วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป็นไปได้แค่ไหน? ท้าดวลจำนวน “มวลชน”

โดย ซูม

ในการกล่าวปราศรัยระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ถนนอักษะเมื่อค่ำวันที่ 6 เมษายน คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ได้ท้าทายคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ว่า...

“ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีที่คุณสุเทพบอกว่าจะนัดหมายมวลชนของกลุ่ม กปปส.ออกมาชุมนุมครั้งใหญ่นั้น ทางกลุ่ม นปช.ก็จะขอนัดหมายให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมใหญ่ด้วยเช่นกันในวันเดียวกัน”

“คุณสุเทพมีเท่าไร ขนมาให้หมด ฝ่ายเรามีเท่าไรก็จะขนมาให้หมดเช่นเดียวกัน เราไม่ได้ต้องการจะมาปะทะกัน แต่เกมนี้เป็นเกมวัดใจคนเสื้อแดงไม่กลัวนายสุเทพ เอาเป็นว่าวันตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวกำหนด และจะเป็นวันนัดชุมนุมของทั้ง 2 ฝ่าย”

“นี่เป็นการท้าทายจากคนรักประชาธิปไตย นายสุเทพนัดถนนไหน เราจะนัดอีกถนน แล้วเอาคนกลางมานับกันเลย ใครแพ้ยกแผ่นดินให้กันไปเลย ใครชนะเอาแผ่นดินไปเลย แบบนี้จะดีหรือไม่”

ข้อความข้างต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของข่าวที่ผมคัดลอกมาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับเมื่อวานนี้

สำหรับทางด้านกำนันสุเทพนั้น รายงานสั้นๆว่า ยินดีรับคำท้าทายนัดวันมาเลย เราเตรียมตัวแล้ว มาครั้งนี้มาเอาแพ้เอาชนะกันให้เด็ดขาดไปข้าง เราพร้อมอยู่เสมอ เตรียมตัวซักรองเท้ากันอยู่แล้ว

กราบเรียนท่านผู้อ่านตรงๆเลยครับว่า ทันทีที่ผมอ่านข่าวนี้จบ ได้แบ่งความรู้สึกออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก รู้สึกใจคอไม่ดี กลัวว่าเหตุการณ์จะบานปลาย เพราะการที่ผู้คนทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีความเห็นขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จะยกพหลพลพยุหยาตราออกมาจำนวนมหาศาลนั้น เป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างมาก

เสี่ยงต่อการปะทะกัน เสี่ยงต่อการที่มือที่ 3 จะเข้ามายั่วยุให้ทั้ง 2 กลุ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ อันจะเป็นผลให้ยกพวกตะลุมบอนกันในที่สุด

จะเป็นภาพที่โกลาหลแค่ไหน หรือบานปลายไปสู่การบาดเจ็บล้มตาย ที่เรียกว่านองเลือดขนาดไหน ยังคาดเดาไม่ถูก

สำหรับความรู้สึกส่วนที่สอง เป็นความรู้สึกที่ดีขึ้น หลังจากอ่านข่าวย้อนไปย้อนมาอีกหลายครั้ง

พบว่าฝ่าย นปช.ยืนยันจะรวมพลอย่างสันติและยินดีไป จะรวมพล คนละทิศคนละทางคนละถนน ขอให้ฝ่าย กปปส.นัดมาก่อนว่าจะเอาถนนไหน ทาง นปช.จะได้ไปนัดถนนอื่น

อยากจะให้ออกมาวัดพลังหรือมาแสดงพลังในเชิงจำนวนผู้คนอย่างเดียวเท่านั้น แล้วมานับกันเลยว่าใครมากกว่า โดยเชิญกรรมการเป็นกลางหรือสักขีพยานมาช่วยนับ

ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายควบคุมความสงบหรือยึดมั่นในการชุมนุมแบบสันติวิธีได้จริงๆ ก็น่าจะลองดูเหมือนกัน

ทุกวันนี้เวลาออกมาชุมนุมคนละทีดูแล้วไม่ชัดเจนว่าใครมากกว่า ...หนังสือพิมพ์หรือทีวี ช่วงหลังๆก็ไม่กล้าบอกจำนวนว่ามีเท่าไร เพราะบอกว่าของใครมากกว่าอีกฝ่ายก็มักจะโกรธหาว่านับเข้าข้าง

ออกมาพร้อมๆกันแล้วก็ขอยืมเฮลิคอปเตอร์กองทัพให้กล้องทีวี หรือช่างภาพหนังสือพิมพ์ขึ้นไปถ่ายจากมุมสูงมาให้ดูกันอย่างจะจะ วันเดียวกัน เวลาเดียวกัน คงจะเป็นวิธีที่จะหาคำตอบได้ดีที่สุด

พี่น้องประชาชนที่ดูการถ่ายทอดหรือดูข่าวทีวีอยู่ทางบ้านและเห็นภาพด้วยตาท่านเอง จะชี้ขาดได้เองว่าของใครมากกว่ากัน

ผมอยากให้เรื่องราวจบเสียทีครับ แต่ต้องจบอย่างสงบ อย่างสันติสุขนะครับ เพราะสงสารประเทศไทยของเราเหลือเกินที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างไม่มีใครยอมจบ หรือยอมลดราวาศอกให้แก่กัน

ถ้าหากการยกขบวนออกมาให้นับจำนวนแล้วจบได้ คือ ขบวน หรือการชุมนุมของใครมากกว่าก็ชนะไปเลย ยอมกันไปเลย ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี เราจะได้เดินหน้ากันต่อไป

แต่ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี ห่วงตรงที่ว่าคนไทยเรายังไม่ค่อยลึกซึ้งในคำสอนของ “ครูเทพ” ที่แต่งเนื้อเพลง “กราวกีฬา” สอนให้คนไทยเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อย่างที่ผมเขียนไว้เมื่อวานนี้

เดี๋ยวก็มาถกเถียงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้กันอีก หาว่ากรรมการถ่ายรูปลำเอียงเลือกมุมกล้องไม่เป็นธรรม หรือการนับจำนวนไม่เป็นธรรม ไม่มีใครยอมรับความพ่ายแพ้จากการนับจำนวนม็อบอีกจนได้

ลงท้ายก็อาจจะทะเลาะกันต่อไป

สรุปว่า ถ้าการท้าทายนี้เกิดขึ้นจริงและทั้ง 2 ฝ่ายยอมแพ้ยอมชนะกันได้จริงๆ (จากการนับจำนวนม็อบ) ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่คงจะอนุโมทนาสาธุ เพราะประเทศไทยเราจะได้พ้นจากบ่วงทุกข์บ่วงกรรมกันเสียทีครับ.

 

"ซูม"

8 เม.ย. 2557 09:48 8 เม.ย. 2557 09:48 ไทยรัฐ