องชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เหล็กโบรอนที่ถูกนำมาใช้ มีความยืดหยุ่นสูงกว่าโลหะชนิดอื่น เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแรงกระแทก โครงสร้างที่เสาหน้า เสากลาง และส่วนท้าย ลามมาถึงกรอบบานประตู โดยมีการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกันชนหลังด้วยการใช้คานขวางติดตั้งไว้ภายใน เพื่อป้องกันห้องโดยสารหากเกิดการชนท้ายอย่างรุนแรง

โครงสร้างที่ปลอดภัยของ Volvo V40 ผ่านการทดสอบในขั้นตอนของการชนปะทะทั้งด้านหน้าและด้านข้าง โดยมีความแข็งแกร่งลดหลั่นกันลงมาตลอดทั่วทั้งคัน ทุกจุดทุกตำแหน่งเพื่อการกระจายแรง โดยมีส่วนของห้องโดยสาร ซึ่งถือเป็นส่วนที่มีความสำคัญสูงสุดที่วิศวกรให้ความใส่ใจ เมื่อเกิดอุบัติเหตุการชนปะทะ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นทางด้านหน้า หรือด้านหลัง โครงสร้างของตัวรถในส่วนดังกล่าวจะต้องมีส่วนช่วยในการกระจายแรงปะทะ โดยยุบตัวเพื่อดูดซับแรงกระแทกส่งถ่ายไปยังโครงสร้างของห้องโดยสารให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เมื่อโครงสร้างหลักของห้องโดยสารสามารถคงรูปอยู่ได้ หรือมีความเสียหายน้อยลงจากการกระจายแรงปะทะ หมายรวมถึงความปลอดของผู้ขับและผู้โดยสาร ซึ่งจะได้รับการปกป้องจากรูปแบบของโครงสร้างใหม่ใน Volvo V40

 

ระบบรองรับใน V40 T5 พื้นฐานของกันสะเทือนด้านหน้าในรถคันนี้ ใช้แบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้กอัพและเหล็กกันโคลง ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบแขนยึดหลายจุดแบบมัลติลิงค์ เพื่อช่วยลดการโคลง หรือโยนตัว รองรับการใช้งานตั้งแต่ย่านความเร็วต่ำไปจนถึงความเร็วสูงสุด พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ECU พวงมาลัยใน V40 T5 ถูกจูนอัตราทดให้ตอบสนอง หรือไวขึ้น 10% เมื่อเทียบกับรถรุ่นที่แล้ว แซสซีส์ของ V40 ได้รับการคำนวณค่าให้มีสองรูปแบบ คือ Dynamics และ Sport ความแตกต่างของทั้งสองรูปแบบ คือ สัดส่วนของความสูง ในแบบสปอร์ต ความสูงจะลดลง 10 มิลลิเมตร รวมถึงการปรับค่าของสปริงและโช้คอัพจากโรงงาน

สำหรับ Dynamics จะให้ความนุ่มนวลมากกว่าแบบ Sport เล็กน้อย ระบบช่วยทรงตัว DSTC - Dynamic Stability Control and Traction Control มันคือ ซอฟต์แวร์ที่คอยเฝ้าระวังเสถียรภาพการทรงตัวของ V40 เป็นการเข้ามาแทรกแซงอย่างเต็มรูปแบบหากมันตรวจพบว่ารถกำลังสูญเสียการยึดเกาะที่ล้อข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งหมดทุกล้อ ระบบช่วยทรงตัวนี้ ถูกปรับปรุงให้ทำงานในสเต็ป ที่มีความละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม รองรับการขับในสภาวะที่มีความซับซ้อนสูง เมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็ว Corner Traction Control จะเข้ามาช่วยป้องกันอาการขาดการยึดเกาะของล้อขับเคลื่อน (คู่หน้า) สำหรับการความคุมการทรงตัวของ V40 ระบบจะทำงานโดยควบคุวงจรเบรกทั้ง 4 ล้อ รวมถึงการสั่งตัดกำลังเครื่องยนต์เพื่อลดแรงบิด และทำให้ล้อกลับมายึดเกาะกับผิวถนนอีกครั้ง

 

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 5 สูบ 20 วาลว์ รหัส B5254 T12 วางตามขวาง ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน รองรับเชื้อเพลิงทางเลือก E20 เครื่องยนต์มีปริมาตรความจุ 1984 ซีซี ให้กำลังในรูปของแรงบิดที่ 300 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 2700-5000 รอบต่อนาที แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้าที่ 5400 รอบต่อนาที จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบ Port Injection สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาตรฐานมลพิษระดับ EURO-5 ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดและน้ำหนักแปรผันไปตามความเร็ว

ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รหัส AW TF-80SD ส่วนล้อและยางของ V40 T5 ใช้ล้ออะลูมินั่มอัลลอย ขอบ 17 นิ้ว ยาง Pirelli Cinturato P7 ขนาด 225/45R17 ทั้งสี่ล้อ ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าจานดิสก์เบรก ขนาด 280x11 มิลลิเมตร คาร์ลิบเปอร์อัลลอย ส่วนด้านหลังใช้จานเบรก ขนาด 270 มิลลิเมตร คาร์ลิบเปอร์อัลลอย ความจุถังเชื้อเพลิง 62 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 1564 กิโลกรัม อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงใน-นอกเมือง 13.4 กิโลเมตรต่อลิตร

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในโลกของดิจิตอล ส่งเสริมให้ Volvo V40 เพียบพร้อมไปด้วยระบบความปลอดภัยขั้นก้าวหน้า ซึ่งช่วยในการสนับสนุนผู้ขับให้มีสมาธิในการขับ เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีศักยภาพสูงมากในกลุ่มยานยนต์แฮตชแบคขนาดเล็ก ด้วยการทำงานของกล้องและเรดาร์ หมายถึงการเป็นดวงตาให้กับ V40 ในการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ กล้องและเรดาร์ประจำรถ ทำงานร่วมแกนผ่านเซ็นเซอร์ไปยังระบบเบรก ไม่ว่าสภาพอากาศในขณะขับขี่จะเป็นอย่างไร กล้องและเรดาร์ของมันก็ยังสามารถทำงานได้อย่างปกติ

ถึงแม้ผู้ขับขี่จะขับรถฝ่าสภาพหมอกลงจัด หรือขับผ่านพายุฟ้าคะนองที่มีฝนตกหนัก เรดาร์และกล้องที่ทำงานร่วมกับระบบเบรก สามารถสั่งรถให้เบรกได้ทันที เมื่อตรวจพบสิ่งกีดขวาง หรือวัตถุแปลกปลอม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางด้านหน้าของตัวรถได้อย่างทันท่วงที อุปกรณ์กล้อง เรดาร์ และระบบเบรกใน Volvo V40 ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกปรับปรุงมาเป็นอย่างดีในการควบคุมให้การทำงานทั้งหมดมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป สำหรับระบบความปลอดภัยหลักๆ ใน Volvo V40 มีดังนี้ คือ

มีการทำงานไม่เพียงแต่ช่วยในการชะลอความเร็วของรถ แต่มันยังสามารถเบรกแบบฉุกเฉินที่ย่านความเร็วไม่เกิน 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากผู้ขับขี่เผลอไม่ตอบสนองต่อการเหยียบเบรก เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อรถแล่นเข้าไปหาวัตถุกีดขวาง ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในเมืองขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ มันช่วยป้องกันการชนท้ายรถคันข้างหน้า ป้องกันการชนคนเดินเท้าที่อาจเข้ามาในทิศทางของรถในขณะที่กำลังเคลื่อนตัว เหมาะกับการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรคับคั่ง

ระบบ Collision Warning Full Auto Brake And Pedestrian Detection ใช้กล้องสแกนไปยังถนนด้านหน้าตลอดเวลา เมื่อมีรถ หรือคนเข้ามาขวางทางวิ่ง ระบบเบรกจะถูกสั่งให้ทำงานเต็มกำลังทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการขับชนท้าย หรือเฉี่ยวชนคนเดินเท้า ในส่วนของถุงลมป้องกันการชนปะทะกับคนเดินเท้าที่บริเวณฝากระโปรงหน้านั้น (Pedestrian Airbag) ไม่ได้ติดตั้งมาให้สำหรับรถ Volvo V40 ที่จำหน่ายในประเทศไทย


เทคโนโลยีที่ก้าวไกลของระบบ BLIS และ CVW ออกแบบมาเพื่อการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เมื่อมียานพาหนะเคลื่อนเข้ามายังบริเวณด้านข้างของตัวถังทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ซึ่งอาจเป็นมุมที่อับต่อสายตาของผู้ขับ ด้วยการใช้สัญาณไฟเตือนจากหลอด LED สีแดง ติดตั้งยังบริเวณกรอบกระจกมองข้างด้านในติดกับเสาหน้า ระบบจะแบ่งขั้นตอนของการแจ้งเตือน 2 ระดับให้กับผู้ขับขี่ได้รับรู้

ระดับแรกแจ้งเตือนด้วยสัญญาณไฟสีแดงที่ข้างเสาหน้า ส่วนการเตือนระดับที่ 2 จะเพิ่มสัญญาณเสียงแจ้งเตือน ระบบนี้จะใช้สัญญาณไฟกะพริบที่หลอด LED โดยใช้สีแดงไปสู่เสียงแจ้งเตือน เพื่อลดการเฉี่ยวชนที่บริเวณด้านข้างตัวรถ ระบบ BLIS ทำงานร่วมแกนกับระบบแจ้งเตือนยานพาหนะด้านข้าง CVW เพื่อแจ้งผู้ขับอย่างรวดเร็วถึงรถยนต์ที่เคลื่อนเข้ามาทางด้านข้างทั้งสองฝั่ง ระบบ BLIS ทำงานโดยใช้เรดาร์ติดตั้งไว้ที่มุมทั้งสองฝั่งของกันชนหลัง เรดาร์ทั้งสองตำแหน่งจะสแกนพื้นที่ด้านหลังและด้านข้าง

การตรวจสอบของระบบ BLIS สามารถทำงานได้เป็นปกติทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ครอบคลุมระยะ 9.5 เมตร จากกระจกมองข้างทั้งสองฝั่ง ทำให้การแจ้งเตือนมีความชัดเจน เมื่อมียานพาหนะเข้ามาในมุมอับสายตา ส่วนสัญญาณเสียงแจ้งเตือน CVW ที่เพิ่มเข้ามา ช่วยแจ้งเตือนรถที่อยู่ในเลนข้างเคียงจากทั้งสองฝั่ง ระบบ CVW มีการทำงานที่ไกลมากถึง 70 เมตร โดยวิศวกรด้านความปลอดภัยของ Volvo ทำการคำนวณในขั้นตอนของการทดสอบ ด้วยเวลาก่อนการชนปะทะด้านข้างน้อยกว่า 3.5 วินาที ระบบนี้จะทำงานแบบอัตโนมัติ ทันทีที่ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเกินกว่า 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นต้นไป

ระบบนี้มีการทำงานครอบคลุมไปถึงแรงดันของลมยาง การตรวจสอบสภาวะของผู้ขับขี่ที่ไร้รูปแบบและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ (เมา) โดยระบบจะทำการประเมินผลจากการใช้เรดาร์สแกนไปยังช่องแบ่งการจราจร เพื่อตรวจสอบว่ารถเคลื่อนที่อย่างถูกต้องในช่องทางหรือไม่ หากตรวจพบว่ารถเริ่มไม่อยู่ในช่องจราจรที่ถูกต้อง เริ่มมีการเบนออกไปยังทิศทางที่ไม่ถูกต้อง หรือเริ่มมีการส่ายไปมา ระบบ DAC จะทำการแจ้งเตือนทันที

ระบบ DAC ใช้กล้องบริเวณด้านหน้าตรวจวิเคราะห์สมรรถภาพในการขับขี่ของผู้ขับ หากตรวจพบว่าผู้ขับ ขับขี่แบบปกติตามช่องทางที่ถูกต้อง ระบบจะไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ ทั้งสิ้น ต่อเมื่อผู้ขับขี่เริ่มสูญเสียการวิ่งในช่องทางที่ถูกต้อง หรือรถเริ่มเบนออกไปจากทิศทาง ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากอาการเมา ง่วงนอน จากการขับขี่ระยะไกลที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า ระบบจะทำการแจ้งเตือนด้วยสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์รูปถ้วยกาแฟที่จอ MID บริเวณหน้าปัดส่วนกลางเพื่อให้ผู้ขับทำการจอดพักทันที

ระบบ Driver Alert Control (DAC) ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการที่จะเกิดอุบัติเหตุจากสภาพการดังกล่าว โดยเตรียมความพร้อมในด้านการเตือนด้วยสัญญาณเสียง และสื่อสารกับผู้ขับผ่านสัญลักษณ์บริเวณกึ่งกลางมาตรวัดดิจิตอล ตัวอย่างข้อความรูปแบบที่แสดงเป็นถ้วยกาแฟพร้อมๆ ไปกับสัญญาณเตือน เพื่อให้ผู้ขับทำการจอดพักทันที ระบบ Driver Alert Control (DAC) ทำงานด้วยความแม่นยำ ตามลักษณะของโปรแกรม ด้วยการสแกนไปยังถนนและเส้นแบ่งช่องจราจร โดยจะเริ่มต้นการทำงานที่ย่านความเร็ว 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นต้นไป และยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อรถมีระดับความเร็วไม่ต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ระบบความปลอดภัย Lane Keeping Aid (LKA) ช่วยควบคุมให้รถวิ่งอยู่ในช่องจราจร และรักษาการเคลื่อนที่ของรถในช่องจราจรนั้นๆ ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนช่องจราจรโดยไม่ตั้งใจ หากผู้ขับไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนที่จะทำการเปลี่ยนเลน ระบบนี้จะทำการดึงพวงมาลัยให้กลับเข้าสู่ช่องจราจรที่ถูกต้องที่เดิม โดยความช่วยเหลือของระบบผ่อนแรงพวงมาลัยไฟฟ้า EPAS electronic power assisted steering ระบบควบคุมให้รถวิ่งอยู่ในช่องทาง LKA และระบบเตือนขับรถออกนอกเส้นแบ่งจราจร LDW ทำงานโดยมีการตรวจสอบช่องจราจรด้านหน้าด้วยกล้อง

ในกรณีที่ไม่มีเส้นแบ่งช่องจราจร หรือเส้นดังกล่าวหายไป หรือไม่มีความชัดเจน ระบบ LKA จะใช้เส้นแบ่งจราจรที่เหลืออยู่เพื่อรักษาช่องทางต่อไป หาก LKA ไม่สามารถรักษาช่องทางการเคลื่อนที่ของรถได้ ระบบจะแจ้งเตือนด้วยการสั่นที่พวงมาลัย หากผู้ขับต้องการเปลี่ยนเลน ระบบ EPAS electronic power assisted steering จะปรับน้ำหนักของพวงมาลัยทันทีให้หนักขึ้นเล็กน้อย เพื่อทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนช่องจราจรได้อย่างปลอดภัย และแม่นยำมากขึ้น

ใช้เรดาร์ซึ่งทำงานตรวจสอบรถคันข้างหน้า พร้อมๆ ไปกับการรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย โดยทำงานที่ความเร็ว 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ในระบบเกียร์อัตโนมัติ) และ 30-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ในเกียร์ธรรมดา) เมื่อรถยนต์คันข้างหน้าลดความเร็ว จนมีค่าความเร็วต่ำกว่าค่าที่ผู้ขับได้เซตเอาไว้ ระบบ Adaptive Cruise Control with Queue Assist จะปรับลดความเร็วอัตโนมัติ เมื่อพบกับสภาวะที่ต้องการแรงเบรกเพิ่มขึ้น

ระบบนี้จะแจ้งเตือนบนกระจกบังลมบานหน้าเหนือคอนโซลตรงหน้าผู้ขับ ด้วยไฟ LED เป็นการเตือนโดยใช้การกะพริบไฟ LED และเมื่อรถคันข้างหน้าเพิ่มความเร็ว หรือทำการเปลี่ยนทิศทาง รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วที่ผู้ขับได้ตั้งค่าไว้ครั้งแรก ระบบ ACC ได้รับการโปรแกรมมา เพื่อยินยอมให้ผู้ขับเพิ่มความเร็วในการแซงหากผู้ขับเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว พร้อมกับหักพวงมาลัยเพื่อแซงรถช้า จากนั้นระบบ ACC จะเข้ามารักษาระดับความเร็วตามรถคันข้างหน้าแบบอัตโนมัติอีกครั้ง


Volvo V40 T5 S ราคา 1,820,000 บาท


VOLVO V40 T5 S SPECIFICATIONS
Body type.........................................4/5 seater hatchback
Eengine type....................................turbocharged petrol
Engine manufacturer........................Volvo
Engine code......................................B5254T12
Cylinders Straight ..........................5
Capacity...........................................2.0 litre 1984 cc
Bore × Stroke....................................83.0 mm × 92.3 mm 3.27 × 3.63 in
Bore/stroke ratio...............................0.9
Valves...............................................double overhead camshaft (DOHC) 4 Valves per cylinder 20 valves in total
maximum power output.................213 PS (187 kW) at 5400 rpm
Specific output..................................100.3 bhp/litre 1.64 bhp/cu in
maximum torque............................300 Nm (30.8 kgm) at 2700-5000 rpm
Specific torque..................................160.19 Nm/litre 1.94 ft·lb/cu3
Engine construction..........................aluminium block & head
sump.................................................wet sumped
compression ratio..............................10.5:1
Fuel system........................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure) 2013 kPa (292 psi)
Maximum RPM..................................
crankshaft bearings............................
Engine coolant....................................Water
Unitary capacity..................................499.4 cc
Aspiration...........................................Turbo
Compressor..........................................non
Intercooler............................................
Catalytic converter...............................Y
Acceleration 0-100km/h.....................6.9 s
Maximum speed.................................230 km/h
Carbon dioxide emissions..................185 g/km
Engine position...................................front
Engine layout......................................transverse
Drive wheels.......................................front wheel drive
Torque split.........................................N/A
Steering...............................................rack & pinion EPAS
turns lock-to-lock................................
Turning circle......................................
Front suspension..................................Macpherson Spring Strut
Rear suspension...................................Multi Link
Wheel size front...................................7.5x17"
Wheel size rear.....................................7.5x17"
Tyres front............................................225/45R17 Pirelli Cinturato P7
Tyres rear..............................................225/45R17 Pirelli Cinturato P7
Brakes ..................................................F/RVeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter............................280 mm
Rear brake diameter.............................270 mm
Gearbox................................................6 speed automatic
Top gear ratio.......................................0.69

Wheelbase...........................................2647 mm
Track/tread (front)................................1546 mm
Track/tread (rear)..................................1536 mm
Length..................................................4369 mm
Width....................................................1783 mm
Height...................................................1420 mm
Ground clearance...................................
length:wheelbase ratio..........................1.65Kerb weight
Weight distribution................................?
Drag coefficient..................................0.310
fuel tank capacity..................................52 litres 11.4 UK Gal 13.7 US Gal

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ทดสอบยนตรกรรมสปอร์ตแฮตชแบคพรีเมียม Volvo V40 T5 S กำลัง 213 แรงม้า 0-100 ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนราคาค่าตัว 1.82 ล้าน ตอนแรกกับการรีวิวรูปลักษณ์และอุปกรณ์ความปลอดภัย... 8 เม.ย. 2557 16:33 11 เม.ย. 2557 10:45 ไทยรัฐ