วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุสลดลูกทรพี ดัชนีรักครอบครัว

โดย

“ปิตุฆาต” คือ “การฆ่าบิดา”... “มาตุฆาต” คือ “การฆ่ามารดา” เหตุสลดใจที่ลูกๆได้กระทำขึ้นมาแล้วจนกลายเป็นข่าวถึงสองกรณี

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ธนบุรี กทม. บอกว่า ความเศร้าสลดใจต่อเนื่องที่เกิดขึ้น คนไม่น้อยอาจกลัวว่าจะกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ จะกลายเป็นพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ที่ถูกปลูกฝังไว้ในจิตใจของเด็กและเยาวชน

ไม่ว่า...พฤติกรรมนั้นอาจมาจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง จากการเข้าใจผิดบ้าง จากการถูกกดดันของบุคคลภายในครอบครัวบ้าง จากการเห็นกงจักรเป็นดอกบัวบ้าง จากการเห็นตัวอย่างที่ผ่านมาบ้าง จากความคิดชั่ววูบบ้าง การกระทำดังกล่าวจะด้วยสาเหตุใดก็ตามได้กลายเป็นบาปหนักที่สุดของชีวิต เรียกว่า “อนันตริยกรรม”

บาปหนักสุดของชีวิตนี้...ถือเป็นบาปหนักถึงขั้นห้ามขึ้นสวรรค์ ห้ามนิพพานกันเลยทีเดียว ไม่สามารถลดหย่อนผ่อนโทษได้โดยประการทั้งปวง

ถึงแม้ว่าทางกฎหมายบ้านเมืองจะอนุโลมตามเหตุและผลที่เกิดขึ้นบ้างก็ตาม แต่ในทางหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาแล้วถือว่าเป็นการกระทำบาปที่หนักที่สุด เมื่อการกระทำได้สำเร็จลงไปแล้ว ความชั่วจะติดตามไปตลอดชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องตื่นตัวมาร่วมมือกันป้องกัน มิให้ความเลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นมาอีก

ไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา องค์กรทางศาสนา ผู้นำในสังคม องค์กรการกุศลต่างๆ จะต้องช่วยกันวางมาตรการ “ป้องกัน” ให้มีความชัดเจนก่อนที่ศีลธรรมของผู้คนในสังคมไทยจะเสื่อมโทรมลงไปกว่านี้ ความเป็น “ลูกทรพี” ก็จะผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด

เมื่อถึงวันนั้นแล้ว...สัญญาณแห่งความหายนะของสถาบันครอบครัวและสังคมไทยเราก็จะมาถึง

พระมหาสมัย บอกว่า ลูกที่ถูกเลี้ยงมาบนความสะดวกสบาย ไม่เห็นความเหนื่อยยาก ไม่มีความอดทน ไม่มีความขยันขันแข็ง ไม่มีเมตตาปรานี ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง ไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง ไม่สำนึกในความเป็นคนดี ถูกเลี้ยงชนิดเอาอกเอาใจมากจนเกินไป จะตกอยู่ในหลุมของอบายมุข

นับตั้งแต่ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการงาน เป็นเด็กนักเรียนก็ไม่ขยันหมั่นเพียรเรียนหนังสือ เป็นวัยรุ่นก็ติดอบายมุข ติดการพนัน เกี่ยวข้องกับยาบ้า ยาเสพติด เป็นคนหนุ่มสาวก็ไม่รับผิดชอบสังคมร่วมกัน เอาตัวรอดเพียงคนเดียว

ยิ่งร้ายไปกว่านั้นก็กลายเป็นนักเลงอันธพาล ฉก ชิง วิ่งราว ขโมยทรัพย์สินของชาวบ้าน ปล้นฆ่าทำลายชีวิตเจ้าของทรัพย์ ไม่ประกอบสัมมาชีพ กลายเป็นคนที่สร้างปัญหาให้กับสังคมและชาติบ้านเมือง เพียงเพราะการเลี้ยงดูที่ผิดๆ สุดท้ายก็เกิดมาเสียชาติเกิด

นี่คือต้นเหตุของปัญหาทางสังคมอีกด้านหนึ่งที่ทุกคนที่เป็นบิดามารดาจะต้องตระหนัก ลูกเราจะใฝ่ดีหรือไม่ใฝ่ดีก็ล้วนอยู่ที่การเลี้ยงดูของผู้ให้กำเนิดทั้งนั้น คำว่า “ลูกทรพี” ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเราได้ หากเราเลี้ยงลูกชนิดตามใจบ้าง ไม่เคยฝึกให้มีความอดทน มีความอดกลั้น ลูกจะยืน เดิน นั่ง นอนก็ตามใจไปเสียทุกอย่างโดยไม่ฝึกให้เขาฝืนกับความสะดวกสบายบ้าง

ดังนั้น คนที่เลี้ยงลูกบนความสะดวกสบายไปทุกกรณี จึงเป็นครอบครัวที่น่าเป็นห่วง ถ้าขาดการปลูกฝังจิตสำนึกในความเป็นคนดีไว้ให้กับลูกๆ

“สังคมเราจะอยู่ดีมีสุขหรือมีความเป็นอยู่อย่างทุกข์ทรมานก็อยู่ที่สถาบันครอบครัวนี่เองเป็นผู้กำหนด” พระมหาสมัย ว่า “ถ้าครอบครัวเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่นปราศจากความขัดแย้งภายใน คนที่เป็นบิดามารดาก็ขยันทำมาหาเลี้ยงครอบครัวด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมีความเป็นอยู่ตามกำลังที่เป็นจริงของตนเอง”

คนที่เป็นลูก...ก็รู้จักรับผิดชอบทำหน้าที่ของตนเองให้บริบูรณ์ รู้จักช่วยเหลือการงานของบิดามารดาตามสมควร ตั้งตนอยู่ในความเป็นลูกที่ดี รู้จักช่วยรักษาทรัพย์สมบัติที่ผู้บังเกิดเกล้าหามาได้ ให้อยู่คงทนกับครอบครัว

“เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วความสุขก็จะเกิดขึ้นกับครอบครัวนั้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและของบุคคลภายในครอบครัวก็จะเกิดขึ้นมา”

เมื่อภายในครอบครัวมีความสุขแล้ว การเป็นคนมีศีลธรรม มีคุณธรรม มีจริยธรรมที่งดงามก็จะติดตามมา ผู้คนที่อยู่รอบข้างก็จะได้รับความสุขไปด้วย เพียงอานิสงส์จาก “ความดี” ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวนี่เอง ครอบครัวอื่นๆ ชุมชนนั้นๆ หมู่บ้านนั้นๆ ท้องถิ่นนั้นๆ ก็จะพบแต่ความสุขและมีความเจริญก้าวหน้า

ในที่สุดคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเหล่านั้นก็จะดียิ่งขึ้นจนกลายเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ให้กับผู้อื่น ให้กับสังคม ซึ่งใครๆก็อยากจะเข้ามาสัมผัส มาเกี่ยวข้องและมาเรียนรู้เพื่อลอกเลียนเอาไปเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

การเลี้ยงดูลูกๆของคนที่เป็นบิดาและมารดานั้น จึงไม่ควรเลี้ยงพวกเขาด้วยวัตถุเพียงอย่างเดียว เครื่องอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตเริ่มที่ปัจจัยสี่หรือมีปัจจัยที่ห้า ที่หก ที่เจ็ดอะไรก็ตาม ขอให้มีไว้เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีการศึกษา มีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความกรุณา รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่เห็นแก่ตัว บริโภคสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอย่างไม่ลุ่มหลง ไม่ยึดติดจนรู้สึกว่าขาดเสียมิได้ ทั้งๆที่ ลูกๆของคนอื่นพวกเขาก็ไม่มีในการอุปโภคบริโภค

ผู้ให้กำเนิดควรฝึกให้ลูกของตนเองมี “ธรรมะครองใจ”...มีศาสนาในดวงใจเพราะศาสนาเป็นจุดเริ่มต้นที่จะฝึกให้ลูกของเราเป็นคนดี คนดีเมื่ออยู่แห่งหนตำบลใดแล้ว ที่นั้นก็ล้วนแต่มีความสงบสุข ปราศจากการเข่นฆ่าทำลายล้างผลาญซึ่งกันและกัน มีความเป็นอยู่อย่างรู้สึกว่าปลอดภัย สงบ ร่มเย็น

พระมหาสมัย ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาภายในครอบครัวนั้น ถ้าหากเหลือบ่ากว่าแรงที่สามารถแก้ไขได้แล้ว ก็ขออย่าได้ตัดสินด้วยความรุนแรงหรือการทำลาย ขอจงร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่อยู่รอบข้าง ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานรัฐที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือก็ยังมีอยู่ องค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ ที่รอให้ความช่วยเหลือก็ยังมีอยู่ มูลนิธิหรือสมาคมต่างๆ ก็มีที่จะยื่นมือเข้าไปให้การสงเคราะห์แก้ไข

“อย่าได้คิดว่าปัญหาของเราไม่มีใครสามารถแก้ไขได้แล้ว อย่าได้คิดทำลายหรือฆ่าตัวตาย ฆ่าสมาชิกในครอบครัวหรือฆ่าบุพการีเพราะนั่นเป็นการทำบาปอย่างหนัก...”

ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ทุกชีวิตล้วนมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น มีใครพบกับปัญหาหนักหรือเบาที่แตกต่างกันไปเท่านั้น ขอจงรักษาชีวิตของเรา ขอจงรักษาชีวิตครอบครัวของเรา ขอจงรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเราให้อยู่กับสังคมอย่างภาคภูมิใจ ให้เราได้ชื่อว่าเกิดเป็น “มนุษย์”

“มนุษย์”...ผู้ประเสริฐ ผู้เลิศ ผู้งามอย่างภาคภูมิใจ เกิดมาในชาตินี้ต้องทำดีกับตนเองให้ได้ ทำความดีกับบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเรามาให้ท่านได้ภาคภูมิใจว่าเราเป็น “ลูกกตัญญูกตเวที”

“ทุกชีวิตที่เกิดมาบนโลกใบนี้ขอจงใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา อย่าใช้อารมณ์ ความรู้สึกแก้ เพราะจะมีแต่เกิดการทำลาย สร้างความเสียหายให้กับตนเองและผู้อื่น”

หันมาใส่ใจปัญหาของลูกหลานเราและปัญหาทางสังคมกันเถิด ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้.

8 เม.ย. 2557 10:40 ไทยรัฐ