วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือน! ทำงานในที่อับอากาศ ตายเพิ่มอีก 4

สธ.เตือนระวังการทำงานในที่อับอากาศ เสี่ยงอันตรายสูง อัตราตายสูงร้อยละ 88 ชี้ในรอบ 10 ปี มีผู้ได้รับอันตรายจากทำงานในที่อับอากาศ 32 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 28 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากการสูดก๊าซไข่เน่า และการขาดอากาศหายใจ หากมีกลิ่นไข่เน่าโชยขึ้นมา อย่าลงไปเด็ดขาด...

จากเหตุการณ์ที่คนงานจำนวน 4 คน เสียชีวิตในบ่อน้ำ บริเวณห้องแถวที่ตำบลมาบยางพร อ.ปลวกแดง จังหวัดระยอง หลังลงไปทำความสะอาดและสูบน้ำเน่าขึ้นจากบ่อ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 57 ที่ผ่านมานั้น
 
วันที่ 8 เม.ย. 57 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การทำงานในที่อับอากาศ เช่น ในอุโมงค์ ถ้ำ บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ำมัน ถังหมัก ไซโล ท่อ เตา มีอันตรายสูง มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเนืองๆ และมักเสียชีวิตหมู่ เนื่องจากลงไปช่วยคนที่หมดสติที่ก้นบ่อ โดยขาดความรู้และขาดอุปกรณ์ป้องกันตัว ในรอบ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2546 - 2556 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมด 9 ครั้ง ผู้ประสบเหตุ 32 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 28 ราย คิดเป็นอัตราตายสูงถึงร้อยละ 88 โดยผู้ที่เสียชีวิตมากกว่าร้อยละ 50 เป็นผู้ที่ลงไปช่วยเหลือคนที่หมดสติก่อน ได้ให้สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรคเร่งให้ความรู้และเผยแพร่มาตรการความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศแก่ประชาชนทั่วไปที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเฉพาะในหน้าแล้ง ประชาชนในชนบทมักจะขุดบ่อให้ลึกขึ้นเพื่อหาน้ำใต้ดินและเตรียมเก็บน้ำในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง  

ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การเสียชีวิตในที่อับอากาศที่พบในประเทศส่วนใหญ่มาจาก 2 สาเหตุ คือ 1. ขาดอากาศหายใจ พบประมาณร้อยละ 60 ซึ่งบริเวณบ่อ หลุมที่มีความลึกหรือท่อมักจะมีออกซิเจนน้อย หากต่ำกว่าร้อยละ 19.5 จะเป็นอันตรายถึงชีวิต และ 2. จากการสูดก๊าซพิษเข้าไปที่พบบ่อย 3 ชนิด คือ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide) หรือก๊าซไข่เน่า ก๊าซมีเทน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซเหล่านี้มีน้ำหนักมากกว่าก๊าซอื่นจึงมักจะอยู่ที่ก้นบ่อ ที่อันตรายมากคือก๊าซไข่เน่าเกิดจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ ที่มีธาตุกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เช่น มูลสัตว์ ขยะ ของเสีย ซากสิ่งมีชีวิต รวมทั้งการเน่าเสียของน้ำเสีย ลักษณะเบื้องต้นที่พอจะสังเกตได้ว่าในที่นั้นมีก๊าซไข่เน่าอยู่ก็คือมีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า แหล่งที่พบบ่อยคือในบ่อบำบัดน้ำเสีย ท่อระบายน้ำ บ่อปุ๋ยหมักที่ทำจากมูลสัตว์ บ่อเกรอะ ก๊าซชนิดนี้หากมีความเข้มข้นสูงถึง 100 พีพีเอ็ม. เมื่อสูดเข้าไปจะทำให้หยุดหายใจ เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้งก๊าซจะเข้าไปจับและยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิดในร่างกาย ทำให้เซลล์ไม่สามารถหายใจได้ จะมีผลทำให้ปอดบวมน้ำได้ด้วย

ดังนั้น ก่อนจะลงไปทำงานในที่อับอากาศจะต้องใช้เครื่องมือตรวจวัดปริมาณออกซิเจน สารเคมีอันตราย หรือก๊าซพิษก่อน และจัดเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะถังบรรจุออกซิเจนและหน้ากาก ที่สำคัญต้องมีผู้ช่วยเหลืออยู่ที่ปากบ่อหรือปากทางอย่างน้อย 1 คน และผู้ควบคุมการทำงาน 1 คน ทั้งหมดจะต้องผ่านการฝึกอบรมทั้งการกู้ภัยและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นอย่างดี และควรผูกเชือกที่เอวของผู้ปฏิบัติงานไว้เพื่อให้ผู้ที่อยู่ปากบ่อรู้การเคลื่อนไหวตลอดเวลา หากเห็นว่ามีอาการหรือท่าทางผิดปกติ ต้องรีบนำตัวออกมาทันที กรณีที่เป็นประชาชน หากไม่มีเครื่องมือที่กล่าวมาให้ใช้วิธีการสังเกต หากเป็นบ่อน้ำให้ดูสีและกลิ่น น้ำมักจะมีสีดำเข้ม หากยังไม่ได้กลิ่นให้ใช้ไม้กวนน้ำเพื่อให้ก๊าซไข่เน่าฟุ้งกระจายออกมา หากได้กลิ่นเหม็นรุนแรงเหมือนไข่เน่า ห้ามลงไปเด็ดขาด และหากเป็นบ่อน้ำร้างมีเศษขยะ ซากพืช ซากสัตว์จนน้ำมีสีดำเข้มก็ไม่ควรลงไปเช่นกัน ประการสำคัญห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่อับอากาศ โดยเฉพาะบริเวณบ่อน้ำท่อน้ำที่เน่าเสียมากอาจทำให้เกิดการระเบิดได้ เนื่องจากอาจมีก๊าซมีเทน หรือก๊าซไวไฟอื่นๆ  
 
สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับอันตรายจากการทำงานในที่อับอากาศ ให้ใช้การดึงเชือกขึ้นมาแทนการลงไป หากลงไปช่วยจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตัวเองอย่างดี เช่น สวมอุปกรณ์ป้องกันก๊าซพิษ หลังจากนั้นให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้นอนราบในที่อากาศถ่ายเทดี หากพบว่าไม่หายใจและหัวใจหยุดเต้น ให้ผายปอดและนวดหัวใจ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หรือโทรแจ้ง 1669.

สธ.เตือนระวังการทำงานในที่อับอากาศเสี่ยงอันตรายพบอัตราตายสูงร้อยละ 88 ในรอบ 10 ปี มีผู้ได้รับอันตรายจากทำงานในที่อับอากาศ 32 ราย เสียชีวิต 28 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากการสูดก๊าซไข่เน่า ขาดอากาศหายใจ หากมีกลิ่นไข่เน่า ห้ามลงเด็ดขาด 8 เม.ย. 2557 13:47 8 เม.ย. 2557 16:03 ไทยรัฐ